บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด•ตอนที่ 13

ดาวคณะคนใหม่

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“เลือกเอา... จะไปกับพ่อตอนนี้ หรือจะให้เพื่อนตัวน้อยของเธอต้องร่วมรับผิดชอบ ‘บันทึก’ เล่มนี้ไปด้วยกัน” เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นของผู้ชายวัยกลางคนคนนั้น ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของพาย ราวกับมีใครเอาค้อนเหล็กมาทุบซ้ำๆ ลงบนแผ่นอกของเธอ ความเงียบงันในมุมอับของห้องสมุดชั้นใต้ดิน—โซนหนังสือโบราณที่แทบไม่มีนักศึกษาย่างกรายเข้ามา—บีบอัดจนลมหายใจขาดช่วง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววสดใสยามเมื่อกวาดสายตาไปตามตัวอักษร บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก พายก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ ส้นรองเท้าผ้าใบสีขาวชนเข้ากับชั้นไม้สักเก่าคร่ำครึจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ กวินในยามนี้ไม่ได้มีมาดนิ่งสุขุมอย่างที่เธอเคยเห็น ใบหน้าคมคายซีดเผือด กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงแรงอารมณ์ที่เจ้าตัวกำลังพยายามสะกดกลั้นอย่างสุดชีวิต “อย่ามายุ่งกับเธอ...” เสียงของกวินลอดไรฟันออกมา มันแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ “เรื่องของเรา... จัดการกันเองสيครับ... เอ๊ย... จัดการกันเองสิครับ... ไม่สิ... จัดการกันเองสิคะ...” พายขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับสรรพนามที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มในยามวิกฤต แม้จะเป็นช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขัด แต่ความเคยชินของกวินที่มักจะเผลอใช้คำพูดสุภาพกับเธอเสมอ ก็ยังคงเล็ดลอดออกมาให้เห็น แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญในตอนนี้ ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับกวินราวกับถอดพิมพ์กันมา—เพียงแต่มีริ้วรอยแห่งกาลเวลาและแววตาที่เต็มไปด้วยความกระหายอำนาจ—หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแฟ้มหนังสีดำที่บรรจุเอกสารลับบางอย่าง “เพื่อนตัวน้อยเหรอ? หึ... เด็กอักษรฯ คนนี้นี่เองสินะ ที่ทำให้แกยอมเสียเวลามาหมกมุ่นอยู่ในห้องสมุดทึบๆ นี่ทุกวัน แทนที่จะไปเตรียมตัวรับตำแหน่งที่ฉันจัดเตรียมไว้ให้” พายรู้สึกเหมือนหัวใจร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ‘เด็กอักษรฯ คนนี้...’ หมายถึงเธออย่างนั้นหรือ? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกวินมีเรื่องราวเบื้องหลังที่เธอดำดิ่งไปไม่ถึง แต่การได้มาเผชิญหน้ากับบิดาผู้ให้กำเนิดของเขาในบรรยากาศที่คุกคามเช่นนี้ มันเกินกว่าที่เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งจะรับมือไหว “ผมบอกว่า... อย่าลากเธอเข้ามาเกี่ยวข้อง!” กวินพุ่งตัวเข้าไปขวางระหว่างพ่อของเขากับพาย มือหนาคว้าข้อมือของพายไว้แน่น ราวกับกลัวว่าร่างบางจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาที่ส่งผ่านมาช่วยบรรเทาความหนาเหน็บในอกของพายได้เล็กน้อย แต่มันก็ยังสั่นเทาจนเธอกลัวว่าเขาจะแบกรับภาระทั้งหมดไว้ไม่ไหว “ถ้าไม่อยากให้เธอลำบาก ก็แค่กลับไปกับฉัน... กวิน” ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะปรายตามองพายด้วยหางตา “ส่วนเธอ... หนูพายสินะ? เก็บเรื่องวันนี้ไว้เป็นความลับจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นอนาคตในรั้วมหาวิทยาลัยของเธอ อาจจะมีรอยด่างพร้อยที่ลบไม่ออก... ไปกันได้แล้ว กวิน” ร่างสูงของชายวัยกลางคนหมุนตัวเดินลับหายไปทางประตูหนีไฟ ทิ้งให้กลิ่นบุหรี่ราคาแพงจางๆ ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกระดาษเก่าในห้องสมุด กวินทรุดตัวลงพิงชั้นหนังสือ ลมหายใจหอบถี่ราวกับคนเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอน พายรีบก้าวเข้าไปใกล้ วางมือสั่นเทาลงบนไหล่กว้างของเขา “กวิน... คุณไหวไหมคะ?” เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ กวินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นไหวระริก มันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความอับอาย และความอ่อนแอที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน “ผมขอโทษ... พาย ผมไม่ควรดึงคุณเข้ามาเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้เลย” วันรุ่งขึ้น... บรรยากาศแสนอบอุ่นในห้องมุมโปรดของห้องสมุดกลางมหาวิทยาลัยกลับไม่สามารถเยียวยาความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในใจของพายได้เลย แม้ว่าเหตุการณ์เมื่อวานจะผ่านพ้นไปโดยไม่มีใครได้รับอันตราย แต่ภาพเงาของพ่อกวินและคำขู่คุกคามนั้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำ “นี่ๆ พาย แกเหม่ออะไรมาสามรอบแล้วนะ” มีนา เพื่อนสนิทสายลุยประจำกลุ่ม วางแก้วชานมไข่มุกกระแทกกับโต๊ะไม้เสียงดังจนพายสะดุ้ง “ฉันถามว่า เย็นนี้จะไปกินบุฟเฟต์ปิ้งย่างหน้ามอไหม กวินแกน่ะ... เอ๊ะ พูดถึงก็มาพอดีเลย” มีนาพยักเพยิดหน้าไปทางประตูห้องสมุด กวินก้าวเข้ามาด้วยชุดนักศึกษาเรียบร้อยเช่นเคย ใบหน้าหล่อเหลายังคงความนิ่งสงบ แต่ดวงตากลับกวาดมองหาใครบางคนทันทีที่ก้าวเข้ามา เมื่อสบเข้ากับสายตาของพาย มุมปากหยักลึกก็คลี่ยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและทำให้หัวใจของพายกระตุกวูบทุกครั้ง แต่ทว่า... วันนี้กวินไม่ได้มาคนเดียว เพื่อนสนิทจากคณะวิศวะอีกสามคนเดินตามหลังเขามาติดๆ หนึ่งในนั้นคือ ‘กรณ์’ หนุ่มหล่อคารมดีที่เป็นเพื่อนสนิทแก๊งเดียวกับกวิน และขึ้นชื่อเรื่องความปากไว “อ้าวเฮ้ย! ไอลูกคุณหนูวิศวะ วันนี้ไม่ได้แอบแวบมาอ่านหนังสือคนเดียวเหรอวะ ถึงว่าทำไมช่วงนี้ขยันเข้าห้องสมุดจัง ที่แท้ก็มี ‘บรรณารักษ์ส่วนตัว’ นั่งรออยู่นี่เอง” กรณ์เอ่ยแซวเสียงดังลั่น จนนักศึกษาโต๊ะข้างๆ หันมามองเป็นตาเดียว กวินขมวดคิ้วมุ่น ปรามเพื่อนเสียงต่ำ “กรณ์... เงียบปากไปเลยน่า” “เงียบได้ไงวะ ก็พวกกูเห็นแกนั่งยิ้มคนเดียวกับสมุดโน้ตปกสีชมพูเล่มนั้นมาเป็นเดือนแล้ว!” กรณ์หัวרויร่ออย่างสนุกสนาน โดยไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของกวินที่เริ่มตึงขึ้น “ว่าไงน้องพาย... น้องแอบส่งข้อความจีบไอ้กวินผ่านสมุดยืมคืนหนังสือใช่ไหมเนี่ย? แหม ท่าทางเรียบร้อยอย่างนี้ ร้ายไม่เบานะเราน่ะ” คำแซวทีเล่นทีจริงของกรณ์ ลอยเข้ามากระทบโสตประสาทของพายราวกับมีเข็มเล่มเล็กๆ มาทิ่มแทง ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายในตอนแรก... แต่ทว่า ความรู้สึกนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความกังวลใจอย่างรวดเร็ว พายกวาดสายตามองไปรอบๆ โต๊ะ สายตานักศึกษาคนอื่นๆ ที่มองมาพร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองตัวลีบลงเรื่อยๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อวานแวบเข้ามาในหัว... ครอบครัวของกวินอยู่ในระดับสูงทางสังคม มีอิทธิพล และเต็มไปด้วยความลับอันดำมืด ส่วนเธอ... เป็นเพียงนักศึกษาคณะอักษรฯ ธรรมดาๆ คนหนึ่ง การที่ตัวตนของเธอถูกหยิบยกขึ้นมาล้อเลียนท่ามกลางความสนใจของคนหมู่มาก มันไม่ได้ทำให้เธอดูพิเศษเลยสักนิด... กลับกัน มันทำให้เธอกลัว กลัวว่าตัวเองจะเป็น ‘จุดอ่อน’ ที่ทำให้กวินต้องเดือดร้อนอีกครั้ง “เอ่อ... ขอตัวก่อนนะคะ พอดีฉันมีธุระต้องไปห้องภาควิชาค่ะ” พายรีบเก็บสมุดเลนส์และชีทเรียนใส่กระเป๋าผ้าอย่างลวกๆ หลบสายตาทุกคู่ที่มองมา รวมถึงสายตาดำขลับคู่คมของกวินที่กำลังมองเธอด้วยความตกใจ “พายเดี๋ยว...” กวินเอื้อมมือมาหมายจะคว้าแขนเธอไว้ แต่พายเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว “ฉันรีบจริงๆ ค่ะ ไว้เจอกันนะคะมีนา” พายเอ่ยเสียงเบาหวิว ก่อนจะก้าวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องสมุดไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองสีหน้าของคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง มีนาหันไปมองหน้ากวินที่บัดนี้แววตาเต็มไปด้วยความร้อนรน ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่กลุ่มเพื่อนวิศวะ “พวกแกนี่นะ... ปากเสียไม่เข้าเรื่องเลย!” ส่วนกวิน... เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวที่พยายามปกปิดมาตลอด กำลังพรั่งพรูเข้ามาเล่นงานเขาอีกครั้ง เมื่อเขารู้ว่า... กำแพงที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพาย กำลังถูกทำลายลงทีละน้อย จากทั้งคนในครอบครัวของเขาเอง... และความไม่มั่นใจของตัวพาย ในมุมอับของชั้นวางหนังสือวรรณกรรมคลาสสิกที่พายเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อครู่... เงาร่างหนึ่งในชุดสูทสากลยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงรอยยิ้มเย็นเยียบ สายตาทอดมองตามหลังเด็กสาวอักษรฯ ไปด้วยความสนใจ นิ้วเรียวของชายคนนั้นเคาะลงบนปก ‘บันทึก’ เล่มสีชมพูที่ถูกลืมทิ้งไว้บนโต๊ะ... เล่มที่พายทำตกไว้ด้วยความรีบร้อน “เด็กคนนี้... ดูท่าทางจะเปราะบางกว่าที่คิดเสียอีกนะกวิน” เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากของบิดากวิน ก่อนที่เขาจะหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูหน้าแรก แล้วรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมก็ปรากฏขึ้น “ถ้าพังมันตรงนี้ไม่ได้... เราก็แค่ใช้ความกลัวของเธอ เป็นกุญแจไขตู้เซฟของแกก็แล้วกัน ลูกชาย” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรู้สึกละมุนละไมในทุกตัวอักษรนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%