“นี่มินตรา... ถ้าเธอจะคว้าสายกีตาร์เบอร์สิบเอ็ดมาใส่กับกีตาร์โปร่งตัวบางๆ แบบนั้น เกรงว่าคอกีตาร์ของเธอคงได้โก่งตัวจนกลายเป็นคันธนูให้คิวปิดแผลงศรใส่คนทั้งร้านแน่ครับ”
ผมเอ่ยดักคอพลางคว้าข้อมือเล็กๆ ของเมโลดี้เอาไว้ ก่อนที่นิ้วเรียวของเธอจะคีบซองสายกีตาร์ยี่ห้อดังออกจากแผงโชว์ เธอชะงัก สายตาที่เคยเรียบเฉยหันมามองผมด้วยความฉงนผสมความหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดข้อมือออกเบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ
“ฉันก็แค่จะลองเปลี่ยนแนวบ้าง ไม่ได้เหรอครับคุณมือกีตาร์ไฟฟ้า?” เธอตอบสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามุมปากกลับกระตุกยิ้มนิดๆ อย่างที่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัว
นี่คือวันหยุดที่พวกเรานัดกันมาเลือกอุปกรณ์ดนตรีที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนในวันเสาร์ เสียงเพลงในร้านเครื่องดนตรีดังคลอเบาๆ แข่งกับเสียงพูดคุยของลูกค้าคนอื่น กลิ่นไม้ของกีตาร์ตัวใหม่ๆ และกลิ่นไอของสายโลหะจางๆ เป็นบรรยากาศที่ผมคุ้นเคยดีที่สุด แต่การได้มายืนข้างๆ ผู้หญิงคนนี้กลับทำให้จังหวะหัวใจของผมมันไม่เหมือนเดิม
“ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนแนวไม่ได้ แต่มันต้องเลือกให้เข้ากับ ‘เนื้อคู่’ ของเธอด้วย” ผมพูดพลางหยิบสายกีตาร์ชุดที่เหมาะสมกับทักษะการเล่นแบบฟิงเกอร์สไตล์ของเธอออกมาจากชั้นวาง “ถ้าอยากให้เสียงโปร่งของเธอพุ่งกังวานและนุ่มนวลแบบที่เธอชอบ ชุดนี้ต่างหากที่ต้องคู่กับมินตรา”
เมโลดี้รับสายกีตาร์ไปพิจารณา เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลบสายตาผมแล้วหันไปจ้องมองตู้โชว์กีตาร์ตัวหรู “ดูเหมือนนายจะรู้จักกีตาร์ของฉันดีกว่าที่ฉันรู้จักตัวเองเสียอีกนะ โซ่”
“ก็ผมสังเกต... เวลาที่เธอเล่นน่ะ” ผมตอบพลางเกาต้นคอแก้เขิน “เวลาเธอตั้งใจดีด ทุกท่วงทำนองมันบอกความรู้สึกของเธอได้หมดแหละ”
“มุกเสี่ยวๆ แบบนี้เอาไปใช้จีบสาวในคณะนิเทศฯ เถอะครับ” เธอว่าพลางเดินเลี่ยงไปทางแผนกอุปกรณ์เสริม โดยไม่หันกลับมามองใบหน้าของผมที่คงจะขึ้นสีระเรื่อไปเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้! รอด้วยสิ!” ผมรีบก้าวตามไป แต่ยังไม่ทันถึงตัว เธอก็หยุดกึกจนผมเกือบเบรกไม่ทัน
ที่หน้าเคาน์เตอร์จ่ายเงิน กัปตันเพื่อนซี้ของผมยืนทำหน้าตาตื่นตระหนกเหมือนเห็นผี มือถือโทรศัพท์ค้างไว้ที่หู พลางบุ้ยปากไปทางด้านหลังร้าน ผมหันไปมองตามสายตาของมัน แล้วความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นขึ้นมาที่สันหลัง
รินรดากำลังยืนอยู่ตรงนั้น เธอไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนที่ดูคุ้นตา รินรดาอยู่ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตา ตัดกับบุคลิกที่ดูมั่นใจเกินร้อย เธอหันมาสบตาผมพอดี รอยยิ้มที่เธอมอบให้มันไม่ใช่รอยยิ้มแบบเพื่อนเก่า แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ล่าที่เจอเหยื่อ
“โซ่... บังเอิญจังเลยนะ” รินรดาเดินนวยนาดเข้ามาหาเราสองคน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผมจำได้แม่นโชยมาแตะจมูก “ได้ข่าวว่าช่วงนี้วงของเธอมีโปรเจกต์ใหญ่ ฉันก็เลยกะว่าจะมาหาซื้อเบสตัวใหม่เผื่อจะขอยืมไปแจมด้วยสักเพลง... ได้ไหม?”
