"องค์ชายรอง... ดูเหมือนว่าสตรีที่ท่านเลือกจะปกป้อง จะเป็นชนวนเหตุแห่งความพินาศของพวกท่านเสียแล้วกระมัง?"
คำกล่าวเย้ยหยันอันเย็นเยียบยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของหลี่จินเยว่ ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกที่คอยตอกย้ำถึงความอัปยศอดสูเมื่อเจ็ดปีก่อน คราบเลือดของคนสกุลหลี่นับร้อยชีวิตยังคงติดตรึงอยู่บนผนังจิตสำนึกของนาง ไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา แม้เปลวเพลิงที่เผาผลาญจวนอัครเสนาบดีจะดับมอดลงนานแล้ว แต่ไฟแห่งความแค้นในทรวงอกกลับยิ่งโหมกระหน่ำแผดเผาทุกอณูวิญญาณของนางให้ลุกเป็นไฟ
ในห้องลับใต้ดินอันมืดมิด ไร้ซึ่งแสงตะวัน มีเพียงแสงริบหรี่จากเปลวเทียนไขอสูรที่ทอประกายสีเขียวมรกตสะท้อนกับคมดาบเงาโลหิตในมือของนาง หลี่จินเยว่ นั่งขัดสมาธิอยู่บนค่ายกลอักขระโลหิตโบราณ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าอันงดงามล่มเมือง ทว่าเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู ปราณโลหิตในกายของนางโคจรหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ทะลวงผ่านจุดชีพจรสำคัญสิบสองสาย ราวกับมังกรเพลิงที่กำลังแหวกว่ายฝ่ากระแสธาราอันเชี่ยวกราก
"อึก..." เสียงครางต่ำเล็ดลอดจากริมฝีปากบางเฉียบที่บتเข้าหากันจนซีดเซียว นางฝืนกลืนเลือดสดๆ ที่ตีตื้นขึ้นมาลงคอ การใช้เคล็ดวิชา 'เนตรโลหิตสืบรอย' ซึ่งเป็นวิชาต้องห้ามโบราณ ย่อมต้องแลกมาด้วยอายุขัยและพลังชีวิตมหาศาล แต่นางมิอาจรอคอยได้อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อสวรรค์ไร้ความเมตตา นางจักใช้มือคู่นี้แหละควักเอาหัวใจของมันผู้ทรยศออกมากราบสังเวยดวงวิญญาณของบิดามารดาด้วยตนเอง
ปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกสลักกรีดลงบนฝ่ามือข้างซ้ายของตนเอง เลือดสีแดงฉานไหลรินหยดลงสู่กลางอักขระโบราณ ส่งผลให้แสงสีชาดสว่างวาบขึ้น ทันใดนั้น ดวงตาของจินเยว่ก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาข้างซ้ายแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต ภาพหลอนและเศษเสี้ยวความทรงจำอันกระจัดกระจายหลั่งไหลเข้ามาในห้วงสมองของนางดั่งพายุหมุน
*กลิ่นอายปราณกระบี่อันคุ้นเคย... กลิ่นอายของตระกูลหลี่ที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นดาบย้อนกลับมาทิ่มแทงผู้เป็นนาย...*
ภาพเบื้องหน้าของนางเริ่มปรากฏเป็นรูปร่าง ควันสีดำจางหายไป เผยให้เห็นเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าค่ายกลป้องกันค่ายทหารรกร้างนอกเมืองหลวง
แม่ทัพ 'สือเทียนเหิง'
สุนัขรับใช้ผู้เนรคุณ ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยคุกเข่าคำนับบิดาของนางในฐานะผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ผู้ที่เคยกินข้าวร่วมหม้อและสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อตระกูลหลี่ด้วยชีวิต ทว่าในคืนแห่งการนองเลือดเมื่อเจ็ดปีก่อน มันกลับเป็นผู้เหนี่ยวไกธนูอาบยาพิษดอกแรกปลิดชีพพี่ชายแท้ๆ ของนาง และนำกองกำลังทหารเข้าปิดล้อมจวนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก..." เสียงหวานหยดแต่เย็นเยือกดั่งน้ำแข็งพันปีหลุดออกจากเรียวปากของจินเยว่ ดาบเงาโลหิตในมือสั่นระริกราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารอันเข้มข้นของผู้เป็นนาย มันกระหายเลือด... เลือดของคนทรยศ!
