ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 43

ความแตกแยกในชมรม

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงปรบมือในห้องซ้อมดนตรีประจำชมรมไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงชัยชนะ แต่มันช่างแห้งแล้งและบาดหูเสียนี่กระไร "ผมคิดว่าเราคุยกันเคลียร์แล้วนะรินรดา" ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้ ปลายนิ้วยังคงเกี่ยวพันอยู่กับสายสะพายกีตาร์ไฟฟ้าตัวโปรด สายตาคมกริบมองตรงไปยังร่างระหงที่ยืนกอดอกอยู่หน้าประตูห้อง บรรยากาศรอบตัวอึมครึมเสียยิ่งกว่าวันที่ฝนตั้งเค้า รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งผมเคยคิดว่ามันอ่อนหวานและจริงใจ แต่ในยามนี้มันกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลและคราบน้ำตาจอมปลอม เธอไม่ได้สะท้านสะเทือนกับคำพูดเชือดเฉือนของผมเลยแม้แต่น้อย สายตาคู่สวยนั้นกวาดมองไปรอบห้อง—มองสมาชิกในชมรมที่กำลังยืนทำหน้าไม่ถูกกับสถานการณ์ตรงหน้า "ธันวาคะ... คุณใจร้ายกับฉันเกินไปหรือเปล่า" เสียงหวานเอ่ยตัดพ้อ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับอย่างผู้กำชัยชนะ "ฉันก็แค่หวังดีกับชมรม อยากให้วงของเราไปได้สวยในงานเทศกาลดนตรีมหาวิทยาลัยที่จะถึงนี้... แต่ดูสิ่งที่คุณกับยัยเด็กมนุษยศาสตร์นี่ทำสิครับ ปิดบังความสัมพันธ์ อำพรางข้อตกลงลับหลังเพื่อนร่วมวง แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าทรยศความเชื่อใจ" คำว่า 'ทรยศ' กระแทกเข้ากลางใจของใครหลายคนในห้องนั้นอย่างจัง ผมขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงขมับ ไม่ใช่เพราะคำกล่าวหาของรินรดาที่มีผลต่อตัวผม แต่เป็นเพราะสายตาของเพื่อนร่วมวงที่หันมามองผมกับเมโลดี้ด้วยความเคลือบแคลงสงสัยต่างหากที่ทำให้ผมเจ็บปวด กัปตัน มือกลองเพื่อนสนิทของผม วางไม้กลองลงบนสแปร์ดรัมเสียงดังสนั่นจนทุกคนต้องสะดุ้ง เจ้าตัวขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ใบหน้าที่ปกติมักจะยิ้มแย้มและทำหน้าที่เป็นตัวชงเรื่องตลกในกลุ่ม บัดนี้กลับตึงเครียดจนน่ากลัว กัปตันกวาดสายตามองหน้าผมสลับกับเมโลดี้ที่ยืนนิ่งเงียบอยู่มุมห้อง "โซ่... รินเขาพูดเรื่องอะไรวะ" เสียงของกัปตันแหบพร่าแต่นิ่งสนิท เป็นความนิ่งที่คนสนิทกันรู้ดีว่ามันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด "ข้อตกลงลับอะไร? แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมีเรื่องผลประโยชน์เกี่ยวกับสิทธิ์ในการขึ้นเล่นเวทีหลักเข้ามาเกี่ยวข้องได้ ทั้งที่พวกเราซ้อมกันแทบตายเพื่อแย่งมันมาด้วยฝีมือ" เมโลดี้ที่ยืนกอดกีตาร์โปร่งแนบอกมาตลอด สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ใบหน้าเนียนใสซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตสั่นไหวระริกอย่างปิดไม่มิด มือเรียวที่กำคอซองกีตาร์สั่นเทาเล็กน้อย "กัปตัน... เชื่อใจฉันสิ" ผมหันไปมองหน้าเพื่อนรัก น้ำเสียงของผมอ่อนลงระคนวิงวอน "เรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่..." "ไม่ใช่แล้วมันคืออะไรล่ะธันวา!" เสียงของรุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งในชมรมดังแทรกขึ้นมา เขาคือนักร้องนำของวงที่ปกติมักจะใจดีและคอยดูแลน้องๆ เสมอ แต่ในตอนนี้ ใบหน้าของเขากลับบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ "พวกเราเหนื่อยกันมาทั้งเทอมนะเว้ย ซ้อมจนนิ้วพัง กลับดึกดื่นทุกวัน เพื่อหวังว่าวงของเราจะได้ขึ้นโชว์บนเวทีใหญ่ แต่พอมีข่าวหลุดออกมาว่า... นายแอบไปเจรจากับสปอนเซอร์และทางคณะกรรมการจัดงาน โดยใช้ชื่อของ 'เมโลดี้' เป็นข้อแลกเปลี่ยนในการดันวงของเราให้ผ่านรอบคัดเลือกแบบไม่ต้องแข่ง... มันหมายความว่ายังไงวะ" ความเงียบงันเข้ากัดกินบรรยากาศในห้องอีกครั้ง หนักหน่วงเสียจนแทบจะหายใจไม่ออก ผมหันขวับกลับไปจ้องหน้ารินรดาอีกครั้งอย่างเหลืออด ผู้หญิงคนนี้... เธอไม่ได้แค่อยากทวงผมคืน แต่เธอกำลังใช้ "เกมการเมือง" สกปรกๆ มาทำลายความฝันและมิตรภาพของพวกเราลงเพื่อความสะใจ "เธอกุเรื่องทั้งหมดขึ้นมาสินะรินรดา" ผมก้าวเท้าเข้าไปหาร่างบางทีละก้าว ช้าๆ แต่กดดันจนเธอต้องถอยหลังกรูด "เธอสร้างหลักฐานปลอม ส่งอีเมลหลอกลวงให้กับคนในชมรม เพื่อสร้างความร้าวฉาน เพราะเธอรู้ว่าถ้าชมรมนี้แตกแยก เมโลดี้จะทนอยู่ไม่ได้ และฉัน... ก็จะไม่มีวันมีความสุขกับสิ่งที่รัก" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับบานประตูแล้วก็ตาม "กุเรื่องงั้นเหรอคะ? ธันวากำลังดูถูกความสามารถในการสืบสวนของเพื่อนๆ ในชมรมเกินไปหรือเปล่า หลักฐานทุกอย่างที่ทุกคนได้รับในมือถือ มันถูกส่งมาจากระบบภายในของชมรมนะ... หรือจะบอกว่า ยัยเด็กเก็บตัวคนนี้ ไม่เคยรู้เรื่องผลประโยชน์ใต้โต๊ะพวกนี้เลยสักนิด" สิ้นคำพูดนั้น สายตาทุกคู่ในห้องก็พากันหันขวับไปมองที่เมโลดี้เป็นตาเดียว ความกดดันมหาศาลพุ่งเป้าไปที่หญิงสาวร่างเล็ก เมโลดี้ก้มหน้ามองพื้น ปล่อยให้เส้นผมยาวสลวยตกลงมาบดบังใบหน้าที่กำลังหลั่งน้ำตาหยดแล้วหยดเล่า เธอยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงนั้น ราวกับนกปีกหักที่กำลังถูกรุมทึ้งจากฝูงหมาป่า "เม..." ผมส่งเสียงเรียกเธอเบาๆ หัวใจปวดแปลบราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ผมไม่อยากเห็นเธอกลายเป็นเหยื่อของเกมนี้ "ฉัน... ไม่ได้ทำ..." เสียงของเมโลดี้ลอดไรฟันออกมาเบาหวิว แผ่วเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง "ฉันไม่เคยรู้เรื่อง... สปอนเซอร์อะไรนั่นเลย..." "โกหก!" รุ่นพี่นักร้องนำโพล่งขึ้นด้วยความโมโห ทุบกำแพงห้องเสียงดังสนั่น "ถ้าเธอไม่รู้เรื่อง แล้วทำไมชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทสปอนเซอร์หลัก ถึงเป็นนามสกุลเดียวกับแม่เลี้ยงของเธอ, เมโลดี้!" ราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางห้องซ้อม ทุกสรรพเสียงเงียบกริบลงทันที ผมเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าเมโลดี้ที่ตอนนี้ยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยทำให้แม้แต่ตัวผมเองก็ยังต้องชะงักงัน นามสกุลนั้น... นามสกุลที่เมโลดี้พยายามปกปิดและเกลียดชังมาตลอดชีวิต