เซฟเฮาส์คลื่นรบกวนกับคุณหัวหน้าทีมสายเนี้ยบ•ตอนที่ 4

ความลับใต้พิมพ์เขียว

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
เสียงกรรไกรตัดกระดาษที่กรีดลงบนแผ่นแพลนเนอร์ราคาแพงดัง ‘แกร็ก’ สั้นๆ ในความเงียบสงัดของห้องทำงานส่วนกลาง คือสัญญาณเตือนภัยเดียวที่เรย์รู้ว่า... นำความพินาศมาเยือนตัวเองเข้าแล้วค่ะ นาฬิกาบนผนังฟ้องเวลาตีสองเศษ เซฟเฮาส์เฉพาะกิจหลังนี้ควรจะร้างผู้คนได้แล้ว ป่านนี้คินน์คงนอนฝันหวานถึงสาวออฟฟิศฝ่ายบัญชีไปถึงไหนต่อไหน ส่วนเธอก็แค่แอบย่องเบากลับมาหยิบแท็บเล็ตสเกตช์งานที่ลืมไว้บนโต๊ะเขียนแบบ แต่ทว่า แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากห้องกระจกฝ้าด้านในสุดกลับสว่างวาบราวกับห้องทดลองเคมีที่ยังไม่อนุญาตให้ใครปิดระบบ เรย์กะพริบตาปริบๆ ยืนกอดอกพิงขอบประตูพลอยสำรวจร่างระหงที่คุ้นตาเป็นอย่างดี ดร.นลิน... หัวหน้าทีมวิศวกรผู้เนี๊ยบกริบชนิดที่ไม้บรรทัดเหล็กยังต้องอาย ในยามปกติ หล่อนคือภาพแทนของความเฉียบคม เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนรีดเรียบกริบสูทเบลเซอร์เข้ารูป และแว่นสายตากรอบทองที่ช่วยขับเน้นแววตาดุราวนักวิชาการหัวกะทิ แต่ในยามวิกาลที่ไม่มีสายตาของใครคอยจับจ้อง ภาพลักษณ์อันไร้ที่ติเหล่านั้นกลับร่วงหล่นลงมาทีละชิ้นราวกับหน้ากากกระดาษ เสื้อเชิ้ตตัวเดิมถูกปลดกระดุมออกถึงสามเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ชื้นเหงื่อบางเบาจากความเครียดสะสม เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบตึงเป็นมวยเรียบร้อย บัดนี้หลุดลุ่ยเคลียคลออยู่ข้างแก้มใส ปอยผมเส้นเล็กๆ เปียกชื้นแนบไปกับกรอบหน้าคมคายที่กำลังขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิด สิ่งที่ทำให้เรย์ถึงกับลมหายใจสะดุด ไม่ใช่ความเหนื่อยล้าที่ฉาบทับอยู่บนใบหน้านั้น... แต่เป็นมือเรียวสวยสั่นเทาเล็กน้อยที่กำลังถือแก้วกาแฟดำเย็นจัดค้างไว้ ขณะที่ดวงตาสองข้างแดงก่ำจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่พักสายตา ภาพของ ‘ผู้หญิงเหล็ก’ ที่เธอเคยหมั่นไส้ในความเผด็จการ กำลังเปราะบางจนน่าใจหาย “ถ้าจะยืนมองจนตึกถล่ม ช่วยขยับเข้ามาช่วยถือแบบแปลนโครงสร้างตรงนี้แทนการทำตัวเป็นผีเฝ้าประตูด้วยค่ะ คุณเรย์” เสียงทุ้มต่ำติดจะแห้งผากเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันมามองด้วยซ้ำ นลินรู้ตัวตั้งแต่วินาทีแรกที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามาในรัศมีสายตาแล้ว หล่อนถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะยกมือขึ้นดันกรอบแว่นที่ไหลลงมาตรงสันจมูกขึ้นเบาๆ เรย์สะดุ้งเล็กน้อย หลุดจากภวังค์ความนึกคิดที่กำลังพิจารณาซอกคอขาวผ่องนั่นอย่างเสียมารยาท สถาปัตยสาวรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ เดินเชิดหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษคำนวณยับยู่ยี่ “แหม ดร.นลินคะ นี่มันตีสองสิบห้านาทีแล้วนะคะ ไม่ใช่เวลามานั่งตรวจแบบโครงสร้างสะพานแขวน ถ้าคุณอยากตายคาโต๊ะทำงานเพราะโรคความดันโลหิตสูง ช่วยไปตายห้องอื่นค่ะ ไม่อยากให้เซฟเฮาส์นี้มีคดีฆาตกรรมหรือศพไร้ญาติ มันเสียฮวงจุ้ยโปรเจกต์ฉัน” ปากก็พูดจาเชือดเฉือนตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่ขายาวๆ กลับก้าวเข้าไปใกล้จนเกือบประชิดเก้าอี้ทำงานของอีกฝ่าย เรย์กวาดสายตาปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าจุดที่ทำให้นลินติดขัดจนต้องมานั่งเครียดข้ามคืนคือตรงไหน “ตรงนี้... คำนวณรับน้ำหนักแรงเฉือนผิดไปสองจุดใช่ไหมล่ะคะ ถึงได้นั่งทำหน้าเครียดเป็นตูดแบบนี้” นิ้วเรียวของเรย์จิ้มลงไปบนหน้าจอแท็บเล็ตอย่างแม่นยำ พร้อมกับโน้มตัวลงต่ำโดยไม่ทันระวัง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นคาเฟอีนจางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของวิศวกรสาวเต็มแรง นลินชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับคนอวดดีที่กล้าเข้ามาล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัว ดวงตาสคู่สวยที่ปกติมักจะเย็นชาและเต็มไปด้วยเหตุผล บัดนี้กลับไหววับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันทั้งดื้อรั้น อ่อนล้า และเรียกร้องความเห็นใจในเวลาเดียวกันอย่างน่าประหลาด “คุณกำลังล้ำเส้นฉันเกินไปแล้วนะคะ เรย์” นลินกระซิบเสียงลอดไรฟัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากตัวเรย์โชยเข้าจมูกจนทำให้สติที่ควบคุมมาตลอดทั้งคืนเริ่มรวนเร “ล้ำเส้นอะไรกันคะ ฉันแค่มองเห็นลูกทีม... อ้อ หมายถึงหัวหน้าทีมที่กำลังทำท่าจะสติหลุดต่างหาก” เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตาที่มองอีกฝ่ายกลับไม่ได้มีความเย้ยหยันเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มือบางเอื้อมออกไปอย่างไร้การไตร่ตรอง ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ขมับด้านซ้ายของนลินที่มีรอยขมวดเกร็ง แล้วใช้นิ้วโป้งคลึงวนเบาๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดให้อย่างลืมตัว นลินตัวแข็งทื่อ ร่างกายสะท้านเฮือกเมื่อสัมผัสอุ่นซ่านจากปลายนิ้วของสถาปัตย์สาวแตะลงบนผิวเนื้อ หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาตลอดหลายปีกลับกระหน่ำรัวราวกองทัพตีกลองศึก หล่อนอยากจะปัดมือคู่นั้นออกแล้วเอ่ยปากไล่ตะเพิดให้อีกฝ่ายไสหัวกลับห้องไปซะ แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดเหมือนถูกสูบหายไปกับความกดดันของตัวเลขและแรงดึงดูดประหลาดที่กำลังโอบล้อมรอบตัวพวกเธอในยามวิกาล “อย่าดื้อค่ะ ดร.นลิน... หน้าตาบูดบึ้งแบบนี้ไม่เหมาะกับคุณเลยสักนิด” เรย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบทอดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนผ่านจากความตึงเครียดของการทำงาน กลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความปรารถนาอันตรายที่ระอุขึ้นเรื่อยๆ นลินเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทายปนความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือเรียวที่เคยถือปากกาเปลี่ยนเป็นเอื้อมขึ้นคว้าข้อมือของเรย์ที่กำลังนวดขมับให้ตนไว้แน่น ราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวในยามที่โลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงมา “ถ้าคุณยังไม่หยุดมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น... ฉันอาจจะทำอะไรที่คุณคาดไม่ถึงนะคะ เรย์” นลินเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก เรย์ยิ้มมุมปาก ยิ่งเข้าทางคนชอบเอาชนะเข้าไปใหญ่ “แน่ใจเหรอคะว่าฉันจะเป็นฝ่ายคาดไม่ถึง... หรือจริงๆ แล้ว คุณต่างหากที่กลัวว่าตัวเองจะควบคุมตัวเองไม่ได้?” ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นโครมครามและระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงลมหายใจกั้น... เสียงเคาะประตูกระจกสามครั้งดัง ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ ก็แผดเสียงทำลายบรรยากาศสีชมพู่อันเปราะบางลงอย่างไร้ความปรานี “พะ... พี่นลิน! คุณเรย์! แย่แล้วครับ! แบบจำลองโครงสร้างโซน B ที่เราส่งตรวจเมื่อเย็นเกิดปัญหาใหญ่แล้วครับ!” เสียงตะโกนโפרกฮากของคินน์ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย! ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้สการ์เล็ตโรสด้วยนะคะ 🥰
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลื่นรบกวนกับคุณหัวหน้าทีมสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%