เซฟเฮาส์คลื่นรบกวนกับคุณหัวหน้าทีมสายเนี้ยบ•ตอนที่ 11

คำถามที่ไม่มีคำตอบ

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
เสียงปลายนิ้วเรียวที่เคาะลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกะนีเนื้อดีเป็นจังหวะสม่ำเสมอ... ทว่ามันกลับดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงันของเซฟเฮาส์ยามวิกาล จนเรย์เกือบจะนึกว่ามันคือเสียงนาฬิกานับถอยหลังระเบิดเวลา "คุณเลิกทำท่าเหมือนฉันเป็นนักโทษสอบปากคำสักทีจะได้ไหมคะ ดร.นลิน" สถาปนิกสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มรวบตึงลวกๆ เอ่ยขึ้นทำลายความอึดอัด เธอทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้หนังสีเข้มอย่างจงใจแสดงความกระด้างกระเดื่อง ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาท้าทาย นลินในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกยังคงรักษามาดนิ่งสนิท ใบหน้ารูปไข่เรียบเฉยราukประติมากรรมหินอ่อน ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนกต่อบรรยากาศมาคุกรุ่นรอบตัว แต่อย่าหวังว่าคนอย่างเรย์จะยอมแพ้ให้กับความเยือกเย็นนั้นเลยนะคะ "ฉันไม่ได้สอบสวนคุณค่ะ เรย์" น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่ราบเรียบจนเย็นเยียบเอ่ยตอบกลับมาทันควัน นลินวางปากกาในมือลงบนกองแปลนโครงสร้างอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย "ฉันแค่มองหาความรับผิดชอบจากโปรเจกต์ที่กำลังจะพังไม่เป็นท่า เพราะสถาปนิกหัวรั้นคนหนึ่ง... ดื้อดึงที่จะแก้แบบโครงสร้างหลักโดยไม่ปรึกษาทีมวิศวกรก่อน" "มันไม่ใช่การพังค่ะ แต่มันคือการพัฒนา!" เรย์ดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้ เลิกคิ้วสูงด้วยความไม่พอใจ เรียวปากเคลือบลิปสติกสีสว่างเผยรอยยิ้มเยาะหยัน "ถ้าฉันมัวแต่รอให้คุณอนุมัติทีละขั้นตอนตามตำราโบราณกาลของคุณ เซฟเฮาส์หลังนี้คงสร้างเสร็จชาติหน้าตอนบ่ายๆ โน่นแหละค่ะ ดร.นลิน" บรรยากาศในห้องโถงกึ่งห้องทำงานของเซฟเฮาส์คลื่นรบกวนตึงเครียดขึ้นมาทันที เคมีระหว่างคนทั้งสองพุ่งพล่านจนแทบจะเกิดประกายไฟ กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟอเมริกาโน่ผสมกับกลิ่นน้ำหอมยูคาลิปตัสเย็นๆ จากตัวนลินลอยวนอยู่ในอากาศ ทำให้เรย์ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ... บางทีเธอก็ใกล้จะบ้าตายอยู่แล้วกับการต้องมาติดอยู่ในพื้นที่จำกัดกับผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่ทำให้อัตการเต้นของหัวใจเธอรวนเรได้ทุกครั้งที่เผลอจ้องตานานเกินสามวินาที นลินไม่ตอบโต้อะไรในทันที เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เรย์ยืนอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นอายความกดดันและอำนาจเบ็ดเสร็จแผ่ซ่านออกมาจากตัววิศวกรสาวรุ่นพี่คนนี้อย่างชัดเจน เรย์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อดวงตาสีนิลคู่นั้นก้มลงมองเธอผ่านกรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมบาง "คุณเก่งเรื่องเถียงเสมอแหละค่ะ เรย์" นลินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว จนเรย์สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ "แต่ในโลกความเป็นจริง... ความมั่นใจอย่างเดียวมันช่วยค้ำจุนอาคารสูงไม่ได้หรอกนะคะ ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาจริงๆ คำแก้ตัวปากเก่งของคุณ มันจะปกป้องชีวิตใครได้บ้าง?" คำพูดที่เฉียบคมบาดลึกราวกับใบมีด ทำเอาเรย์ชะงักไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่... แต่เป็นเพราะประกายความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งของดวงตาสีนิลคู่นั้นต่างหาก ที่มันรubกวนหัวใจเธอยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เรย์เม้มริมฝีปากแน่น เธอยอมรับก็ได้... ว่าผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกเธอเกินกว่าที่ควรจะเป็น และนั่นแหละคือสิ่งที่เรย์เกลียดที่สุด—การสูญเสียการควบคุม "แล้วเรื่องชีวิตคนอื่นล่ะคะ?" จู่ๆ เรย์ก็เปลี่ยนเกมรุก ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความเจ้าเล่ห์ เธอย่างสามขุมเข้าไปประชิดตัวนลินกลับบ้าง จนวิศวกรสาวต้องเป็นฝ่ายผละถอยหลังไปครึ่งก้าว "คุณห่วงโครงสร้างตึก ห่วงความปลอดภัย ห่วงทุกอย่างบนโลกใบนี้... แล้วเคยห่วงตัวเองบ้างไหมคะ ดร.