“อย่าแม้แต่จะคิดที่จะหยิบซอสพริกมาใส่ในต้มยำปลาหมึกนะมินตรา... นั่นคือการทำลายศิลปะในชามของผมนะครับ”
ผมเอ่ยดักคอพลางคว้าขวดซอสจากมือเรียวเล็กของเมโลดี้มาวางไว้ห่างจากระยะเอื้อมของเธอ เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ ท่ามกลางเสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยๆ ในห้องพักแคบๆ ของเธอ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะดวงเดียวให้ความรู้สึกอบอุ่นจนเกือบจะร้อนแรงด้วยบรรยากาศที่เกินควบคุม
วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของสาวน้อยมือกีตาร์โปร่งผู้ปิดตายหัวใจ ห้องพักของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยโปสเตอร์ศิลปินดังอย่างที่ผมคิด แต่กลับเต็มไปด้วยโน้ตเพลงที่เขียนด้วยลายมือยุ่งเหยิงและกลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าๆ ผสมกับกลิ่นหอมของต้มยำที่ผมเพิ่งปรุงเสร็จ
“โซ่เป็นคนเรื่องมากเรื่องการกินขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ เอ้ย... ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” เธอแก้คำพูดติดอ่างพร้อมใบหน้าที่เริ่มซับสีระเรื่อ
ผมมองเธอด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ปรับแต่ง “ผมไม่ได้เรื่องมากครับ แค่ให้เกียรติคนทำ... และในกรณีนี้ คนทำคือเมโลดี้ เพราะฉะนั้นผมต้องคุมเข้มไม่ให้รสชาติเพี้ยน”
ผมเลื่อนชามข้าวไปตรงหน้าเธอ เธอค่อยๆ ตักต้มยำเข้าปาก สายตาของเธอมองลงต่ำที่ขอบชาม ผมสังเกตเห็นนิ้วเรียวของเธอสั่นเล็กน้อยตอนที่จับช้อน มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดครับ การได้นั่งอยู่ในห้องที่เงียบสงบแบบนี้กับคนที่มีกำแพงสูงลิ่วอย่างเธอ มันทำให้หัวใจผมเต้นแรงกว่าตอนโซโล่กีตาร์หน้าเวทีที่มีคนดูนับพันเสียอีก
“ทำไมถึงยอมให้ผมเข้ามาวันนี้ครับ” ผมตัดสินใจถามแทรกความเงียบ
เมโลดี้เงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาคู่นั้นวูบไหวราวกับสายน้ำที่ถูกก้อนหินกระทบ “เพราะว่า... ฉันเหนื่อยกับการที่ต้องแบกความลับไว้คนเดียวมั้งครับ ช่วงนี้มีเรื่องรบกวนใจเยอะ... โดยเฉพาะเรื่องรินรดา”
ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากเธอพร้อมกับความขมขื่น ผมวางช้อนลงทันที ความหิวที่มีอยู่มลายหายไปสิ้น
“รินรดาเป็นแค่อดีตครับ และผมไม่เคยคิดจะกลับไปแก้ไขอดีตที่มันจบไปแล้ว” ผมยื่นมือไปแตะหลังมือเธอเบาๆ เพียงแค่สัมผัสผิวเผินที่สั่นไหวของเธอ ความรู้สึกบางอย่างก็พุ่งวาบผ่านตัวผม “เมโลดี้ครับ มองตาผม... ที่ผมมาที่นี่วันนี้ ไม่ใช่เพราะสงสาร แต่เพราะผมอยากจะทำความรู้จักกับคนที่ชื่อมินตราจริงๆ ไม่ใช่มือกีตาร์โปร่งที่ใครต่อใครต่างก็พากันเกรงขาม”
เธอนิ่งงันไป เหมือนเธอกำลังตัดสินใจว่าจะทุบกำแพงนั่นลงหรือจะก่ออิฐให้สูงขึ้นไปอีก ในวินาทีที่ความเงียบงันปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เมโลดี้ก็คลี่ยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจที่สุดตั้งแต่เราได้เจอกัน
“งั้นลองชิมน้ำซุปดูสิคะ ถ้าไม่อร่อยคราวหน้าฉันจะไม่ยอมให้โซ่เข้าห้องมาอีกเลย”
เราหัวเราะให้กัน บรรยากาศดูผ่อนคลายลงจนผมเผลอปล่อยใจไปกับความสดใสตรงหน้า แต่ทว่า... ความสุขนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะที่ฟังดูคุ้นเคยจนน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงเคาะของเพื่อนบ้าน หรือคนส่งของธรรมดา แต่มันคือจังหวะที่ผมจำได้แม่นยำ
เมโลดี้ชะงัก ใบหน้าเธอกลายเป็นสีซีดเผือดเมื่อเสียงหนึ่งดังลอดเข้ามาผ่านช่องว่างของประตู
“โซ่คะ... รินรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น เปิดประตูให้รินหน่อยเถอะค่ะ รินมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับคุณจริงๆ”
หัวใจของผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ผมหันไปมองเมโลดี้ที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สายตาของเธอกลับไปเย็นชาและห่างเหินราวกับไม่เคยมีมื้อเย็นที่แสนอบอุ่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน เธอหยิบกีตาร์โปร่งขึ้นมาถือไว้มั่น ราวกับมันเป็นเกราะป้องกันเพียงชิ้นเดียวในยามนี้
“ดูเหมือนมื้อเย็นของเราจะจบลงตรงนี้นะครับ... โซ่”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและสัมผัสจังหวะรักไปพร้อมกับผมในตอนนี้นะครับ คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 11
มื้อเย็นใต้แสงไฟหอพัก
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!