ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 46

การตามหาความจริง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง *ปึ้ง* จนกาแฟเย็นในแก้วกระฉอกออกมาเล็กน้อย กัปตันสะดุ้งสุดตัวจนไม้กลองในมือแทบหลุดร่วง ขณะที่ผม—ธันวา หรือที่ใครๆ ในชมรมดนตรีเรียกกันว่าโซ่—ทำเพียงแค่นั่งไขว่ห้าง มองกระดาษแผ่นที่อยู่ด้านบนสุดด้วยสายตาที่เรียบเฉย แต่ภายในอกกลับร้อนรุ่มราวกับมีถ่านแดงๆ มาสุมอยู่ "นายแน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของพวกสภาวะวะ... เอ้ย สภาวะแวดล้อมอะไรนั่น?" กัปตันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หลังจากกวาดสายตาอ่านตัวเลขการเบิกงบจัดซื้ออุปกรณ์ดนตรีของชมรมที่ถูกปลอมลายมือชื่อ "แล้วเอกสารตบตาชุดนี้ไปโผล่อยู่ที่โต๊ะอาจารย์ที่ปรึกษาได้ยังไงวะเนี่ย?" "ฉันเช็ค IP address จากไฟล์ดิจิทัลที่ถูกส่งเข้าระบบกลางของมหาวิทยาลัยแล้ว ลายเซ็นนั้นถูกสแกนผ่านแท็บเล็ตส่วนตัว และไอดีที่ใช้ล็อกอินเข้าสู่ระบบในคืนวันเกิดเรื่อง... เป็นของคนที่เราคาดไม่ถึงที่สุดต่างหากล่ะ กัปตัน" ผมตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาที่ไม่ได้ค่าสายตาไปยงหลักฐานชิ้นสำคัญ เรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มต้นจากความวุ่นวายที่โหมกระหน่ำใส่ชมรมดนตรีของเราอย่างไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่เรื่องห้องซ้อมถูกล็อกกะทันหัน อุปกรณ์เครื่องเสียงราคาแพงเกิดชำรุดเสียหายอย่างไร้สาเหตุ ไปจนถึงข่าวลือเสียๆ หายๆ ที่พยายามดิสเครดิตเมโลดี้—มือเบสสาวผู้เงียบขรึมและมีโลกส่วนตัวสูงของวงเรา จนเธอเริ่มเก็บตัวและสร้างกำแพงในใจขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มจางๆ ที่เธอมักจะมีให้ผมเวลาเล่นกีตาร์โปร่งด้วยกันเริ่มเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาระแวดระวังและหวาดกลัวต่อสายตาคนรอบข้าง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด "ใคร..." เสียงของกัปตันแผ่วเบาลง บรรยากาศในห้องชมรมที่เคยครื้นเครงด้วยเสียงซ้อมดนตรีบัดนี้กลับเงียบเชียบจนได้ยินเสียงนาฬิกาเดิน ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที แต่หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาพลิกดู ด้านหลังภาพปรากฏลายมือหวัดๆ ที่ผมจำได้แม่นยำ รินรดา... อดีตคนรักเก่าที่เดินจากผมไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อปีก่อน กลับเข้ามาวนเวียนในชีวิตผมอีกครั้งด้วยเหตุผลสวยหรูว่าต้องการ "เริ่มต้นใหม่" แต่เบื้องหลังรอยยิ้มแสนหวานและท่าทีน่าสงสารนั้น กลับซ่อนแผนการสกปรกเพื่อทำลายทุกสิ่งที่ผมและเพื่อนๆ ร่วมกันสร้างขึ้นมา เหตุผลเหรอครับ? ง่ายนิดเดียว... เพราะเธอยังคงต้องการครอบครองทุกอย่างที่เป็นของผม รวมถึงการทำให้เมโลดี้ทนแรงกดดันไม่ไหวแล้วเดินออกไปจากวงดนตรีวงนี้ เพื่อที่ผมจะได้กลับไปยืนเคียงข้างเธอในฐานะ "คนเดิม" อีกครั้ง "รินรดา..." ผมเอ่ยชื่อนั้นออกมาเบาๆ ราวกับกระซิบ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลง "ผู้หญิงคนนั้นเนี่ยนะ?!" กัปตันผุดลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ล้มคว่ำ "เธอทำไปเพื่ออะไรวะ? ในเมื่อเธอกับนาย... นายเลิกกันไปนานแล้วนะเว้ย อีกอย่าง เมโลดี้ไปเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมรินถึงต้องใจร้ายขนาดนี้!" "ความอิจฉาและการสูญเสียการควบคุมไงเพื่อน" ผมวางรูปถ่ายใบนั้นทับลงบนแฟ้มเอกสาร "รินรดาไม่เคยยอมรับความจริงได้เลยว่า... คนเราต่อให้พยายามยื้อแค่ไหน ถ้าหัวใจมันไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว มันก็ไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรอก โดยเฉพาะเมื่อหัวใจของฉันตอนนี้..." ผมเว้นวรรคคำพูดไว้แค่นั้น ภาพของเมโลดี้ในวันที่เธอนั่งกอดกีตาร์โปร่งคู่ใจแล้วบรรเลงบทเพลงด้วยแววตาสั่นระริก ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ความเปราะบางแต่เด็ดเดี่ยวของเธอมันช่างน่าทะนุถอด มือเบสสาวผู้ไม่เคยยอมแพ้ให้แก่โชคชะตา แต่กลับต้องมาสะดุดล้มเพราะเกมสกปรกที่ถูกชักใยจากเงาอดีตที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองทางอ้อม... ใช่ครับ ผมรู้สึกผิด โทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ปล่อยให้คนใกล้ตัวกล成为อุปสรรคทำร้ายคนที่ผมแคร์ความรู้สึกมากที่สุด "แล้วนายจะเอายังไงต่อวะโซ่? จะเอาหลักฐานพวกนี้ไปฟ้องอาจารย์เลยไหม หรือจะบุกไปเคลียร์กับรินให้มันจบๆ ไปซะตอนนี้เลย" กัปตันถามด้วยความร้อนรนตามประสาคนใจร้อน "ยังไม่ใช่ตอนนี้..." ผมส่ายหัวช้าๆ ปรายตามองเอกสารสิทธิ์การใช้ห้องซ้อมที่เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามวันก่อนจะถึงรอบคัดเลือกวงดนตรีตัวแทนมหาวิทยาลัย "ถ้าเราเอาเรื่องนี้ไปบอกอาจารย์ตอนนี้ รินรดาอาจจะใช้เครดิตครอบครัวของเธอพลิกเกมทำให้เรากลายเป็นฝ่ายผิดได้ แถมหลักฐานพวกนี้ยังเป็นแค่ส่วนปลายเหตุ ฉันต้องการหลักฐานชิ้นสุดท้าย... หลักฐานที่จะมัดตัวเธอให้ดิ้นไม่หลุด และทำให้เธอต้องยอมรับความจริงต่อหน้าทุกคนในชมรม" กัปตันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง "นายมันพวกบ้าความยุติธรรมจริงๆ ว่ะธันวา แต่เอาเถอะ ในเมื่อนายตัดสินใจแล้ว ฉันกับไอ้พวกที่เหลือในวงพร้อมลุยกับนายเสมอ... ว่าแต่ นายจะบอกเรื่องนี้ให้เมโลดี้รู้รึเปล่า? ยัยนั่นยิ่งเซนซิทีฟเรื่องความเชื่อใจอยู่ด้วยนะ ถ้ารู้ว่าต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดมาจากแฟนเก่าของนาย..." คำถามนั้นทำให้ผมชะงัก มือที่กำลังจะปิดแฟ้มเอกสารหยุดค้างกลางอากาศ นั่นคือสิ่งที่ผมกังวลที่สุด เมโลดี้มีบาดแผลในอدีตฝังใจเรื่องการถูกหักหลัง เธอเกลียดการหลอกลวงและการมีความลับต่อกัน หากเธอรู้ว่าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดในชมรมเกิดขึ้นเพราะเงาอดีตของผม เธอกำแพงในใจที่เพิ่งจะพังทลายลงไปบางส่วน อาจจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ และครั้งนี้... มันอาจจะสูงชันจนผมไม่มีวันปีนข้ามกลับไปหาเธอได้อีกเลย "ฉัน... ยังหาจังหวะที่เหมาะสมไม่ได้" ผมตอบเสียงแผ่วเบา ความมั่นใจทั้งหมดก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้นเมื่อนึกถึงแววตาคู่สวยของเธอ แต่ทว่า... ในขณะที่เรากำลังถกเถียงถึงแผนการขั้นต่อไป เสียงเคาะประตูก็กร่อนดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* กัปตันหันขวับไปมองบานประตูไม้ทึบด้วยความตกใจ เพราะนี่คือเวลาค่ำมืดที่สมาชิกทุกคนกลับกันหมดแล้ว และไม่มีใครควรจะมาอยู่ที่นี่ในห้องซ้อมลับหลังตึกนิเทศฯ แห่งนี้ ผมขมวดคิ้วแน่น ส่งสัญญาณมือให้กัปตันเงียบเสียงลง แล้วก้าวเท้าเดินย่องเข้าไปใกล้บานประตูช้าๆ หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ มือหนาเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูแล้วกระชากเปิดออกอย่างรวดเร็วเพื่อประชิดตัวผู้มาเยือน ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้า กลับทำให้ผมและกัปตันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก รินรดายืนอยู่ตรงนั้น... เธอยืนยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนหวานหลงเหลืออยู่เลย ในมือเรียวของเธอถือแฟ้มเอกสารคดีความอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นเอกสารลับที่สุดยอดของทางมหาวิทยาลัย และข้างกายเธอนั้น... มีร่างคุ้นตาของใครอีกคนก้าวพ้นเงาสลัวของทางเดินออกมา ร่างนั้นคือเมโลดี้... มือเบสสาวของผมเอง แววตาสั่นไหวของเมโลดี้ที่มองตรงมายังผม เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวัง และคำถามนับร้อยพันที่ยังไม่ทันได้เอื้อnเอ่ยออกมา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้ท่วงทำนองรักบทนี้ก้องกังวานไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%