“ถ้าคุณยังเอาไม้บรรทัดเหล็กนั่นมาวัดระยะเส้นสเกตช์ของฉันอีกครั้งเดียว ดร.นลิน ฉันจะเอาปากกาเคมีเขียนแบบไปจิ้มหน้าผากคุณจริงๆ ด้วยนะคะ”
เสียงใสๆ ที่เจือด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของสายฝนที่กระหน่ำซัดเข้าใส่กระจกหน้าต่างของเซฟเฮาส์หรือออฟฟิศสนามชั่วคราวแห่งนี้อย่างไร้ความปรานี เรย์สะบัดปลายปากกาในมือลงบนกระดาษไขด้วยความแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย ดวงตากลมโตตวัดมองหญิงสาวร่างสูงระหงในชุดสูทเข้ารูปที่แม้จะผ่านการทำงานมาร่วมสิบสองชั่วโมงเต็ม แต่เส้นผมสีดำสนิทที่รวบเป็นมวยไว้ก็ยังคงเรียบร้อยไร้ที่ติราวกับมีสเปรย์ล็อกไว้ตลอดกาล
ดร.นลิน ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่คาดโทษนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเยือกเย็น ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองแปลนโครงสร้างที่เรย์เพิ่งแก้ไปรอบที่สามด้วยสายตาพิจารณา ก่อนจะขยับมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เรย์เกลียดนักเกลียดหนา—รอยยิ้มที่ฟ้องชัดว่า *‘คุณมันเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม’*
“ถ้างานของคุณมันคำนวณน้ำหนักรับแรงเฉือนได้มาตรฐานตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่ต้องเอาไม้บรรทัดมาเตือนความจำหรอกค่ะ คุณสถาปัตย์... อีกอย่าง การขู่หัวหน้าทีมวิศวกรโครงสร้างด้วยปากกาเคมีเนี่ย นอกจากจะสะท้อนวุฒิภาวะแล้ว มันยังไม่ช่วยให้คานรับน้ำหนักโซน C ผ่านการอนุมัติด้วยนะคะ”
“คุณนี่มัน... ปากจัดเป็นบ้าเลยนลิน!”
เรย์โยนปากกาในมือลงบนโต๊ะเสียงดังลั่นจนคินน์ที่นั่งสุมหัวอยู่กับกองเอกสารประเมินงบประมาณที่มุมห้องถึงกับสะดุ้งสุดตัว โปรเจกต์แมเนเจอร์หนุ่มร่างท้วมรีบยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามทัพ พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ ออกมาเพื่อลดอุณหภูมิความเดือดในห้องที่พุ่งสูงปรี๊ดแข่งกับพายุข้างนอก
“ใจเย็นๆ ครับคุณเรย์ ดร.นลิน... ฟังเสียงฟ้าร้องข้างนอกนั่นสิครับ ไฟฟ้าดับกะทันหันแบบนี้แถมถนนทางออกก็ถูกน้ำท่วมขังจนรถออกไม่ได้ พวกเราคงต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่กันยาวๆ จนถึงเช้าแน่นอน เพราะฉะนั้น หันมาสงบศึกแล้วแบ่งปันขนมปังปี๊บกับกาแฟกระป๋องกันเถอะนะคร้าบ”
คินน์พูดพลางชูซองกาแฟสำเร็จรูปในมือขึ้นประกอบคำพูด แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่เป็นใจเอาเสียเลย เมื่อสิ้นเสียงของคินน์ ทันใดนั้นเอง... *เปรี๊ยะ!* แสงไฟสำรองดวงสุดท้ายบนเพดานก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับสนิทลงอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ทั้งห้องจมดิ่งอยู่ภายใต้ความมืดมิด มีเพียงแสงสว่างวาบจากสายฟ้าที่ฟาดผ่านท้องฟ้าด้านนอกเป็นระยะๆ เท่านั้นที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องทำงาน
“ให้ตายเถอะ ไฟดับสนิทเลยเหรอเนี่ย” เรย์บ่นพึมพำกับความมืดพลางคลำหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์
ในความมืดที่เงียบงัน เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ทำให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายน้ำหอมคุ้นจมูก—กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นราวกับดอกไม้หลังฝนตกของดร.นลิน เรย์รู้สึกได้ถึงเงาสูงโปร่งที่ขยับเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังเกือบจะแนบชิดกับขอบโต๊ะทำงาน
“อยาขยับค่ะ...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู จนเรย์เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “ข้างหลังคุณมีกองแปลนพิมพ์เขียวตั้งอยู่ เดี๋ยวคุณจะสะดุดล้มหัวฟาดพื้นเอาเสียเปล่าๆ”
“ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบนะนลิน ฉันเดินในออฟฟิศนี้มาเป็นเดือนแล้ว...” เรย์เถียงเสียงแข็ง แม้ว่าหัวใจเจ้ากรรมจะเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็น ท่ามกลางความมืดและเสียงฝนที่ซัดสาด
“แต่ตอนนี้คุณมองไม่เห็นอะไรเลยต่างหากล่ะคะ”
นลินเอื้อมมือผ่านไหล่บางของเรย์ไปควานหาไฟฉายฉุกเฉินบนโต๊ะทำงาน การเคลื่อนไหวนั้นทำให้ช่วงแขนเรียวเกือบจะโอบล้อมร่างของเรย์ไว้โดยปริยาย กลิ่นกายหอมกรุ่นจากตัวของวิศวกรสาวเจ้าระเบียบโชยเข้าจมูกของเรย์อย่างชัดเจน จนคนปากเก่งถึงกับพูดไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กันจนน่าใจหาย
“เอ่อ... ดร.นลินครับ ผมเจอเทียนไขกับไฟฉายสำรองในลิ้นชักโต๊ะกลางแล้วครับ!” เสียงของคินน์ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกพอดิบพอดี พร้อมกับแสงไฟสีส้มจากเปลวเทียนที่ถูกจุดขึ้นสะท้อนให้เห็นใบหน้าของทุกคนในห้อง
แสงเทียนวับแวมขับเน้นให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดของการทำงาน กลายเป็นความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด คินน์กระแอมเบาๆ เหมือนจะรู้ตัวว่าเข้ามาขัดจังหวะอะไรบางอย่าง “เอ่อ... ผมว่าผมขอตัวไปตรวจเช็กความเรียบร้อยของประตูหนีไฟฝั่งโน้นก่อนดีกว่านะคร้าบ เชิญพวกคุณเคลียร์ ‘เรื่องโครงสร้าง’ กันตามสบายเลยครับ!”
