“ถ้าคิดจะทำลาย ก็ทำให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่ามาทำตัวเป็นนางเอกผู้เสียสละแบบนี้ครับ ริน”
เสียงของผมไม่ได้ดัง แต่ความหนักแน่นในทุกคำพูดกลับทำให้บรรยากาศในห้องซ้อมดนตรีที่ควรจะอบอวลไปด้วยเสียงดนตรีกลับเงียบสนิทลงถนัดตา รินรดายืนอยู่ตรงหน้าผม เธอขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นยังคงมีความทรงจำเก่าๆ ฉายชัด แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมโหยหาอีกต่อไปแล้วในตอนนี้
“โซ่... นายมองฉันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ ในวันที่ฉันตัดสินใจก้าวเข้ามาหา... เพราะฉันเห็นว่านายกำลังถูกหลอก” รินรดาขยับเข้ามาใกล้ มือบางเอื้อมมาจับที่แขนเสื้อของผมเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องซ้อมถูกผลักเข้ามา
เสียงกีตาร์โปร่งที่ควรจะส่งเสียงกังวานกลับหยุดลงอย่างฉับพลัน
เมโลดี้ชะงักอยู่ที่หน้าประตู ในมือของเธอถือกระเป๋ากีตาร์และแฟ้มเพลงที่ซ้อมกันค้างไว้ ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะซ่อนความรู้สึกไว้ใต้กรอบแว่นหนา บัดนี้มันไหวระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไปอย่างแรง เธอไม่ได้พูดอะไร แต่ลมหายใจที่กระตุกสั้นของเธอก็บอกผมได้ทันทีว่าเธอเห็นอะไร
“เมโลดี้... ไม่ใช่แบบที่เธอคิดนะ” ผมรีบสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของรินรดา แต่นั่นกลับทำให้รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ซึ่งมีเพียงผมเท่านั้นที่ได้ยิน
“เธอก็รู้ใช่ไหมล่ะ ว่าโลกของดนตรีมันก็แค่เรื่องของจังหวะ... ถ้าจังหวะเราไม่ตรงกัน ต่อให้เล่นเพลงเดียวกันไปจนจบ มันก็ไม่มีวันเพราะหรอกจริงไหม?” เมโลดี้ไม่ได้ตอบโต้อะไร เธอเพียงแค่หลบสายตาไปมองที่พื้น รองเท้าผ้าใบสีขาวของเธอขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับจะรักษาระยะห่างจาก ‘ความจริง’ ที่เธอเพิ่งเห็น
ความอิจฉา... มันไม่ใช่การที่คนคนหนึ่งอยากได้ในสิ่งที่คนอื่นมี แต่มันคือความรู้สึกที่กัดกินใจเมื่อเราเห็นคนที่เราให้ความสำคัญ กำลังตกอยู่ในวังวนของคนที่เราไม่ต้องการให้เข้าใกล้ เมโลดี้ไม่ได้อิจฉารินรดา เธอแค่อิจฉาความสัมพันธ์ในอดีตที่เธอก้าวเข้าไปแทรกแซงไม่ได้ และความรู้สึกนั้นกำลังกลายเป็นกำแพงที่หนาและสูงกว่าที่ผมเคยพยายามจะพังมันลงมา
“เม... รอผมก่อน” ผมพยายามจะก้าวออกไป แต่รินรดากลับขวางทางไว้ เธอโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง
“เธอไม่ควรมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะโซ่ เพราะคนที่เธอเห็นน่ะ... ไม่ใช่แค่คนรักเก่าที่อยากขอโอกาส แต่เป็นคนที่กุมความลับเรื่องโปรเจกต์งานเพลงที่เธอตั้งใจจะมอบให้เมโลดี้ในวันงานมหกรรมดนตรี... ถ้าเธอก้าวเท้าไปหาเมโลดี้ตอนนี้ เพลงนั้นจะไม่มีวันได้ถูกเล่น และเมโลดี้จะเกลียดชื่อของเธอไปตลอดกาล”
หัวใจของผมเต้นแรงราวกับกลองที่หวดรัวไม่เป็นจังหวะ ผมหันไปมองเมโลดี้ที่วางแฟ้มเพลงลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะหันหลังกลับเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ เธอไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ถามหาคำอธิบาย นั่นยิ่งน่ากลัวกว่าการตะคอกใส่หน้าเสียอีก เพราะนั่นหมายความว่าเธอกำลังตัดสินใจจะ ‘ถอยห่าง’ ออกจากชีวิตผมอย่างถาวร
ผมยืนนิ่งเหมือนถูกสาป ความโกรธแค้นต่อแผนการของรินรดาแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่ผมขยับไม่ได้... รินรดาไม่เพียงแต่ขวางทางเดิน แต่เธอกำลังกุม ‘เสียงดนตรี’ ที่เปรียบเสมือนลมหายใจของเมโลดี้ไว้ในมือ
“นายจะเลือกอะไรครับโซ่? ระหว่างการไล่ตามผู้หญิงที่กำลังเสียความรู้สึก หรือจะเก็บรักษาความฝันของเธอเอาไว้ให้ปลอดภัย?”
