“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำปฏิเสธ แต่มาเพื่อชวนคุณทำผลงานชิ้นเอก”
เสียงของผมทุ้มต่ำและจริงจังจนบรรยากาศในห้องซ้อมเล็กๆ หลังคณะมนุษยศาสตร์ดูจะเล็กลงไปถนัดตา เมโลดี้ที่กำลังนั่งกอดกีตาร์โปร่งคู่ใจแน่นเหมือนโล่กำบัง เงยหน้าขึ้นมองผม สายตาคู่นั้นไม่ได้มีแววหวั่นไหวตามคำชวน แต่กลับเย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันไม่ต้องการความสำเร็จที่ต้องแลกด้วยการเปิดใจให้คนแปลกหน้าล่ะคะ... เอ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง คุณจะว่ายังไง”
เมโลดี้ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดหางเสียงที่ดูเป็นมิตรเกินไป ก่อนจะรีบดึงใบหน้ากลับมานิ่งเฉยเหมือนเดิม เธอไม่ได้เรียกผมว่าคุณ หรือเรียกชื่อผม เธอเลือกที่จะเงียบ และนั่นคืออาวุธที่น่ากลัวที่สุด
“การทำงานร่วมกัน ไม่ได้แปลว่าคุณต้องมอบหัวใจให้ใคร เมโลดี้” ผมก้าวเข้าไปใกล้เธออีกหนึ่งก้าว เห็นปลายนิ้วของเธอที่กดลงบนสายกีตาร์จนขาวซีด “แค่มันเป็นความเชื่อใจในดนตรีที่เราต่างก็มีเหมือนกัน คุณจะกลัวอะไรขนาดนั้น?”
“ฉันไม่ได้กลัวดนตรี” เธอโพล่งออกมา น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยเหมือนสายกีตาร์ที่ถูกดีดแรงจนเพี้ยน “ฉันกลัวคนที่เข้ามาแล้วก็หายไปเหมือนจังหวะที่จบลง... คุณก็แค่หนึ่งในนั้น โซ่”
คำพูดของเธอกระแทกเข้ากลางอกผมอย่างจัง ไม่ใช่เพราะมันเจ็บ แต่เพราะมันเป็นความจริงที่ผมเองก็ปฏิเสธไม่ได้ มือของผมที่ถือปิกกีตาร์อยู่ถึงกับกำแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ กัปตันที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลังแอบส่งสัญญาณมือให้ผมใจเย็นๆ แต่ในสถานการณ์ที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่แทนเสียงเพลงแบบนี้ ความใจเย็นดูจะเป็นสิ่งที่ยากที่สุด
“ผมไม่ได้จะมาหายไปไหน” ผมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ ระยะห่างของเราใกล้พอที่จะได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วๆ ของเธอ “ผมแค่จะทำให้คอร์ดที่เคยสั่นคลอนของใครบางคน กลับมาเป็นทำนองที่มั่นคงอีกครั้ง... ลองเชื่อใจในตัวโน้ตของผมสักครั้งไหม?”
เมโลดี้หลบตาเธอจ้องมองไปที่ช่องเสียงของกีตาร์โปร่งในมือ ราวกับว่าที่นั่นคือหลุมหลบภัยที่ปลอดภัยที่สุด เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้ล้มไปด้านหลังเสียงดังโครม
“ถ้าคุณคิดว่าการเอาดนตรีมาปนกับความรู้สึกส่วนตัวมันจะทำให้เพลงดีขึ้น คุณคิดผิดค่ะ” เธอพูดพร้อมกับเก็บกีตาร์ใส่เคสอย่างรวดเร็ว “ฉันไม่ร่วมงานกับคุณ โซ่ และอย่าพยายามตามหาฉันในห้องซ้อมนี้อีก”
เธอเดินผ่านหน้าผมไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กีตาร์และน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ของเธอยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ทิ้งให้ผมยืนนิ่งอยู่กลางห้องที่เงียบงัน กัปตันเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆ แต่ก่อนที่ผมจะทันได้ถอนหายใจ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นที่หน้าประตูห้อง
ร่างสูงโปร่งของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูประดิษฐ์จนน่าขนลุก เธอคือรินรดา คนที่ทำให้โลกดนตรีของผมเคยพังทลายลงเมื่อสองปีก่อน
“ได้ยินว่ากำลังหาแรงบันดาลใจใหม่เหรอคะ โซ่?” รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนทั้งตึกต้องหันมามอง “บังเอิญจังที่ฉันเพิ่งกลับจากลอนดอน และคิดว่า... เราอาจจะต้องกลับมาสานต่อเมโลดี้ที่ยังเล่นไม่จบกันหน่อยนะ”
จังหวะหัวใจของผมเต้นผิดจังหวะทันทีเมื่อเห็นรินรดาหันไปสบตากับเมโลดี้ที่หยุดยืนอยู่ตรงสุดทางเดินพอดี สายตาของทั้งคู่ปะทะกันเหมือนประกายไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้กลายเป็นจุณ ในขณะที่รินรดายกยิ้มเยาะเย้ย เมโลดี้กลับกำสายสะพายกีตาร์แน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดนูน ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของพายุที่จะซัดพาเอาทุกความลับที่ผมพยายามปิดตายให้กระจัดกระจาย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านจังหวะชีวิตที่สั่นคลอนนี้ไปกับผมนะครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 5
คอร์ดที่สั่นคลอน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!