นลิน?" นลินขมวดคิ้วมุ่นทันที "คุณหมายความว่ายังไง?" "ก็หมายความว่า..." เรย์จงใจทิ้งเสียงให้ทุ้มต่ำและเย้ายวน เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาสำรวจสำรวจสำรวจเรือนร่างเพรียวระหงของอีกฝ่ายอย่างเปิดเผย "ฉันเห็นคุณทำงานหามรุ่งหามค่ำมากี่คืนแล้วคะ? กินกาแฟแทนข้าว นอนในห้องแล็บจนหน้าซีดเป็นกระดาษ... คนเก่งระดับ ดร.นลิน ที่ใครๆ ก็ก้มหัวให้เนี่ย มีมุมที่เปราะบางจนต้องแอบร้องไห้คนเดียวบ้างหรือเปล่าล่ะคะ หืม?" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที คำถามที่พุ่งตรงราวกับลูกศรดอกนั้นทำให้นลินชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด แววตาเยือกเย็นคู่นั้นไหววับชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยกำแพงความเย็นชาที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว "เรื่องส่วนตัวของฉัน... มันไม่ได้อยู่ในขอบเขตงานที่คุณต้องรับผิดชอบค่ะ เรย์" นลินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบหลบเลìบการสบตาด้วยการหันไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแทน "และฉันคิดว่าเราควรจบการสนทนานี้แค่นี้ ไปนอนซะ พรุ่งนี้เราต้องตรวจหน้างานแต่เช้าตรู่" "โอ๊ะ! เบี่ยงประเด็นเก่งเป็นเลิศสมเป็นหัวหน้าทีมเลยนะคะ" เรย์หัวesปะทะในลำคออย่างนึกสนุก เธอก้าวเข้าไปขวางทางเดินของนลินเอาไว้โดยไม่ยอมถอยให้แม้แต่ก้าวเดียว "ตอบคำถามฉันยากนักเหรอคะ หรือว่า... มันจี้ใจดำ?" นลินหยุดชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเรย์ตรงๆ แววตาสั่นไหวเล็กน้อยที่ซ่อนไว้เมื่อครู่หายวับไป กลับมาเป็นความดุดันและดื้อรั้นที่ไม่ยอมแพ้ใครเช่นเคย มือเรียวที่ถือแฟ้มเอกสารกำแน่นขึ้นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด "ฉันไม่มีเรื่องอะไรต้องตอบคุณทั้งนั้นค่ะ เรย์ ถอยไป" "ถ้าไม่ตอบ... ฉันก็ไม่ถอยค่ะ" เรย์ท้าทายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจที่สุด เธอยืนขวางทางออกเดียวของห้องทำงานอย่างมั่นใจ เคมีและความดึงดูดระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงจนถึงขีดสุดในพื้นที่แคบๆ นี้ ทว่า... ก่อนที่นลินจะได้เอאеปปากต่อว่าอะไรที่แสบสันกว่าเดิม เสียงกุกกักแปลกๆ ก็ดังขึ้นมาจากบริเวณระเบียงด้านนอกเซฟเฮาส์ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ย่ำเข้ามาใกล้ประตูหน้าอย่างเร่งรีบ! ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที นลินทิ้งแฟ้มในมือลงบนโต๊ะโดยไม่สนใจใยดี มือเรียวคว้าข้อมือของเรย์ไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลจนสถาปนิกสาวอุทานออกมาเบาๆ "เงียบ!" นลินกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความตกใจ ขณะที่ดวงตาสีนิลกวาดมองไปรอบห้องมืดทึบ ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของคินน์ที่ตะโกนลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงหลง— "ดร.นลิน! เรย์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! สัญญาณเตือนภัยรอบเซฟเฮาส์ถูกตัดขาดแล้ว... มีคนกำลังบุกเข้ามา!" ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้สการ์เล็ตโรสด้วยนะคะ 🥰
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลื่นรบกวนกับคุณหัวหน้าทีมสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%