รอยชอล์กสีแดงที่ขีดทับเส้นโครงสร้างเหล็กขนาดมหึมาบนกระดานไวท์บอร์ด ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแก้ไขข้อผิดพลาด แต่มันคือเครื่องประจักษ์ว่า 'ดร.นลิน' คนนี้ ไม่เคยปล่อยให้ความมักง่ายใดๆ เล็ดลอดผ่านสายตาคู่สวยที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมนั้นไปได้เลยแม้แต่นิลเดียว
"ถ้าตรงนี้ยังดันทุรังจะใช้ดีไซน์โค้งเว้าตามใจคุณเรย์โดยไม่คำนึงถึงจุดรับน้ำหนัก แรงเหวี่ยงจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในเซฟเฮาส์จะบิดตัวโครงสร้างจนพังครืนลงมาทับพวกเราตายก่อนจะได้ส่งมอบงานค่ะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของหัวหน้าทีมวิศวกรดังขึ้น ท่ามกลางกองแปลนพิมพ์เขียวที่กองระเกะระกะเต็มโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่เรียบตึงจนแทบจะกลายเป็นรูปปั้นหินอ่อน นลินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่กรณีที่ยืนกอดอกพิงผนังกั้นห้องกระจกด้วยซ้ำ แต่ปลายนิ้วเรียวที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลากลับยังคงลากเส้นคำนวณตัวเลขยั้วเยี้ยบนกระดาษอย่างคล่องแคล่ว
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างชัดเจน เธอขยับตัวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานนั้นอีกนิดจนแทบจะชิดขอบโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยวนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่ายอย่างจงใจ
"แล้วถ้าฉันยอมแก้ตามที่คุณนลินขีดเส้นแดงไว้เป๊ะๆ งานศิลป์บนโครงสร้างสถาปัตยกรรมชิ้นนี้มันจะไม่กลายเป็นแค่กล่องสี่เหลี่ยมทึบตันน่าเบื่อหรอกเหรอคะ ด็อกเตอร์? คุณรสนิยมติดลบเรื่องความงามตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"
นลินชะงักปลายปากกาในมือ เธอกดสายตาคมกริบเงยขึ้นสบตากับคนอวดดีที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ เรย์ไม่ได้ถอยหนี แถมยังเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้ทั้งคู่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันท่ามกลางความเงียบสงบของตึกทำการยามวิกาล
"วิศวกรรมไม่ได้มีไว้เพื่อสนองตัณหาความอาร์ตไร้สาระของคุณค่ะ มันมีไว้เพื่อความปลอดภัย... และที่สำคัญ ฉันไม่ได้บอกว่าดีไซน์ของคุณมันแย่" นลินเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาลงมองแปลนส่วนโค้งที่เรย์ร่างไว้ด้วยมือเมื่อช่วงหัวค่ำ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย "แต่มันแค่... ต้องปรับองศาให้รับแรงเฉือนอีกนิดหน่อย ซึ่งถ้าคุณยอมลดอีโก้ลงสักครึ่งเซนติเมตร คุณก็จะเห็นว่า... ไอเดียการซ่อนท่อระบบระบายอากาศไว้หลังแนวคานโค้งของคุณเนี่ย มันฉลาดเป็นบ้าเลยล่ะค่ะ"
เรย์ถึงกับกะพริบตาปริบๆ ความตั้งใจที่จะเถียงกลับให้คอเป็นเอ็นถูกกลืนหายลงคอไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำชมที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของคนเจ้าระเบียบ นลินไม่เคยชมใคร... โดยเฉพาะกับเธอที่เป็นคู่กัดกันมาตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์
"นี่คุณ... ชมฉันเหรอคะ?" เรย์เลิกคิ้วสูง ความมั่นใจเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความประหลาดใจระคนประหม่าอย่างประหลาด
"ฉันพูดความจริงตามเนื้อผ้าต่างหาก อย่าสำคัญตัวผิดเลยค่ะสถาปนิก" นลินรีบเบือนหน้าหนีกลับไปสนใจกองเอกสารตรงหน้าเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก แต่เรย์ที่จ้องมองอยู่ทุกกระเบียดนิ้วกลับทันได้เห็นมันเต็มสองตา
ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยเคมีแปลกประหลาดที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาเสียงดังลั่นพร้อมกับร่างโปร่งของคินน์ที่ถือแก้วกาแฟเย็นสองแก้วพะรุงพะรังเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนก
"เฮ้ย! สองคนนี้เคลียร์กันถึงไหนแล้ววะเนี่ย ทำไมหน้าตาตึงเครียดกันจัง หรือว่าต้องให้ผมไปเรียกกู้ภัยมาเตรียมไว้ก่อน?" คินน์ส่งเสียงแซวพร้อมกับวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังโครมคราม ทำเอาทั้งเรย์และนลินต้องผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน
"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละคินน์! แกนี่มันมารผจญจริงๆ เลยนะ" เรย์แหวใส่เพื่อนสนิทกลบเกลื่อนอาการร้อนผ่าวที่ใบหน้า พลางคว้าแก้วกาแฟมาถือไว้แก้เขิน
นลินถอนหายใจยาวเหยียด ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นหัวหน้าทีมสายเนี้ยบคนเดิมทันที "งานส่วนโครงสร้างหลักเสร็จไปเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะคินน์ ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีใครมาทำตัวงี่เง่าขัดขวางการทำงานอีก เราน่าจะส่งมอบแบบแปลนชุดนี้ให้ทางส่วนกลางได้ทันกำหนด"
ประโยคหลังนลินจงใจปรายตามองเรย์นิดๆ เป็นเชิงเหน็บแนม ทำเอาสถาปนิกสาวหมั่นไส้จนอยากจะปาแก้วกาแฟใส่หัวทุยๆ นั้นเสียจริง แต่แปลก... ที่ลึกลงไปในอกข้างซ้ายของเรย์ กลับมีความรู้สึกอุ่นวาบแปลกๆ แผ่ซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อนึกถึงตอนที่นิ้วเรียวสวยคู่นั้นลากผ่านแบบแปลนและยอมรับในความตั้งใจของเธอ
ทว่า... ความเงียบสงบยามดึกในเซฟเฮาส์หลังใหญ่กลับไม่ได้ดำเนินต่อไปอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อจู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดัง "หวอ" ก้องกังวานไปทั่วตึก พร้อมกับไฟสำรองฉุกเฉินที่กะพริบถี่รัว หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานของนลินดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด เหลือเพียงความมืดสลัวและเสียงระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติที่ดังซ้ำๆ ว่า...
*[Warning: Unauthorized Signal Interference Detected in Sector 4]*
นลินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยเฉี่ยวนิ่งสนิท แววตาคมกราบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความตื่นตัว ผิดกับคินน์ที่หน้าถอดสี "เฮ้ย! เกิดบ้าอะไรขึ้นวะ คลื่นรบกวนมาจากไหน ทำไมระบบป้องกันถึงล่มได้ล่ะ!"
เรย์ก้าวเข้าไปประชิดตัวนลินโดยสัญชาตญาณ มือบางเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของวิศวกรสาวไว้แน่นเพื่อดึงให้หลบมาอยู่หลังแนวเสาคอนกรีต สายตาดุดันกวาดมองผ่านกระจกใสออกไปยังโถงทางเดินมืดมิดด้านนอก
"ไม่ใช่แค่สัญญาณรบกวนธรรมดาแน่ค่ะ..." เรย์กระซิบเสียงต่ำชิดริมหูของนลิน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนคนเป็นหัวหน้าทีมสะ้านเฮือก "มีคนกำลังพยายามเจาะเข้าระบบเซฟเฮาส์จากข้างใน... และจุดเกิดเหตุอยู่ไม่ไกลจากห้องเรานี่เองค่ะ!"
สิ้นคำพูดของเรย์ ประตูนิรภัยอัตโนมัติของห้องทำงานก็ส่งเสียง "คลิก" หนักหน่วง... ก่อนที่ระบบล็อกทั้งหมดจะถูกตัดขาดจากภายนอกโดยสมบูรณ์ ทิ้งให้พวกเขาทั้งสามคนถูกขังอยู่ท่ามกลางความมืดมิดและอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ!
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้สการ์เล็ตโรสด้วยนะคะ 🥰
เซฟเฮาส์คลื่นรบกวนกับคุณหัวหน้าทีมสายเนี้ยบ•ตอนที่ 7
กำแพงที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลื่นรบกวนกับคุณหัวหน้าทีมสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!