"เธอคิดว่าการหนีมาอยู่ที่นี่... จะช่วยให้เธอลบภาพ 'ยัยขี้แพ้' ออกจากหัวได้จริงๆ งั้นเหรอ, เมโลดี้?"
น้ำเสียงเยียบเย็นที่เจือด้วยรอยยิ้มเยาะของรินรดา ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิวในห้องซ้อมดนตรีส่วนตัวของชมรม บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิจนติดลบ ในขณะที่พวกเราทุกคน—ทั้งผม โซ่, กัปตัน และตัวเมโลดี้เองต่างก็นิ่งค้างไปกับประโยคที่พุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษนั้น
เมโลดี้สะดุ้งสุดตัว มือเรียวบางที่กำลังถือไม้กวาดทำความสะอาดห้องซ้อมถึงกับสั่นเทาจนไม้กวาดร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น *เคร้ง!* ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะฉายแววเข้มแข็งและดื้อรั้น บัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หยาดน้ำใสคลอหน่วยขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด ร่างบางถอยหลังกรูดไปชนกับชั้นวางโน้ตเพลงจนมันโคลงเคลง เกือบจะล้มลงมาทับเธอ
"ริน... เธอเข้ามาในนี้ได้ยังไง?" ผมรีบก้าวเท้าเข้าไปขวางกึ่งกลางระหว่างรินรดาและเมโลดี้ทันที ความโกรธระอุขึ้นในอกจนสันกรามขบเข้าหากันแน่น "ที่นี่คือห้องซ้อมส่วน
ตัวของชมรม คนนอกไม่มีสิทธิ์เข้ามาพลการ ออกไปซะ!"
รินรดายกยิ้มมุมปาก เธอกอดอกแล้วก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อย่างไม่เกรงกลัวสายตาคมกริบของผม สายตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่เมโลดี้ราวกับนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรง
"ทำไมล่ะ ธันวา? ฉันก็แค่แวะมาดูว่า... ผู้หญิงที่ทำให้มือกีตาร์อันดับหนึ่งของคณะนิเทศฯ เสียไขว้เขวไปจากเส้นทางเดิม เธอดียังไง ถึงขนาดต้องยอมทิ้งอนาคตมาร้องรำทำเพลงในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี่" รินรดาลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วยวน ก่อนจะหันไปสบตากับเมโลดี้ตรงๆ "แต่ก็นะ... ใครจะไปคิดว่า 'มินตรา' ลูกสาวเจ้าของโรงเรียนดนตรีชื่อดังที่เคยสร้างเรื่องอื้อฉาวจนต้องลาออกกลางคัน จะกลายมาเป็นยัยมือเบสเงียบขรึม หลบมุมซ่อนตัวอยู่หลังเสียงดนตรีของคนอื่นแบบนี้ น่าสมเพชจริงๆ นะว่าไหม?"
สิ้นคำพูดนั้น เมโลดี้ก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นห้อง มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมขมับ ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับใบไม้ไหวในพายุใหญ่ เสียงหายใจหอบถี่และติดขัดบ่งบอกถึงอาการตื่นตระหนกขั้นรุนแรงที่กำลังเล่นงานเธอ
"อย่าพูด..." เสียงกระซิบสั่นเครือลอดไรฟันของเมโลดี้ดังขึ้นอย่างน่าเวทนา "หยุดพูดเถอะ... ขอร้องล่ะ"
ผมรีบย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆ เธอทันที หัวใจของผมกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวที่ผมพยายามปกป้องและเรียนรู้ที่จะรัก มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางที่สั่นเทานั้นไว้อย่างทะนุถนอม พร้อมกับส่งสายตาดุดันไปยังรินรดาเป็นเชิงไล่ขั้นเด็ดขาด
"พอได้แล้วรินรดา! ถ้าเธอยังไม่หยุดแล้วออกไปจากที่นี่ตอนนี้ ฉันจะไม่เกรงใจความเป็นเพื่อนเก่าอะไรทั้งสิ้นนะ!" ผมประกาศกร้าว เสียงทุ้มต่ำรlotความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
ด้านกัปตันที่ยืนอึ้งไปชั่วขณะ รีบก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวรินรดาด้วยสีหน้าเอาเรื่องไม่แพ้กัน มือใหญ่เอื้อมไปจับแขนของอดีตแฟนสาวโซ่แล้วผายมือไปยังประตูทางออก
"เชิญครับคุณรินรดา ห้องซ้อมดนตรีของพวกเรามัน 'เสียงดัง' เกินกว่าที่คนใจแคบอย่างคุณจะเข้าใจ เชิญกลับไปฟังเสียงดนตรีในโลกปลอมๆ ของคุณเถอะครับ อย่ามาสร้างมลพิษทางเสียงแถวนี้เลย" กัปตันพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนทุกพยางค์ จนรินริดาหน้าเสียไปชั่วขณะ
รินรดากัดริมฝีปากด้วยความไม่พอใจ เธอปัดแขนกัปตันออกอย่างแรง ก่อนจะหันมามองหน้าผมด้วยสายตาร้าวรานและตัดพ้อ
"ธันวา... นายเปลี่ยนไปมากนะ ตั้งแต่รู้จักกับยัยนี่ นายกล้าไล่ฉันเพื่อปกป้องผู้หญิงที่มีแต่ความด่างพร้อยเนี่ยนะ? ระวังเธอก็จะลากนายลงไปในเหวเหมือนกับที่เธอเคยทำกับคนอื่นมาแล้วล่ะ!"
