“ถ้าคุณยังกดคอร์ดพลาดตรงท่อนส่งอีกรอบ ผมขออนุญาตถอดสายแจ็กกีตาร์คุณออกเดี๋ยวนี้เลยนะ”
เสียงเรียบเฉยของเมโลดี้ดังแทรกผ่านเสียงหึ่งของแอมป์หลอดที่เพิ่งวอร์มอัพเสร็จ ผมชะงักมือที่กำลังไล่สเกลบนคอกีตาร์ไฟฟ้าคู่ใจ พลางหันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่บนสตูลตัวสูงในห้องซ้อมของชมรมดนตรี เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผม สายตาของเธอจดจ้องอยู่กับสายเบสสี่เส้นที่ดูเหมือนจะเป็นอาวุธคู่กายและเกราะป้องกันใจของเธอในคราวเดียวกัน
“ดุจังนะครับคุณมือเบส” ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดีดสายกีตาร์เช็กเสียงอีกครั้ง “ผมแค่กำลังปรับจูนให้มันเข้ากับจังหวะการหายใจของคุณอยู่ต่างหาก”
เมโลดี้เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นเย็นชาเสียจนผมเกือบจะเผลอถอยหลัง แต่มันมีความไหวระริกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เธอขยับนิ้วกดลงบนเฟรตเบส เสียงย่านต่ำที่หนักแน่นและทรงพลังถูกดีดออกมาเป็นลูปสั้นๆ มันไม่ใช่แค่ตัวโน้ต แต่มันคือคำท้าทาย
“ดนตรีไม่มีจังหวะการหายใจ มีแค่จังหวะที่ถูกต้อง หรือไม่ก็ผิด... เล่นได้ไหม ถ้าเล่นไม่ได้ ก็หลีกไปให้คนอื่นเล่นเถอะ”
ผมยิ้มมุมปาก ก่อนจะเริ่มดีดคอร์ดโปรเกรสชันที่ซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย ผมไม่ได้เล่นตามโน้ตที่เธอวางไว้เป๊ะๆ แต่ผมสอดแทรกโน้ตประดับ (Ghost notes) เข้าไปให้มันมีความเป็นแจ๊ซเบาๆ เพื่อหยั่งเชิงดูว่ายัยมือเบสหน้านิ่งคนนี้จะทำอย่างไร
วินาทีที่นิ้วของผมแตะคอร์ดสุดท้าย เธอไม่รอช้า เมโลดี้สไลด์นิ้วบนสายเบสอย่างแม่นยำ เสียงทุ้มต่ำของเบสกระแทกเข้ากับเสียงกีตาร์ของผมอย่างลงตัวจนเกิดเป็นฮาร์โมนีที่ใครได้ยินก็ต้องขนลุก เธอไม่ยอมแพ้ ผมเองก็ไม่ถอย เราต่างคนต่างไล่โน้ตตอบโต้กันในความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสงครามที่ไร้คำพูด
จังหวะที่หัวใจผมเต้นรัวไปพร้อมกับกลองในจินตนาการ ผมเห็นมือของเธอขยับอย่างพริ้วไหว แววตาที่เคยเฉยเมยเริ่มเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความสนุกที่เธอกำลังพยายามเก็บซ่อนไว้
“เล่นแบบนี้สิ” เธอพึมพำ ก่อนจะเปลี่ยนจังหวะการดีดให้ดุดันขึ้น ผมรับมุกทันทีโดยการสลับมาใช้ปิ๊กกีตาร์กรีดสายให้เกิดเสียงแตกพร่า (Overdrive) ที่ทรงพลัง
ในห้องซ้อมที่อับทึบ กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดไม้กีตาร์ตีกับกลิ่นกาแฟจางๆ บรรยากาศรอบตัวเราเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทุกการเคลื่อนไหว ทุกสายตาที่ประสานกันผ่านความสับสนของโน้ตดนตรี มันเหมือนกับการเต้นรำที่ไม่ได้นัดหมาย แต่กลับสอดประสานกันอย่างน่าประหลาด
เมื่อท่อนสุดท้ายจบลงด้วยโน้ตตัวยาวที่ทิ้งความกังวานไว้ในอากาศ ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ มีเพียงเสียงลมหายใจของเราสองคนที่หอบถี่
เมโลดี้วางเบสลงบนตัก เธอหันมามองผมตรงๆ เป็นครั้งแรก สายตาที่ไม่มีกำแพงกั้นเหมือนก่อนหน้านี้ “คุณ... เล่นเบสได้ดีกว่าที่คิดนะ สำหรับคนที่เป็นมือกีตาร์น่ะ”
“คุณก็เหมือนกัน” ผมวางกีตาร์พิงตู้แอมป์แล้วขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ “ตอนที่คุณเล่น... คุณดูมีความสุขกว่าตอนที่คุณพูดกับผมตั้งเยอะเลยนะ”
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าดูเหมือนกำลังจะโต้ตอบ แต่ทว่า...
*ปัง!*
ประตูห้องซ้อมถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนกระแทกกับผนัง กัปตันโผล่หน้าเข้ามาพร้อมกับท่าทางลุกลี้ลุกลนผิดปกติ แต่เขาก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะใกล้ชิดเกินไปในห้องนั้น
“โซ่! งานเข้าว่ะ... รินรดากำลังเดินตรงมาที่ชมรมมึง พร้อมกับวงดนตรีใหม่ของเขา และดูเหมือนว่าเขาไม่ได้มาเพื่อขอเป็นเพื่อนร่วมวงแน่ๆ”
ชื่อที่ผมไม่ต้องการได้ยินมากที่สุดในเวลานี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนสายกีตาร์ที่กำลังตึงเปรี๊ยะใกล้จะขาดผึง ผมหันไปมองเมโลดี้ที่ตอนนี้สีหน้ากลับไปเรียบเฉยและเย็นชาดั่งน้ำแข็งอีกครั้ง เธอเก็บเบสเข้าเคสอย่างรวดเร็วโดยไม่มองผมแม้แต่นิดเดียว ก่อนจะเดินเลี่ยงผ่านกัปตันออกไปที่ประตู
“ดูเหมือนจังหวะที่ไม่ได้นัดหมายของวันนี้ จะจบลงแค่นี้นะครับโซ่” เธอทิ้งท้ายไว้แค่นั้น พร้อมกับทิ้งให้ผมยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัดใจ โดยมีเงาร่างของอดีตคนรักที่กำลังเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองในหัวใจของผมนะครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 3
จังหวะที่ไม่ได้นัดหมาย
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!