กลิ่นอายสุราหมักร้อยบุปผาลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากท้องพระโรงชั้นใน—กลิ่นอายเช่นนี้ หลี่จินเยว่จดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของมารดาผู้ล่วงลับ ปลายนิ้วเรียวรีที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกว้างแตะสัมผัสกับด้ามดาบเงาโลหิตที่แนบกระชับอยู่ข้างกาย ความเย็นเยียบของเหล็กกล้าชั้นดีส่งผ่านผิวเนื้อ ปลุกเร้าสติสัมปชัญญะของนางให้ตื่นตัวท่ามกลางแสงเทียนวับแวมและเสียงบรรเลงพิณดีดสีชวนเคลิบเคลิ้ม
เบื้องหน้าของนางคือภาพอันจอมปลอมของงานเลี้ยงต้อนรับขุนนางหัวเมือง ทว่าใต้รอยยิ้มพFกพูและเสียงหัวเราะกังวาน กลับเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบที่พร้อมจะปลิดชีพคนได้โดยไม่ต้องใช้ดาบ
"คุณหนูหลี่... เหตุใดจึงเอาแต่นั่งเหม่อมองจอกสุราเช่นนั้นเล่า หรือว่าสุราในวังหลวงจะไม่ถูกปากธิดาผู้สืบสกุลหลี่ผู้เกรียงไกร?"
เสียงทุ้มนุ่มรื่นหูดั่งหยกกระทบกันดังขึ้นเบาๆ ขัดจังหวะห้วงความคิดอันดำมืด หลี่จินเยว่เงยหน้าขึ้น ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองผู้ที่ก้าวเข้ามาเยือน นางมิได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่ฉาบไว้บนริมฝีปากดั่งน้ำค้างบนกลีบเหมันต์
องค์ชายรองจ้าวอี้หลัน—บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น ‘โอรสสวรรค์ผู้ไร้พิษสง’ รอยยิ้มของเขาอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์แรกแย้งในฤดูใบไม้ผลิ แววตาคู่นั้นทอประกายความห่วงใยและระคนความนัยลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง ทว่าภายใต้ท่าทีอ่อนโยนไร้พิษภัยนั้น นางกลับรับรู้ได้ถึงกระแสพลังปราณมังกรที่หมุนวนอยู่รอบตัวเขาอย่างเงียบเชียบ—มันคือความทะเยอทะยานที่ซ่อนคมเขี้ยวไว้ลึกที่สุดในราชสำนัก
"ทูลองค์ชายรอง สุราในวังหลวงย่อมเลิศล้ำเกินกว่าสามัญชนจะเอื้อมถึง... เพียงแต่หม่อมฉันคิดว่า รสชาติของมันมักจะเปลี่ยนไปตามกลิ่นอายของเลือดที่เจือจางอยู่ในอากาศต่างหากเพคะ" หลี่จินเยว่เอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับปลายดาบที่พ้นฝัก
จ้าวอี้หลันชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ถือตัว กลิ่นอายหอมจางของชาสมุนไพรชั้นดีโชยปะทะนาสิก กลิ่นกายที่สะอาดสะอ้านและแตกต่างจากขุนนางมักมากในห้องโถงนี้อย่างสิ้นเชิง
"เจ้ายังคงระแวดระวังตัวเช่นเคย... จินเยว่" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความดังลงจนเหลือเพียงคนทั้งสองที่ได้ยิน "ที่นี่ไม่ใช่ลานประลองตระกูลหลี่ และข้า... ก็ไม่ใช่ศัตรูที่เจ้าจะต้องชักดาบออกมาต้อนรับ"
"ในราชสำนักนี้ ใครบ้างมิใช่ศัตรูที่รอเวลาแทงข้างหลังเล่าเพคะ?" หลี่จินเยว่แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางรินสุราลงในจอกด้วยกิริยาชดช้อยงดงาม ทว่าแววตากลับเยียบเย็น "องค์ชายรองทรงทราบดีว่าการที่หม่อมฉันยังคงมีลมหายใจยืนหยัดอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ย่อมไม่ใช่เพราะความเมตตาของฝ่าบาท... แต่เป็นเพราะพวกท่านยังเกรงกลัวคมดาบที่ซ่อนอยู่ต่างหาก"
