บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด•ตอนที่ 2

หนังสือเล่มที่ 402

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"ถ้าตอบว่า 'ไม่' คุณจะเลิกมองฉันไหมล่ะคะ?" ฉันถามออกไปโดยไม่กล้าสบตา ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก มือที่จับขอบเคาน์เตอร์บรรณารักษ์สั่นระริกจนต้องกำแน่นเพื่อระงับความประหม่า กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ ในห้องสมุดที่เคยเป็นเซฟโซนของฉัน บัดนี้กลับกลายเป็นที่ที่บีบคั้นลมหายใจที่สุดในชีวิต กวินไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแต่ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวสะอาดคล้ายกลิ่นสบู่ผสมกับกลิ่นแดดอุ่นๆ ที่ติดตัวเขามาเสมอ เขาเท้าแขนลงกับโต๊ะไม้ตัวยาว สายตาคมกริบที่มักจะซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสายตาคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันราวกับจะอ่านบันทึกที่ฉันไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น "ผมไม่ได้บอกว่าการที่คุณมองผมมันเป็นเรื่องแย่สักหน่อย" เขากล่าวเสียงเรียบ ทว่ามีรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "แต่การที่ผมต้องมานั่งรอว่าวันนี้บรรณารักษ์ตัวน้อยจะหันมามองกี่ครั้ง... มันก็เสียเวลาอ่านหนังสือไปหน่อยเหมือนกันนะ" เขาผละออกไปอย่างรวดเร็วราวกับจงใจทิ้งความประหม่าไว้ให้ฉันเป็นของดูต่างหน้า ทิ้งให้ฉันยืนแข็งค้างอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวเก่าในขณะที่เขาสาวเท้าเดินไปยังชั้นหนังสือหมวดปรัชญาและวรรณกรรมคลาสสิก แผ่นหลังกว้างของหนุ่มวิศวะในเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตานั่นดูโดดเด่นเกินกว่าจะมาอยู่ในมุมที่เงียบเชียบแบบนี้ ฉันทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ไม้ตัวที่พนักงานใช้ประจำ ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากที่สวมไว้ออกไปต่อหน้าต่อตาทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูก มีนาที่เพิ่งเดินกลับมาจากโซนคอมพิวเตอร์รีบปรี่เข้ามาหาฉันทันที เธอผลักไหล่ฉันเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น "พาย! เมื่อกี้ฉันเห็นนะ! พ่อวิศวะหน้าตายคนนั้นคุยอะไรกับแก? หน้าแกแดงไปถึงใบหูแล้วนะแม่คุณ!" "ไม่มีอะไรหรอกมีนา..." ฉันพึมพำ แก้ต่างให้ตัวเองอย่างอ่อนแรง "เขาก็แค่... ทักทายตามประสาคนว่างงานน่ะ" "ทักทายบ้านแกสิ! สายตาแบบนั้นน่ะเขาเรียกว่า 'อ่อย' จ้ะ ยัยพาย! เอ๊ะ... ว่าแต่เขากำลังหาหนังสืออะไรน่ะ ทำไมถึงเดินวนอยู่ที่ชั้น 400 นานจัง?" คำพูดของมีนาเตือนสติฉันได้ดี ชั้นหนังสือหมายเลข 400 คือชั้นที่ฉันเก็บ 'หนังสือเล่มที่ 402' เอาไว้ หนังสือที่เป็นความลับเดียวของฉันในห้องสมุดแห่งนี้ หลังจากมีนาแยกตัวออกไปทำงานกลุ่มที่โต๊ะมุมห้อง ฉันตัดสินใจเดินไปที่ชั้นหนังสือเลขที่ 400 อย่างเงียบเชียบ กวินไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เขาคงไปนั่งประจำที่โต๊ะตัวเดิมในมุมอับสายตาของห้องสมุด ชั้นหนังสือไม้สีเข้มส่งกลิ่นอายของอดีต ฉันหยิบหนังสือเล่มหนาสันปกสีน้ำเงินเข้มที่มีรอยถลอกตรงมุมออกมา มันเป็นหนังสือที่กวินมักจะหยิบมาอ่านซ้ำๆ ราวกับว่าตัวอักษรข้างในนั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าคนทั่วไปจะเข้าถึง ฉันเปิดหน้ากระดาษที่คั่นไว้ด้วยที่คั่นหนังสือสีชมพูที่ฉันตั้งใจทำขึ้นเอง หน้ากระดาษขาวสะอาดถูกเติมเต็มด้วยลายมือบรรจงที่ฉันแอบเขียนไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน *'ถ้าการอ่านคือการเดินทาง