"ถ้าคุณก้าวล้ำเส้นสีแดงตรงหน้าต่างเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว ฉันจะกดปุ่มฟอร์แมตเซิร์ฟเวอร์หลัก และเราจะได้พากันไปนอนคุยกับรากมะม่วงด้วยกันทั้งคู่... เชิญเลือกเอาครับ คุณนักสืบผู้แสนจะเจ้าระเบียบ"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยกระแสพิษสงรอบตัวเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว รินรดายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องมองชายหนุ่มผู้มาเยือนอย่างไม่ลดละ รหัสลับที่เธอเพิ่งได้ยินเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันคือรหัสที่บุคคลซึ่งควรจะตายไปในกองเพลิงเมื่อสองปีก่อนใช้เคาะเรียก... แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเวลานี้ กลับเป็นคีริน อดีตตำรวจมือปราบผู้ผันตัวมาเป็นนักสืบเอกชนจอมเนี๊ยบ ที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดเช็ดคราบเขม่าควันออกจากข้อมือของตัวเองอย่างใจเย็น
คีรินปรายตามองเส้นเทปสีแดงที่รินรดาใช้กาวสองหน้าแปะแบ่งเขตแดนบนพื้นปาร์เกต์อย่างน่าขัน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้อารมณ์ของคนมองพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุดในเวลาไม่ถึงวินาที
"เส้นสีแดงแปะด้วยสก๊อตเทปราคาถูกแบบนี้ คิดว่าจะกั้นอาณาเขตของ 'ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมอำพราง' อย่างคุณได้จริงๆ หรือครับ คุณรินรดา" คีรินก้าวเท้าข้ามเส้นสีแดงนั้นเข้ามาอย่างไร้ความเกรงกลัว ท่าทีสบายๆ ของเขาช่างตัดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบนี้เสียเหลือเกิน "อีกอย่าง รหัสเคาะประตูนั้น... ผมเป็นคนสอนคุณเองเมื่อสามปีก่อน ลืมไปแล้วหรือครับว่าใครกันแน่ที่เป็นคนต้นคิดแผนการเจาะระบบรอดูกล้องวงจรปิดในคืนนั้น"
รินรดากัดฟันกรอด หัวใจเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธและ... ความหวาดหวั่นที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากไร้ความรู้สึก รหัสเคาะประตูสามครั้งเว้นสองครั้งแล้วเคาะรัวอีกสี่ครั้ง นั่นคือลายเซ็นของธันวา... อดีตเพื่อนร่วมทีมไซเบอร์ที่หักหลังเธอจนต้องกลายเป็นผู้ต้องหลบหนี แล้วทำไมคีรินถึงรู้รหัสนี้? หรือว่าเขาคือคนคนเดียวกันกับธันวาที่ศัลยกรรมใบหน้ามา หรือว่าเขาสองคนกำลังร่วมมือกันเพื่อต้อนเธอให้จนมุม?
"หยุดพูดจาเพ้อเจ้อแล้วไสหัวออกไปจากเซฟเฮาส์ของฉันซะ คีริน!" รินรดาปรี่เข้าไปประชิดตัวเขา นิ้วเรียวชี้หน้าคนตัวสูงกว่าอย่างเอาเรื่อง "คุณบอกว่าจะมาคุยเรื่องคดี แต่สิ่งที่คุณทำตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาคือการก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว และพยายามรื้อฟื้นเรื่องบ้าๆ ที่ฉันอยากจะลืมมันไปให้หมด!"
คีรินไม่ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาหาเธอจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ ของเขาลอยเข้าปะทะนาสิกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธอย่างพินิจพิจารณา
"จำไว้ว่านี่ไม่ใช่เซฟเฮาส์ของคุณคนเดียว..." คีรินกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ชวนให้รู้สึกสั่นสะท้อนในอก "แต่ที่นี่คือสถานที่คุ้มพยานตามคำสั่งศาล และผมคือผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของคุณ... ภายใต้ 'กฎเหล็ก' หกข้อที่ผมเพิ่งร่างขึ้นเสร็จเมื่อห้านาทีก่อน"
ชีทกระดาษแผ่นหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า รินรดารangคว้ามันมาขยำขยี้ด้วยความหมั่นไส้แต่คีรินกลับดึงมันออกทันที พร้อมกับคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอ่านด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด
"กฎข้อที่หนึ่ง ห้ามปิดประตูล็อคห้องนอนยามวิกาล เพราะผมต้องมั่นใจว่าคุณไม่ได้แอบแฮกเข้าระบบของรัฐบาลตอนตีสาม"
"ฝันไปเถอะ!" รินรดาแทรกขึ้นเสียงแข็ง
"กฎข้อที่สอง พื้นที่ส่วนกลางคือเขตปลอดการซ่อนระเบิดและอุปกรณ์ดักฟังทุกชนิด หากผมเจอแฟลชไดรฟ์หรือไวรัสตัวไหนวางอยู่บนโซฟา ผมจะโยนมันทิ้งถังขยะหน้าตึกทันที"
"นั่นมันเครื่องมือทำมาหากินของฉันนะ!"