จ้าวอี้หลันไม่โกรธเคือง เขากลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองนางราวกับสัตว์ป่ากำลังพิจารณาเหยื่ออันล้ำค่าที่มันหมายปองมาเนิ่นนาน มือเรียวยาวเอื้อมไปกุมจอกสุราของตน ทว่าปลายนิ้วกลับจงใจสัมผัสโดนหลังมือของนางที่วางอยู่บนโต๊ะ ปราณอุ่นร้อนสายหนึ่งแผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัสเข้าสู่ชีพจรของนางในชั่วพริบตา—เป็นการถ่ายทอดพลังปราณเพื่อหยั่งเชิง และในขณะเดียวกันก็เป็นการปลอบประโลมอันอวดดี
หัวใจของหลี่จินเยว่กระตุกวูบ นางเกือบจะชักมือกลับตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ทว่ากลับต้องสะกดกลั้นไว้ด้วยความอับจนปัญญา—ปราณมังกรของเขากำลังกดดันจุดชีพจรสำคัญของนางอย่างแนบเนียน หากขัดขืนย่อมเสียเปรียบ แต่นางหาใช่สตรีอ่อนแอที่จะยอมจำนน
"หากคมดาบของเจ้ามีไว้ปกป้องแผ่นดิน... เหตุใดต้องใช้มันเพื่อล้างแค้นให้คนตระกูลเดียวกันที่ตายอย่างไร้ค่าเล่า?" จ้าวอี้หลันโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุรุษที่ทรงอำนาจและดุดันแผ่ซอบซาบเข้ามาในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่านข้างใบหูของนาง "ร่วมมือกับข้า... จินเยว่ บัลลังก์ทองคำนี้ ข้าจะมอบมันให้เจ้าเป็นแท่นบูชาการชำระแค้น"
คำพูดนั้นหนักแน่นและดึงดูดใจดั่งคำสัตย์สาบานของปีศาจ ในยุทธภพและราชสำนักที่เน่าเฟะ มีเพียงข้อเสนอนี้เท่านั้นที่คุ้มค่าพอจะเสี่ยง ทว่าในวินาทีที่หลี่จินเยว่กำลังจะเปิดปากเอ่ยคำตกลง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของมือสังหารเงาโลหิตที่สะท้อนผ่านกระจกสำริดโบราณด้านหลังพระองค์—มันไม่ใช่คนของฮ่องเต้ และไม่ใช่คนของตระกูลอริเก่า
แต่เป็นเงาสังหารที่พุ่งตรงมาจากตำหนักในของสนมเอกผู้ทรงอำนาจ!
"ระวัง!"
หลี่จินเยว่พุ่งตัวเข้าประชิดร่างของจ้าวอี้หลันในเสี้ยววินาที ร่างระหงส์โอบกอดพลิกตัวเขาหลบคมกระบี่อาบยาพิษที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างเหี้ยมเกรียม เสียงโลหิตกระทบอากาศดัง "ฉวะ!" พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ประกายไฟจากคมดาบสาดแสงวาบตัดผ่านความมืดมิดของราตรี... ทว่าก่อนที่นางจะได้ตั้งหลักเพื่อสวนกลับคมกระบี่นั้น
ปลายกระบี่เล่มที่สามกลับจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของนางจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบเยือกเย็นของบุรุษผู้ไม่ควรปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ดังขึ้นข้างหู
"องค์ชายรอง... ดูกلดูเหมือนว่าสตรีที่ท่านเลือกจะปกป้อง จะเป็นชนวนเหตุแห่งความพินาศของพวกท่านเสียแล้วกระมัง?"
ต้นไม้ริมระเบียง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ
เงาคมดาบสลักบัลลังก์โลหิต•ตอนที่ 2
รอยยิ้มบนคมมีด
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาคมดาบสลักบัลลังก์โลหิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!