“ถ้าเธอจะเล่นด้วยอารมณ์ที่เหมือนคนกำลังซ้อมหนีไฟแบบนี้ ผมแนะนำให้วางเบสแล้วไปลงทะเบียนวิชาว่ายน้ำดีกว่านะมินตรา”
เสียงทุ้มต่ำของโซ่แทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องซ้อมส่วนตัว เสียงดีดสายเบสที่ขาดห้วงและไร้จังหวะของเมโลดี้หยุดลงทันที เธอถอนหายใจยาวพลางวางนิ้วที่สั่นเทาลงบนเฟรตบอร์ด ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มองมาที่เขา แต่กลับจ้องเขม็งไปที่รอยขีดข่วนบนลำตัวเบสไม้เก่าเก็บของเธอเอง
“งั้นโซ่ก็ลองบอกมาสิว่าที่ฉันเล่นอยู่มันแย่ตรงไหน นอกเหนือไปจากการประชดประชัน” เมโลดี้สวนกลับ เสียงของเธอไม่ได้โกรธเคือง แต่มันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่กัดกินอยู่ข้างใน
โซ่วางกีตาร์ไฟฟ้าลงบนขาตั้งอย่างช้าๆ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นโลหะจากสายกีตาร์ทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ ดูอึดอัดขึ้นมาอย่างประหลาด เขาเห็นความสั่นไหวในม่านตาของหญิงสาวที่เขาพยายามเข้าหามาตลอดหลายเดือน
“เธอไม่ได้แย่ที่เทคนิค แต่มันแย่ที่หัวใจ” เขาเว้นจังหวะ พลางโน้มตัวลงไปมองใบหน้าที่พยายามเบือนหนี “ทำไมถึงต้องซ่อนความรู้สึกไว้ใต้โน้ตพวกนั้นด้วยล่ะ? ทุกครั้งที่เธอเปลี่ยนคอร์ด ฉันเห็นชัดเลยว่าเธอกำลังพยายามลบภาพใครบางคนออกไปจากทำนองเพลง... คนที่ทำให้เธอกลัวการเปิดใจขนาดนี้”
เมโลดี้ชะงัก เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด “นายไม่มีสิทธิ์มาตัดสินคนอื่นจากแค่เสียงดนตรีหรอกนะ โซ่”
“ผมมีสิทธิ์ถ้าคนนั้นคือคนที่ผมอยากจะเล่นดนตรีไปด้วยจนจบเพลง” โซ่พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงและจริงจังจนเมโลดี้ต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตา “ที่ผ่านมาผมอาจจะเล่นบทหนุ่มฮอตที่ดูเหมือนไม่คิดอะไรจริงจัง แต่กับมินตรา... ทุกครั้งที่ผมเห็นเธอกอดเบสตัวนั้น ผมไม่ได้มองแค่เพื่อนร่วมวง แต่ผมเห็นผู้หญิงที่ต้องการใครสักคนมาช่วยเติมเต็มจังหวะที่หายไป”
คำพูดของเขาเหมือนลูกกระสุนที่เจาะทะลุเกราะกำบังของเธอ ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงแอร์ที่ครางเบาๆ อยู่มุมห้อง
กัปตันที่นั่งกดโทรศัพท์อยู่ตรงมุมห้องถึงกับวางมือจากหน้าจอ เขาถอดหูฟังออกแล้วทำท่าทางกระแอมไอเบาๆ เพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มจะเกินคำว่า 'เพื่อน' ไปไกล “เอ่อ... พวกมึงสองคนครับ คือถ้าจะเปิดใจกันแบบไม่ต้องพึ่งคอร์ดเพลงแบบนี้ กูว่ากูควรออกไปซื้อน้ำแดงข้างล่างให้พวกมึงหน่อยไหม? หรือจะให้กูหายตัวไปเลยดี?”