ผมมองตามเงาของเมโลดี้ที่หายไปสุดทางเดินของตึกคณะ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้
“ถ้าเธอคิดว่านี่คือสิ่งที่ใช้บีบบังคับผมได้ เธอคิดผิดแล้วริน... เพราะเพลงนั้นมันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย ถ้าคนที่จะเล่นมันข้างๆ ผมไม่อยู่แล้ว”
ผมตัดสินใจวิ่งออกไปทันที ไม่สนคำขู่ใดๆ อีกต่อไป ผมวิ่งไปตามทางเดินที่ว่างเปล่าจนไปถึงโถงทางเดินหลังตึกที่เงียบสงัด ที่นั่นผมเห็นเมโลดี้กำลังยืนหันหลังให้ผมอยู่หน้าห้องเก็บอุปกรณ์ เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ไหล่เล็กๆ นั่นกำลังสั่นเทาอย่างรุนแรง
“เมโลดี้! ฟังผมก่อน!” ผมตะโกนเรียกก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ
เธอหันมามองผม ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ แต่สิ่งที่เธอพูดออกมากลับทำให้ผมถึงกับชะงักไปครู่ใหญ่
“ถ้านายเลือกเขาไปแล้ว ก็ไม่ต้องพยายามกลับมาดึงฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยหรอกโซ่... เพราะสิ่งที่ฉันเห็นเมื่อกี้ มันไม่ใช่แค่คนเก่า แต่เป็น ‘แผนการ’ ที่ทำให้ฉันรู้ว่า... ตั้งแต่แรกที่นายเข้ามาในชีวิตฉัน นายมีคนอื่นรออยู่แล้วใช่ไหม?”
ผมเบิกตากว้าง ความลับที่ผมพยายามปกปิดเพื่อไม่ให้เธอเจ็บปวด บัดนี้มันถูกกระชากออกมาอย่างรุนแรงและบิดเบี้ยวจากปากของเธอเอง เมโลดี้หยิบสร้อยคอจี้รูปตัวโน้ตที่ผมเคยให้เธอในวันที่เราสนิทกันที่สุดขึ้นมา แล้วปลดมันออกช้าๆ
“นายไม่ได้แค่เล่นดนตรีเก่งนะโซ่... แต่นายเล่นกับหัวใจคนได้เก่งกว่ามาก”
เธอวางสร้อยคอลงในมือผม แล้วก้าวถอยหลังไปอีกครั้ง ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าข้างหลังของเธอมีร่างของใครอีกคนก้าวออกมาจากมุมมืด... คนที่ผมไม่เคยคิดว่าจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้
“เมโลดี้ครับ... ถ้าโซ่เขาไม่เห็นค่า ผมว่าถึงเวลาที่เธอควรจะฟังความจริงจากอีกมุมได้แล้วนะ”
นั่นคือเสียงของกัปตัน เพื่อนสนิทของผมเองที่ยืนอยู่ข้างเมโลดี้ด้วยแววตาที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน... แววตาของคนที่แอบซ่อนความรู้สึกบางอย่างมาตลอด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองของหัวใจในบทนี้ด้วยกันนะครับ
ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 24
ความอิจฉาในใจ
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!