พูดจบ รินรดาก็สะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องซ้อม ปล่อยให้ความเงียบงันและบรรยากาศอึดอัดโรยตัวลงมาปกคลุมพวกเราอีกครั้ง
ผมหันกลับมาสนใจคนตัวเล็กที่ยังคงนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน เมโลดี้ซุกใบหน้าลงกับฝ่ามือ หยาดน้ำตาไหลรินผ่านง่ามนิ้วอย่างห้ามไม่อยู่ บาดแผลในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยเสียงเพลงและกำแพงความเย็นชา บัดนี้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าคนที่เธอไม่อยากให้รู้มากที่สุด
"เม... เมโลดี้ครับ มองหน้าผมหน่อย" ผมเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือหนายื่นไปแตะที่ไหล่บางเบาๆ
เมโลดี้ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำและบวมเป่งจากการร้องไห้ ริมฝีปากสั่นระริก เธอมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความรู้สึกผิด และความอับอายที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก
"โซ่... นาย... นายได้ยินที่ผู้หญิงคนนั้นพูดใช่ไหม?" เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังนายนะ แต่ว่า... เรื่องที่โรงเรียนเก่ามัน..."
"ชูว์... ไม่ต้องพูดอะไรแล้วครับ เมโลดี้" ผมเอ่ยขัดขึ้นพร้อมกับดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกอย่างมั่นคง ถ่ายทอดความอบอุ่นและความปลอดภัยผ่านอ้อมแขนคู่นี้ "ผมไม่สนใจหว่าอดีตของเธอจะเป็นยังไง หรือเธอเคยเจออะไรมาบ้าง... สิ่งเดียวที่ผมสนใจตอนนี้ คือความรู้สึกของคนที่อยู่ในอ้อมแขนผมคนนี้ต่างหากครับ"
เมโลดี้สะอื้นฮักซบหน้าลงกับอกเสื้อของผม มือเล็กๆ กำเสื้อผ้าของผมแน่นราวกับมันเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวในโลกใบนี้ กัปตันยืนมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ ก่อนจะเดินถอยฉากออกไปยืนเฝ้าที่หน้าประตูห้อง เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับเราสองคน
ห้องซ้อมที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงดนตรี บัดนี้กลับมีเพียงเสียงสะอื้นไห้และเสียงหัวใจของผมที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ผมค่อยๆ ใช้มือลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างอ่อนโยน พยายามปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำให้กลับมาสงบลง
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งเสียงสะอื้นของเมโลดี้เริ่มเบาลง เหลือเพียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เธอผละออกจากอ้อมอกของผมช้าๆ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองผมด้วยความรู้สึกผิดที่ยังคงฉายชัดในแววตา
"ขอบคุณนะ... โซ่" เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม เมโลดี้ก้มหน้าหลบสายตา "แต่ว่า... เรื่องที่โรงเรียนเก่าของฉัน มันมีมากกว่าที่เธอกล่าวหา... มันเป็นเรื่องที่ฉัน... เป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนสนิทต้อง..."
เธอกลืนคำพูดลงคอไปพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาอีกระลอก ร่างกายกลับมาสั่นเทาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ฝันร้ายนั้น
ผมเอื้อมมือไปกุมมือเย็นเฉียบของเธอไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นใจให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกใบนี้แล้ว
"ถ้าเธอยังไม่พร้อมจะเล่าตอนนี้ ผมก็จะไม่เซ้าซี้ครับ เมโลดี้... ไม่ว่าอดีตของเธอจะหนักหนาแค่ไหน หรือเธอจะเคยทำผิดพลาดอะไรมา ผมเชื่อมั่นในตัวตนของเธอที่ผมได้รู้จักในปัจจุบันนี้ คนที่รักดนตรี คนที่จริงใจกับเพื่อน และคนที่กุมหัวใจของผมไว้... แค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับ"
เมโลดี้เงยหน้าขึ้นสบตาผม เปลือกตาบางกระพริบปริบๆ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมาเพื่อเปิดเผยความลับที่ถูกเก็บงำไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาซาบซึ้งและอบอุ่นนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นกะทันหันที่หน้าประตูห้องซ้อม พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"ว้าว... บรรยากาศโรแมนติกจังเลยนะคะ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเอ่ย?"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นและคุ้นเคยดังขึ้น ทำเอาผมและเมโลดี้ต้องหันขวับไปมองพร้อมกันทันที
ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องซ้อมด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอกวาดสายตามองผมกับเมโลดี้ที่ยังนั่งอยู่บนพื้นด้วยท่าทางสนอกสนใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว
"สวัสดีจ่ะ น้องเมโลดี้... จำพี่ได้ไหมเอ่ย? พี่คือคนที่น้องเคย 'ทิ้ง' ไว้ข้างหลัง ในวันที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นที่โรงเรียนเก่าไงล่ะจ๊ะ?"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและสัมผัสจังหวะรักไปพร้อมกับผมในตอนนี้ และหวังว่าในตอนหน้าเราจะได้มาหาคำตอบไปพร้อมกันนะครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 19
ความทรงจำที่เจ็บปวด
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!