บรรยากาศรอบข้างที่เคยสนุกสนานเหมือนถูกแช่แข็ง เมโลดี้ที่ยืนอยู่ข้างผมขยับตัวออกห่างเล็กน้อย แววตาของเธอหม่นแสงลงทันทีเหมือนมีเมฆหมอกมาบังแดด
“ขอโทษทีนะริน ช่วงนี้พวกเราค่อนข้างยุ่งกับตารางซ้อมน่ะ” ผมตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาความสุภาพตามวิสัย แต่ความอึดอัดเริ่มกัดกินความอดทนของผม “อีกอย่าง... ที่นี่มีพนักงานคอยบริการอยู่แล้ว ถ้าอยากได้เบสดีๆ ถามเขาได้เลยครับ”
“ใจร้ายจัง” รินรดาทำหน้ามุ่ย ก่อนจะหันไปทางเมโลดี้ “เธอคือเมโลดี้ใช่ไหม? มือกีตาร์คนใหม่ของวงโซ่... ได้ยินชื่อเสียงมาเยอะนะว่าเล่นเก่งมาก แต่ว่านะ... เครื่องดนตรีบางอย่างน่ะ ถ้าคนเล่นไม่มี ‘ความเข้าใจ’ จริงๆ ต่อให้สายแพงแค่ไหน เสียงมันก็ออกมาไร้จิตวิญญาณอยู่ดี”
คำพูดของรินรดาเปรียบเสมือนการกรีดลึกลงไปในความมั่นใจของเมโลดี้ ผมเห็นเธอกำสายกีตาร์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่ได้โต้ตอบ แต่ก้มหน้าลงต่ำจนผมมองไม่เห็นสีหน้า
“ริน!” ผมขึ้นเสียงอย่างลืมตัว “ถ้าเธอมาเพื่อป่วนคนอื่น ฉันว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วนะ”
“โซ่... นายกำลังจะปกป้องเธอเหรอ?” รินรดาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ผมจนได้ยินเสียงกระซิบข้างหู “ระวังตัวไว้นะ ความลับที่ฉันเพิ่งรู้น่ะ... มันอาจจะทำให้คนข้างๆ นายเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลยก็ได้”
รินรดาถอยห่างออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด เธอหันไปหยิบเคสกีตาร์เบสราคาแพงที่พนักงานนำมาวางไว้ แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ผมหันไปมองเมโลดี้ที่ยังยืนนิ่ง “มินตรา... อย่าไปฟังเขาเลย เขาแค่... เขาแค่พยายามปั่นหัวน่ะ”
เมโลดี้เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยของเธอมีแววสั่นไหวเล็กน้อย “ความลับเหรอโซ่... รินรดาพูดถึงเรื่องอะไร?”
ก่อนที่ผมจะทันได้อธิบาย เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเธอก็ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วชะงักไปครู่ใหญ่ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้ผมดูหน้าจอ
มันคือข้อความจากเบอร์ไม่ระบุตัวตน... ภาพถ่ายของผมกับรินรดาในวันวานเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ผมกำลังก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้เธอในที่สาธารณะแห่งหนึ่ง และข้อความที่แนบมาคือ...
‘นึกว่าเขาลืมฉันไปแล้วเหรอ? ความทรงจำมันฆ่าไม่ตายหรอกนะ เมโลดี้’
หัวใจผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นมินตราค่อยๆ หันมามองผมด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่ผมเคยได้รับมาตั้งแต่รู้จักกัน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและสัมผัสจังหวะรักไปพร้อมกับผมในตอนนี้และหวังว่าในตอนหน้าเราจะได้มาหาคำตอบไปพร้อมกันนะครับ คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 18
วันหยุดที่แสนวุ่นวาย
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!