“ถ้าเธอไม่ไปหาเขาตอนนี้ ต่อไปนี้ก็อย่ามาเรียกร้องความสนใจจากฉันเรื่องกวินอีกนะพาย!”
เสียงของมีนาแหลมสูงจนแทบจะกลบเสียงฝนที่เทกระหน่ำลงมาบนหลังคาห้องสมุดคณะอักษรฯ พายสะดุ้งสุดตัว มือที่กำหนังสือเล่มหนาจนยับยู่ยี่สั่นระริก เธอหลุบตาลงมองพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบ พยายามซ่อนความรู้สึกสับสนที่ตีกันจนยุ่งเหยิงในอก
“มัน... มันไม่เหมือนเดิมแล้วนะมีนา” พายกระซิบ เสียงของเธอแหบพร่า “เขาบอกว่าเล่มนั้นมีความลับที่ยังไม่พร้อมให้ฉันเห็น ถ้าฉันไปตอนนี้ แล้วสิ่งที่รออยู่มันไม่ใช่ความลับที่ฉันอยากรู้ล่ะ? หรือถ้ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เรา... ต้องกลายเป็นแค่คนแปลกหน้ากันไปเลยล่ะ?”
“ความกลัวคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของหัวใจนะพาย” มีนาถอนหายใจยาว ก่อนจะวางมือลงบนไหล่เพื่อนเบาๆ “กวินรออยู่ตรงนั้น ที่เดิม โต๊ะตัวเดิมที่เขามักจะนั่งอ่านหนังสือ ถ้าเขารอได้นานขนาดนี้ ก็แสดงว่าเขาอยากจะให้เธอเห็นอะไรบางอย่างจริงๆ”
พายไม่ได้ตอบอะไร เธอมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ถูกหยดน้ำฝนเกาะจนมัวซัว บรรยากาศเงียบเหงาในมุมหลบสายตาของห้องสมุดทำให้เธอนึกถึงประโยคทิ้งท้ายของกวินเมื่อวานนี้
*‘เล่มนี้มันไม่เหมือนกับเล่มแรก...’*
ประโยคนั้นวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง เธอขยับกายลุกขึ้นเดินไปตามทางเดินแคบๆ ระหว่างชั้นวางหนังสือ กลิ่นกระดาษเก่าเคล้ากับความชื้นของฝนข้างนอกทำให้หัวใจเธอเต้นรัวด้วยความกังวล เธอมาถึงจุดที่สามารถมองเห็นโต๊ะตัวมุมสุดได้... แผ่นหลังกว้างของกวินในเสื้อช็อปสีเข้มคุ้นตานั่งนิ่งอยู่ที่นั่น เขาไม่ได้อ่านหนังสือ แต่อยู่ในท่าทางที่ดูเหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง มือข้างหนึ่งของเขาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า
พายหยุดฝีเท้าลง หัวใจของเธอเหมือนจะหยุดเต้นเมื่อเห็นเขาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ สายตาของเขาที่มองออกไปทางประตูห้องสมุดนั้นไม่ได้ดูโกรธเคือง แต่มันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและ... ความหวังที่กำลังจะจางหาย
เธอเดินถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ลมหายใจติดขัด เธอเป็นคนขี้ขลาดเกินไปใช่ไหม? เธออยากรู้ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็กลัวเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับความจริงที่จะมาพังทลายความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้
“ถ้าพายไม่ไป... งั้นฉันไปเรียกเขาให้เอง” มีนาที่เดินตามมาข้างหลังเริ่มใจร้อน
“อย่า!” พายรีบห้ามพลางคว้าแขนเพื่อนไว้ “อย่าไปกวนเขาเลย ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้แหละ บางที... บางทีการไม่รู้ความจริง อาจจะรักษาความสัมพันธ์ของเราไว้ได้นานกว่า”
พายหมุนตัวกลับ เธอตัดสินใจจะเดินหนีออกจากห้องสมุดนี้ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นมุมชั้นหนังสือ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกวินลุกขึ้นยืน เขาไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มองตรงไปที่ตู้ล็อกเกอร์ใกล้ๆ มุมที่เธอซ่อนตัวอยู่ เขาหยิบซองจดหมายสีขาวออกมาจากเล่มหนังสือเล่มนั้น ก่อนจะวางมันทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วหยิบกระเป๋าเดินออกไปอีกทาง
เขาทิ้งมันไว้? เขาตั้งใจทิ้งมันไว้ให้เธอ?
ความอยากรู้อยากเห็นพุ่งทะลุความกลัว พายตัดสินใจวิ่งออกไปที่โต๊ะนั้นทันทีโดยไม่ฟังเสียงเรียกของมีนา เธอคว้าซองจดหมายขึ้นมา มือของเธอสั่นเทาจนแทบจะเปิดไม่ออก ข้างในนั้นไม่ใช่ความลับเรื่องความรัก แต่มันคือรูปถ่ายใบหนึ่ง... รูปถ่ายที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุนไปชั่วขณะ
นั่นคือรูปของเธอที่กำลังอ่านหนังสือในมุมเดิมเมื่อสองปีก่อน... แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบคือข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาที่ด้านหลังรูป
*‘พาย... สิ่งที่ฉันซ่อนไว้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่ความรัก แต่คือหลักฐานว่าทุกอย่างที่เราเจอกัน มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่เธอคิด’*
ยังไม่ทันที่พายจะได้ตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินย้อนกลับมาที่โต๊ะดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาเหนือตัวเธอ
“ในที่สุด... เธอก็ยอมเปิดอ่านมันสักทีนะ พาย”
เสียงของกวินไม่ได้อบอุ่นเหมือนทุกครั้ง แต่มันเรียบนิ่ง เย็นชา และแฝงไปด้วยความรู้สึกที่เธอยังอ่านไม่ออก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพายและกวินมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันในบทต่อไปนะคะ "ที่คั่นหนังสือสีชมพู"
บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด•ตอนที่ 16
วันที่ฝนพรำ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!