คุณคิดว่าจุดหมายปลายทางของคนอ่านหนังสือเล่มนี้คืออะไรหรือคะ? บางที... คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษร แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นคนเปิดหน้าถัดไปร่วมกับคุณ'* ฉันหยิบปากกาด้ามเล็กในกระเป๋าเสื้อออกมา ความกล้าหาญที่สั่งสมมาตลอดสามเดือนถูกผลักดันด้วยประโยคท้าทายของเขาเมื่อครู่นี้ ฉันจรดปลายปากกาลงบนขอบกระดาษขาว เติมข้อความสั้นๆ ลงไปอีกบรรทัด *'และถ้าในวันหนึ่ง หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่เปลี่ยนไปจากเดิม... คุณจะยังอยากอ่านมันอยู่ไหมคะ, คุณนักอ่านในมุมเงียบ?'* หัวใจของฉันเต้นระรัวจนเจ็บหน้าอก ฉันวางหนังสือเล่มนั้นกลับเข้าที่เดิมด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะรีบเดินถอยหลังออกมา ทว่าในจังหวะที่ฉันหมุนตัวกลับ เงาของใครบางคนก็ทอดทับลงมาบนพื้นไม้หน้าชั้นหนังสือ ฉันเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจและพบว่ากวินยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจ แววตาของเขาดูสงบและลุ่มลึกจนฉันเดาทางไม่ออก เขายื่นมือผ่านไหล่ฉันไปหยิบหนังสือเล่มสีน้ำเงินเข้มเล่มนั้นออกมาจากชั้น "หนังสือเล่มนี้น่ะ..." เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ สัมผัสจากนิ้วมือที่แตะถูกสันปกหนังสือทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ "ผมอ่านจนจำเนื้อหาได้ทุกหน้าแล้ว แต่มีอยู่หน้าหนึ่งที่ผมไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน" เขาหันมามองฉัน ใบหน้าอยู่ห่างเพียงคืบ กวินเปิดหนังสือไปที่หน้า 402 แล้วกวาดสายตาอ่านข้อความที่ฉันเพิ่งเขียนลงไป ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตาฉันด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้เรียบเรื่อยเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนเขากำลังค้นพบสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต "และหน้าถัดไปที่ผมอยากอ่าน..." เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ "คุณจะเป็นคนเขียนให้ผมอ่านเองกับมือ... ใช่ไหมครับ?" ในวินาทีนั้น ห้องสมุดทั้งห้องดูเหมือนจะเงียบสนิทลงฉับพลัน เสียงหัวใจของฉันดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศจนกลบทุกสรรพเสียงรอบข้าง ฉันได้แต่ยืนนิ่งราวกับถูกสาป แต่ก่อนที่ฉันจะได้หาเสียงตัวเองเจอจนสามารถตอบเขาได้ พลันเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในโถงทางเดิน "พี่กวิน! อยู่นี่เอง ผมตามหาตั้งนาน!" เสียงของ 'นนท์' รุ่นน้องวิศวะคนสนิทของกวินดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวที่ทำลายบรรยากาศจนสิ้นซาก นนท์เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางเร่งรีบก่อนจะชะงักเมื่อเห็นกวินยืนประจันหน้ากับฉันในระยะที่ไม่ปกติ "เอ่อ... ขอโทษครับพี่ ผมไม่ได้ขัดจังหวะอะไรอยู่ใช่ไหม?" กวินไม่ได้หันไปมองรุ่นน้อง สายตายังคงตรึงอยู่ที่ใบหน้าของฉัน เขายังคงถือหนังสือเล่มนั้นไว้ในมือแน่น ก่อนจะหันไปหานนท์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนหน้ากากที่สวมไว้ตามปกติ แต่ทว่า... มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือหนังสือ กลับเอื้อมมาคว้าข้อมือของฉันไว้หลวมๆ เป็นเชิงให้ฉันอย่าเพิ่งหนีไปไหน "ขัดจังหวะน่ะใช่" กวินตอบนนท์สั้นๆ แต่สายตายังคงไม่ละไปจากฉัน "แต่ช่วยรออยู่ตรงนั้นก่อน... เพราะผมยังคุยกับบรรณารักษ์คนนี้ไม่จบ" ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเงียบในวันนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%