ในขณะเดียวกัน ที่เบื้องบนของห้องลับ ณ ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสวนหย่อม องค์ชายรองจ้าวอี้หลันกำลังทอดพระเนตรจันทร์เพ็ญสีเลือดบนท้องฟ้ายามวิกาลอย่างเงียบเชียบ พระหัตถ์ข้างหนึ่งถือจอกสุราหยกขาวที่มีไอร้อนระอุ ทว่าแววตาของพระองค์กลับเต็มไปด้วยความกังวลระคนลุ่มลึก พระองค์ทรงทราบดีว่าการที่จินเยว่ฝืนใช้เคล็ดวิชาต้องห้าม จะส่งผลกระทบต่อร่างกายที่บอบช้ำของนางมากเพียงใด
"จินเยว่... เจ้าช่างดื้อรั้นเสียจริง" จ้าวอี้หลันพึมพำกับความว่างเปล่า มุมพระoษฐ์หยักลึกยกยิ้มฝื่อนๆ ความทะเยอทะยานในการแย่งชิงบัลลังก์มังกรของพระองค์ อาจเป็นเพียงเกมการเมืองเพื่ออำนาจในสายตาของผู้อื่น แต่สำหรับพระองค์แล้ว บัลลังก์นั้นมีความหมายเดียว... คือการมีอำนาจมากพอที่จะปกป้องสตรีผู้กุมหัวใจพระองค์ไว้ใต้ร่มเงาพสุธาแห่งนี้ มิให้ผู้ใดกล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายนิ้ว
ทันใดนั้น สายลมยามราตรีก็พัดกรรโชกแรงจนเปลวเทียนรอบศาลาดับวูบลง เงาร่างสีดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นราวกับภูตผีปีศาจ คุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ด้วยความเคารพยำเกรง
"ทูลองค์ชาย สายลับของเรามารายงานแล้วพ่ะย่ะค่ะ แม่ทัพสือเทียนเหิงแอบเดินทางออกจากค่ายทหารพิทักษ์ชายแดน มุ่งหน้าไปยัง 'หุบเขากลืนวิญญาณ' เป็นการส่วนตัว คาดว่าน่าจะมีจุดประสงค์ลับบางอย่างเกี่ยวกับสมบัติที่สูญหายของตระกูลหลี่พ่ะย่ะค่ะ"
จ้าวอี้หลันทรงหรี่พระเนตรลงคมกริบ รัศมีอำนาจอันเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายโดยไม่รู้ตัว "หุบเขากลืนวิญญาณอย่างนั้นหรือ? สถานที่อันตรายเช่นนั้น... หรือว่ามันกำลังตามหาคัมภีร์ลับที่สูญหายไปในคืนนั้นจริงๆ"
พระองค์ทรงแย้มพระสรวลเย็นชาออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะวางจอกสุราลงบนโต๊ะหินอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคง
"เตรียมม้าศึกและหน่วยเงาทมิฬ... เราจะไป 'ต้อนรับ' สหายเก่าผู้นี้ด้วยพระองค์เอง"
ตัดกลับมาที่ห้องลับใต้ดิน หลี่จินเยว่ลืมตาขึ้นช้าๆ หยาดเลือดสีแดงสดไหลรินออกจากมุมดวงตาข้างซ้ายของนางหยดลงสู่พื้นหิน ส่งเสียง 'ติ๋ง' ดังก้องกังวานในความเงียบงัน ร่างกายของนางสั่นสะท้อนด้วยพิษภัยจากวิชาสะท้อน แต่แววตาของนางกลับเปล่งประกายคมปลาบดุจเพชรน้ำเอกที่เจียระไนด้วยความแค้น นางยืนขึ้นอย่างช้าๆ ดาบเงาโลหิตในมือส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงราวกับวิญญาณร่ำไห้
นางก้าวเดินขึ้นบันไดหินทีละก้าว เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง ดุจเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าจังหวะแห่งความตาย
เมื่อนางก้าวพ้นประตูห้องลับ ออกมาสู่แสงจันทร์ยามวิกาล จ้าวอี้หลันก็ยืนรออยู่แล้ว พระองค์ทรงสวมชุดเกราะอ่อนสีดำสนิท ทรงยื่นมือหนาออกมาเบื้องหน้า รอยยิ้มที่มอบให้นางมีความอ่อนโยนและอบอุ่นปะปนอยู่เพียงผู้เดียว ทว่าในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน
"เจ้าพบเบาะแสของมันแล้วใช่หรือไม่?" จ้าวอี้หลันตรัสถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
จินเยว่ไม่ตอบคำ นางเพียงแต่ปรายตามองพระหัตถ์ที่ยื่นมาครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือเรียวบางของนางไปวางทับลงบนฝ่ามือของพระองค์อย่างมั่นคง สัมผัสที่เย็นเยียบของนางถูกความอบอุ่นจากพระองค์โอบอุ้มไว้ ทว่าความตั้งใจของทั้งคู่กลับคมกริบและเย็นชาไม่ต่างกัน
"หุบเขากลืนวิญญาณ... คืนนี้ หนี้เลือดจะต้องชำระด้วยเลือด" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งความลังเล
ทว่า ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าออกจากจวนเพื่อมุ่งหน้าสู่สมรภูมิแห่งความตายนั้นเอง เสียงกระดิ่งสำริดโบราณที่แขวนอยู่หน้าประตูเรือน ซึ่งควรจะไร้ซึ่งผู้คน กลับดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างกะทันหัน... *กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง...*
พร้อมกับเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่ก้าวพ้นม่านหมอกราตรีเข้ามาในเขตอาคมอย่างง่ายดาย ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่มีค่ายกลป้องกันใดๆ อยู่เลย บุคคลผู้นั้นสวมหมวกคลุมหน้าสีดำสนิท ปราณรอบกายกดทับลงมาจนอากาศแทบหยุดนิ่ง และเมื่อคนผู้นั้นค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้าออก ใบหน้าที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของจินเยว่และจ้าวอี้หลัน ก็ทำเอาลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึกไปชั่วขณะ
"คิดไม่ถึงเลยว่า... ข่าวการตามหาตัวสือเทียนเหิง จะมีพวกเจ้าให้ความสนใจมากถึงเพียงนี้" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "แต่ช้าก่อน... หากพวกเจ้าคิดจะไปหาเขาที่หุบเขากลืนวิญญาณ เกรงว่า... พวกเจ้าจะต้องก้าวข้าม 'ศพ' ของข้าผู้เป็นสมาคมเงาทมิฬคนเก่าเสียก่อน... *องค์ชายรอง*!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความแค้นอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— ต้นไม้ริมระเบียง
เงาคมดาบสลักบัลลังก์โลหิต•ตอนที่ 3
เสียงกระซิบแห่งความแค้น
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาคมดาบสลักบัลลังก์โลหิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!