พูดจบคินน์ก็รีบเดินหายลับไปทางระเบียงด้านหลัง ปล่อยให้เรย์และนลินยืนอยู่ตามลำพังท่ามกลางแสงเทียนที่สั่นไหว
เรย์เบือนหน้าหนีสายตาคมกลาที่มองมาอย่างมีความหมาย เธอก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่นลินกลับก้าวตามมาหนึ่งก้าว บังคับให้แผ่นหลังของเรย์ชนเข้ากับผนังห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ มือเรียวยาวของวิศวกรสาววางทับลงบนขอบโต๊ะข้างลำตัวของเรย์ เป็นการกักขังกลายๆ โดยไร้การต่อต้าน
“คุณตั้งใจจะแกล้งฉันหรือเปล่าเนี่ย นลิน” เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายแม้หัวใจจะเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ “หลบไปเลยนะ ฉันจะไปดูคินน์”
“เรายังคุยกันเรื่องคานรับน้ำหนักโซน C ไม่จบเลยนะคะ เรย์” นลินเอ่ยชื่อเล่นของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ปลายเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในช่องท้องอย่างบอกไม่ถูก “คุณรู้ไหม... เวลาที่คุณดื้อใส่ฉัน หน้าตาของคุณมันตลกและน่าแกล้งมากแค่ไหน”
“นี่คุณว่าฉันเด็กอีกแล้วนะ!” เรย์โวยวายพร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้ “ฉันไม่ใช่เด็กนะ ดร.นลิน ฉันเป็นสถาปนิกหลักของโปรเจกต์นี้!”
“ฉันรู้ค่ะ...” นลินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แว่นสายตาถูกถอดออกวางไว้บนโต๊ะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่พราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาLดเคร่งขรึมมาตลอด “ฉันรู้ดีว่าคุณเก่งแค่ไหน... และฉันก็รู้ด้วยว่าภายใต้ปากเก่งๆ ของคุณเนี่ย มันซ่อนความเอาแต่ใจที่ทำให้ฉันปวดหัวทุกวันยังไง”
เรย์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของนลินเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนและนุ่มนวลจนความเกราะป้องกันทั้งหมดที่มีพังทลายลงในชั่วพริบตา เคมีที่เคยปะทะกันด้วยคารมคมคายแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความเสน่หาที่ร้อนแรงยิ่งกว่าพายุฝนข้างนอก
“นลิน...” เรย์กระซิบเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเมื่อใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งและเจ้าระเบียบของหัวหน้าทีมวิศวกรโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
นลินหยุดชั่วขณะริมฝีปากอิ่มอยู่ห่างจากริมฝีปากของเรย์เพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาสีเข้มมองสำรวจใบหน้าของสถาปนิกสาวด้วยความลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าที่ทำเอาคนฟังแทบละลาย
“คืนนี้... เราคงต้องคุยเรื่องงานกันยาวหน่อยแล้วล่ะค่ะ... สถาปัตย์ตัวแสบ”
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับเข้าหากันเพื่อปิดฉากความดื้อรั้นทั้งหมดด้วยความหวานล้ำ...
*ปัง!*
เสียงประตูกระจกด้านหน้าเซฟเฮาส์ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างเปียกปอนของใครบางคนก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องพร้อมกับเสียงหอบหายใจ
“ดร.นลินครับ! คุณเรย์! แย่แล้วครับ ทางเข้าหลักถล่มลงมาเพราะดินสไลด์แล้ว!”
ทั้งเรย์และนลินผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ ดวงตาของเรย์เบิกกว้างเมื่อหันไปมองผู้มาใหม่ที่ยืนตัวสั่นด้วยความตื่นตระหนก... และสิ่งที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ ร่างสูงของใครอีกคนที่ก้าวตามหลังเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบ
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้สการ์เล็ตโรสด้วยนะคะ 🥰
เซฟเฮาส์คลื่นรบกวนกับคุณหัวหน้าทีมสายเนี้ยบ•ตอนที่ 8
ค่ำคืนในเซฟเฮาส์
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลื่นรบกวนกับคุณหัวหน้าทีมสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!