ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงที่กวินเคยฝากไว้ในสมุดบันทึกเล่มนั้น... บัดนี้มันกลับดูหนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนพันธนาการอยู่ พายจ้องมองตัวอักษรลายมือตัวเองในหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ราวกับจะกักเก็บเอาความกล้าหาญก้อนสุดท้ายไว้ในอก ก่อนจะปิดสมุดเล่มนั้นลงด้วยเสียงที่ดังดังก้องในความเงียบสงัดของห้องสมุดชั้นในสุด
“นี่เธอจะทำจริงๆ เหรอพาย?” มีนาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามวางหนังสือประวัติศาสตร์วรรณกรรมลง เสียงของเพื่อนสาวไม่ได้ดัง แต่กลับสั่นประสาทพายได้ดีกว่าเสียงตะโกน “แค่เพราะเขาเดินมาหาที่โต๊ะเมื่อวานเนี่ยนะ? เธอถึงกับจะทิ้งบันทึกที่เขียนมาครึ่งค่อนเทอมเลยเหรอ”
พายไม่ตอบ มือบางลูบไล้ปกสมุดหนังสีน้ำตาลใบนั้นแผ่วเบา สัมผัสถึงรอยยับย่นที่ผ่านการเปิดอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ถ้าความจริงที่เขียนอยู่ในนี้ มันไม่ได้สวยงามเหมือนสิ่งที่เขาจินตนาการไว้ล่ะมีนา? ถ้าสิ่งที่เขามองเห็นในตัวพายผ่านตัวหนังสือ มันไม่ใช่พาย... แต่เป็นเพียงภาพลวงตาที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเองล่ะ”
“เธอกำลังกลัวความจริง หรือกำลังกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนไป?” มีนาโน้มตัวเข้ามา สายตาของเพื่อนรักจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่ไหวระริกของพาย “กวินไม่ใช่คนโง่ เขาเป็นวิศวกรที่สังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นที่คั่นหนังสือสีชมพู หรือแม้แต่รอยนิ้วมือบนขอบปกหนังสือที่เธอหยิบอ่านบ่อยๆ เขาไม่ได้มองแค่ตัวอักษรหรอกนะพาย เขามองหา 'เจ้าของ' ตัวอักษรพวกนั้นอยู่ต่างหาก”
พายเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดตีตื้นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ ความรักในมุมเงียบของห้องสมุดแห่งนี้มันแสนหวาน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า กวินอาจจะ ‘รู้’ แล้วว่าใครคือคนเขียนบันทึก ความรู้สึกเหล่านั้นกลับกลายเป็นความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจ เธอไม่ต้องการเป็นแค่ตัวละครในจินตนาการของเขา เธออยากเป็นตัวจริง... แต่เธอก็กลัวเหลือเกินว่า พอได้เป็นตัวจริงแล้ว เขาจะผิดหวัง
“ถ้าเขาอ่านมันจนจบ... ทุกอย่างระหว่างเราจะเปลี่ยนไป” พายพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง “ฉันอยากหยุดมันไว้ตรงนี้ หยุดไว้ในจุดที่ทุกอย่างยังคงดูสมบูรณ์แบบ เหมือนนิทานที่จบลงก่อนจะถึงบทดราม่า”
“นั่นมันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือการหนีปัญหาค่ะ!” มีนาพูดเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจยาว “พาย... ในชีวิตจริงไม่มีใครมาคอยจัดวางฉากให้เราหรอกนะ ถ้าเธอไม่กล้าจะก้าวข้ามผ่านหน้ากระดาษแผ่นนี้ไป แล้วเธอจะไปยืนข้างๆ เขาในโลกแห่งความเป็นจริงได้ยังไง”
พายไม่ได้โต้ตอบ เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังชั้นหนังสือหมวดปรัชญาที่เงียบเชียบที่สุด เธอตั้งใจจะนำมันไปซ่อน... ซ่อนให้ลึกที่สุด ในจุดที่ไม่มีใครหาเจอ เพื่อจบเรื่องราวความรักลับๆ นี้ลงเสียที
แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะสอดสมุดเล่มนั้นเข้าไปหลังสันหนังสือหนาเตอะของตำราภาษาต่างประเทศ เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เล่นเอาหัวใจของพายหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ผมคิดว่าสมุดเล่มนั้นควรจะอยู่กับเจ้าของของมันมากกว่านะครับ”
พายชะงัก ร่างบางแข็งทื่อเหมือนถูกสาป เธอค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พบกวินยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่กลับดูโดดเด่นในสายตาเธอ เขายืนกอดอกพิงชั้นวางหนังสือ สายตาคมคู่นั้นไม่ได้มองที่เธอ แต่มองจ้องมาที่สมุดบันทึกในมือเธอด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก
“กวิน... นาย...” เสียงของพายขาดหายไป เธอพยายามจะกอดสมุดเล่มนั้นไว้แนบอก แต่มือกลับสั่นเทาจนแทบคุมไม่อยู่ “นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“นานพอที่จะรู้ว่า คนที่ขี้อายที่สุดในห้องสมุด มักจะเป็นคนที่เขียนสิ่งที่กล้าหาญที่สุดลงในสมุดบันทึก” เขาก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างกันลดน้อยลงจนพายรู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา “พาย... ทำไมต้องซ่อนมัน? หรือว่าความจริงในนั้น มันไม่มีชื่อของผมอยู่ครับ?”
พายกลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวแรงจนเจ็บอก เธอตัดสินใจแล้วว่าจะหยุดเขียน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ยอมให้จบลงง่ายๆ ยิ่งกวินก้าวเข้ามาใกล้ เธอยิ่งตระหนักได้ว่ากำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนนั้น มันกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเขา
เขาเอื้อมมือมาแตะขอบสมุดในมือเธอเบาๆ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสผ่านปกสมุดมาโดนนิ้วของพายเพียงแผ่วเบา แต่มันกลับส่งกระแสความร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง “ถ้าคุณไม่กล้าเปิดหน้าถัดไป... งั้นให้ผมช่วยเปิดได้ไหมครับ?”
พายเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของกวินไม่ได้มีความโกรธ ไม่มีความผิดหวัง มีเพียงความอบอุ่นที่ลึกซึ้งจนน่าใจหาย เขาดึงสมุดจากมือเธอไปถือไว้ ก่อนจะเปิดไปหน้าที่พายเพิ่งเขียนทิ้งไว้เมื่อคืน... หน้าที่มีรูปวาดลายเส้นปากกาหมึกซึมของที่คั่นหนังสือสีชมพู และข้อความที่เธอเขียนทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยลายมือที่สั่นไหวว่า *‘ความจริงที่ฉันกลัวที่สุด คือการที่นายรู้ว่าฉันเป็นใคร’*
กวินก้มลงอ่าน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มบางๆ ให้เธอ รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มที่เขาใช้ยิ้มให้เพื่อนร่วมคณะ แต่เป็นรอยยิ้มที่มีไว้เพื่อเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น “ความจริงคือ... ผมรู้มาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เห็นรอยเปื้อนหมึกบนโต๊ะตัวนั้นแล้วครับพาย”
เขาก้าวประชิดตัวจนพายต้องถอยหลังไปพิงชั้นหนังสือที่เย็นเฉียบ “และถ้าคุณจะหยุดเขียน... ผมก็มีเรื่องจะบอกคุณเรื่องหนึ่งเช่นกัน”
เขาลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ แววตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายบางอย่างที่ทำให้พายแทบหยุดหายใจ “ผมแอบอ่านบันทึกของคุณมาตลอด... และในนั้นไม่มีหน้าไหนเลยที่ผมไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่องจริง”
ก่อนที่พายจะทันได้เอ่ยอะไร กวินก็ยื่นที่คั่นหนังสือสีชมพูแผ่นนั้นที่เขาเคยหยิบไปเมื่อวันก่อนคืนให้เธอ แต่มันไม่ใช่แผ่นเดิมที่ว่างเปล่า ด้านหลังของมันมีตัวอักษรลายมือที่เป็นระเบียบเขียนทิ้งไว้ว่า *‘พรุ่งนี้ที่ร้านกาแฟหลังห้องสมุด... ไปหาความจริงด้วยกันนะครับ’*
มือของพายสั่นระริกขณะรับที่คั่นหนังสือแผ่นนั้นมา ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าของบรรณารักษ์ที่เดินใกล้เข้ามาทำให้ทั้งคู่ต้องรีบถอยห่าง แต่ในจังหวะที่กวินหันหลังกลับไป พายเหลือบไปเห็นสมุดบันทึกอีกเล่มที่หล่นลงมาจากกระเป๋าเป้ของกวิน เล่มที่มีปกสีเดียวกัน... สีกรมท่าที่ไม่ต่างจากสมุดที่เธอใช้เลยสักนิด!
มันไม่ใช่สมุดเล่มเดียว... แต่มันคือชุดเดียวกันกับของเธอ และที่ปกหลังของสมุดเล่มนั้น มีรูปวาดที่คั่นหนังสือสีชมพูแบบเดียวกับที่เธอเพิ่งวาดไปเมื่อคืนนี้เป๊ะไม่มีผิดเพี้ยน!
ความลับที่ว่าเธอแอบรักเขา... กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปทันที เมื่อเธอพบว่าเขาก็อาจจะเฝ้ามองเธอและ ‘แอบบันทึก’ เรื่องราวของเธอไว้ในมุมเงียบๆ มานานไม่แพ้กัน
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหัวใจพายมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันในบทต่อไปนะคะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด•ตอนที่ 14
บททดสอบความกล้า
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!