เมโลดี้หลุดขำออกมาเบาๆ ความตึงเครียดที่ขึงพืดมาตลอดช่วงซ้อมดูจะผ่อนคลายลงบ้าง เธอหยิบเบสขึ้นมาสะพายอีกครั้ง คราวนี้แววตาของเธอดูเปลี่ยนไป ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความยอมรับ
“บางที... นายอาจจะเดาถูกก็ได้” เมโลดี้พึมพำ “ฉันแค่กลัวว่าถ้าเล่นเพลงนี้ได้สมบูรณ์แบบ มันก็ถึงเวลาที่ต้องจบการซ้อม แล้วเราก็คงเป็นแค่คนแปลกหน้าที่เจอกันในมหาลัยอีกครั้ง”
โซ่ขยับยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูจริงใจที่สุดตั้งแต่เขาเคยทำมา “ไม่มีทางหรอกครับ เพราะถ้าเธอเล่นจบเพลงนี้ ผมจะขอจองตัวเธอเป็นพาร์ทเนอร์ซ้อมเพลงถัดไปทันที และเพลงถัดไป... ผมว่าเราคงต้องเลือกเพลงที่ไม่มีคำว่า 'จบ' อยู่ในเนื้อร้องแล้วล่ะ”
บรรยากาศกำลังไปได้สวย เสียงหัวเราะและการแหย่ของกัปตันทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเป็นธรรมชาติขึ้น ทั้งสองเริ่มปรับจูนเสียงดนตรีเข้าหากันอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่การซ้อม แต่มันคือการสนทนาผ่านเสียงเบสและกีตาร์ที่สอดประสานกันอย่างลงตัว ราวกับว่ากำแพงน้ำแข็งในใจของเมโลดี้กำลังถูกความอบอุ่นจากเสียงเพลงของโซ่หลอมละลายลงทีละน้อย
ทว่า ในขณะที่เสียงดนตรีดำเนินไปถึงจุดที่ไพเราะที่สุด เสียงเคาะประตูห้องซ้อมก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ตามด้วยร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นเคยดีเดินเข้ามา
รินรดาในชุดเดรสสีแดงเพลิงยืนเด่นอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเธอประดับด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความนัย เธอไม่ได้มองโซ่ แต่สายตาของเธอจับจ้องไปที่เมโลดี้ด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก
“ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหูแต่ฟังดูเย็นเยียบ “พอดีว่าโซ่ลืมของสำคัญไว้ที่ห้องพักศิลปินน่ะ ฉันเลยตั้งใจเอามาคืน... อ้อ แล้วก็เรื่องงานคอนเสิร์ตใหญ่ปลายเทอมน่ะ ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยนะโซ่ เพราะสปอนเซอร์รายใหญ่เขาเพิ่งเปลี่ยนใจ ถ้าไม่มีฉันช่วยดึงไว้ โชว์ของพวกเธอก็คงจะจบไม่สวยแน่ๆ”
โซ่ชะงักมือที่กำลังดีดสายกีตาร์ สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลายเป็นความเคร่งขรึมในทันที เขาค่อยๆ วางกีตาร์ลงอย่างช้าๆ ในขณะที่เมโลดี้รู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านหัวใจ เธอเห็นรินรดายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้โซ่ ก่อนที่รินรดาจะขยับเข้ามาใกล้เขาแล้วกระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้สีหน้าของโซ่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
โซ่หันมาสบตาเมโลดี้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ “มินตรา... ผมขอเวลาแป๊บนึงนะ”
เขาลุกขึ้นเดินตามรินรดาออกไปนอกห้อง ทิ้งให้เมโลดี้ยืนถือเบสตัวเดิมอยู่ในห้องที่กลับมาเงียบงันและอ้างว้างอีกครั้ง เธอได้ยินเสียงประตูปิดลงเบาๆ แต่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวด้วยความกังวลที่ไม่เคยมีมาก่อน
หรือนี่จะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเสียงปรบมือที่ไม่มีวันจะดังขึ้นได้ในจังหวะที่หัวใจของเขากับเธอไม่ตรงกัน...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและสัมผัสจังหวะรักไปพร้อมกับผมในตอนนี้และหวังว่าในตอนหน้าเราจะได้มาหาคำตอบไปพร้อมกันนะครับ คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 17
เสียงปรบมือที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!