เมโลดี้ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาที่เคยมีประกายความสุขยามได้เล่นดนตรี บัดนี้ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยรอยร้าวที่แตกสลายจนเกินเยียวยา เธอมองหน้าผม มองหน้ากัปตัน และมองหน้าทุกคนในชมรมด้วยรอยยิ้มสมเพชตัวเอง "ใช่... ฉันมีนามสกุลนั้น" เมโลดี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่ฉันไม่เคย... เอาเรื่องน่ารังเกียจพวกนั้นมาปะปนกับเสียงดนตรีของพวกเราเลยสักครั้งเดียว!" เธอดึงสายสะพายกีตาร์โปร่งออกจากไหล่ ถอดมันออกด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะวางมันลงบนขาตั้งอย่างทะนุถนอม ราวกับมันคือสิ่งล้ำค่าชิ้นสุดท้ายที่เธอกำลังจะสูญเสียไปตลอดกาล "พอใจหรือยังคะ... รินรดา" เมโลดี้หันไปสบตากับศัตรูตัวฉกาจด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวจนน่าตกใจ "ถ้าการที่ฉันมีตัวตนอยู่ตรงนี้ มันทำให้ทุกคนคิดว่าชมรมของเราแปดเปื้อน... งั้นฉันขอถอนตัวออกจากวง ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป" "เมโลดี้! เดี๋ยวสิ!" ผมตะโกนลั่น พยายามจะพุ่งเข้าไปรั้งเธอไว้ แต่กัปตันกลับเอื้อมมือมาคว้าไหล่ผมเอาไว้แน่น แรงบีบที่หนักหน่วงทำให้ผมต้องชะงัก "ปล่อยให้เขาไปตั้งสติก่อนเถอะวะโซ่" กัปตันพูดเสียงเครียด ใบหน้าของเพื่อนรักเต็มไปด้วยความสับสนและความเหนื่อยล้า เมโลดี้หันหลังให้พวกเรา ก้าวเดินผ่านประตูห้องซ้อมออกไปท่ามกลางความเงียบงัน ทุกคนยืนมองแผ่นหลังเล็กๆ นั้นเดินจากไปโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยปากรั้งสักคนเดียว รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะอย่างแท้จริง ผมสะบัดแขนของกัปตันออกอย่างแรง เตรียมจะวิ่งตามเมโลดี้ออกไปให้รู้เรื่อง แต่ทว่า... ก่อนที่มือของผมจะผลักบานประตูออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลราคาแพง ใบหน้าเคร่งขรึมและมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งเป็นคนที่ผมจำได้แม่นว่าเป็นประธานกรรมการบริหารของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะมาเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ให้มหาลัย ยืนจ้องหน้าผมด้วยแววตาคมกราบ "ไม่ต้องตามไปหรอกพ่อหนุ่ม..." ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ จนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ "เพราะเด็กคนนั้นไม่ใช่ปัญหาเดียวที่พวกเธอต้องเคลียร์ในวันนี้..." เขาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดเปิดคลิปเสียงบันทึกการสนทนาบางอย่างให้ทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจน *"แผนการทั้งหมด... ดำเนินการตามที่ฉันสั่งใช่ไหมคะ?"* เสียงในคลิปนั้น... เป็นเสียงของรินรดาที่กำลังพูดคุยกับใครบางคนเรื่องการทำลายชมรมดนตรีนี้ให้พินาศคามือ! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้ท่วงทำนองรักบทนี้ก้องกังวานไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%