"และกฎข้อที่สาม..." คีรินเว้นจังหวะ สายตาคมกราบลงมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงไม่หยุด "ห้ามเข้าใกล้ผมในระยะประชิดเกินหนึ่งศอก ยกเว้นในกรณีฉุกเฉินที่ชีวิตของคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย... เหมือนอย่างเช่นตอนนี้"
รินรดาเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังแนบชิดติดกับอกแกร่งของเขา เพราะความที่เธอพยายามจะแย่งกระดาษกฎเหล็กบ้าๆ นั่นคืนมา วงแขนแข็งแรงของคีรินโอบประคองรอบเอวบางของเธอไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ปลายนิ้วอุ่นจัดสัมผัสโดนผิวเนื้อผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นแปลบไปทั่วร่างจนเธอต้องรีบดันอกเขาออกสุดแรง
"ปล่อยนะ! ไอ้สารเลวเจ้าระเบียบ!"
"หยาบคายจังนะครับ สำหรับผู้หญิงที่กำลังขอความช่วยเหลือจากผมอยู่ตอนนี้" คีรินยอมปล่อยมือแต่โดยดี แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากกลับยิ่งทำให้รินรดาอยากจะหาอะไรมาฟาดหน้าเขาให้สาสม "จำกฎพวกนี้ไว้ให้ดี เพราะเราจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันใต้ชายคาเดียวกันไปอีกอย่างน้อยสามเดือน... จนกว่าธันวาจะโผล่หัวออกมาจากรู"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะเมื่อชื่อของ 'ธันวา' ถูกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความมั่นใจที่เคยมีพังทลายลงทีละน้อย ภาพเหตุการณ์คืนไฟไหม้คลังสินค้าเมื่อสองปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว กลิ่นควันไฟ เสียงกรีดร้อง และรหัสลับที่ถูกเคาะเรียกหน้าประตูนั่น... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
"คุณรู้ได้ยังไงว่ารหัสเคาะประตูนั้นคือ..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงความหวาดระแวงที่ฉายชัดในแววตาคู่สวย
คีรินหุบยิ้ม ท่าทีสบายๆ เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทิ้งระยะห่างตามกฎข้อที่สามที่ตัวเองเพิ่งตั้งขึ้น
"เพราะผมเป็นคนเดียวที่รู้ว่าธันวาไม่ได้ตายในกองเพลิงนั้น..." คีรินหันมาสบตากับเธอตรงๆ แววตานั้นเต็มไปด้วยความลับดำมืดที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผย "และเขากำลังตามล่าคุณ... ไม่ใช่เพื่อแก้แค้น แต่เพื่อเอา 'บางสิ่ง' ที่คุณซ่อนไว้ในระบบคลาวด์ของผม"
รินรดานิ่งงัง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ชิ้นส่วนของปริศนาที่กระจัดกระจายเริ่มต่อเข้าหากันทีละชิ้น สรุปว่าคีรินไม่ได้เป็นแค่ตำรวจนอกราชการที่มารับจ้างคุ้ม
กันเธอธรรมดา แต่เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ลึกซึ้งกว่าที่เธอคิด และไอ้ท่าทางเจ้าระเบียบ น่ารำคาญทั้งหมดนั่น... เป็นเพียงฉากหน้าของเกมจิตวิทยาที่เขากำลังเล่นกับเธออยู่
ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากเค้นความจริงเพิ่มเติม เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น 'ตี๊ด... ตี๊ด...'
ทั้งคู่หันขวับไปมองหน้าจอพร้อมกัน หน้าจอสีดำมืดสนิทปรากฏตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงวิ่งเป็นรหัสโค้ดที่รินรดาจำได้ขึ้นใจ มันคือซิกเนเจอร์การเจาะระบบของธันวา และข้อความสั้นๆ ที่พิมพ์ทิ้งไว้ทำเอาเลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา
*< ยินดีต้อนรับสู่เกมรอบใหม่ครับ... น้องริน และคุณสารวัตรเก่า อย่าลืมล็อคประตูห้องนอนให้ดีคืนนี้นะครับ >*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง... ตามด้วยการเว้นจังหวะ และเคาะรัวอีกสี่ครั้งอย่างแม่นยำ ดังสนั่นมาจากหน้าห้องเซฟเฮาส์ชั้นสิบห้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
"ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ"
พยานปากร้ายกับนายนักสืบจอมเจ้าระเบียบ•ตอนที่ 2
กฎเหล็กในเซฟเฮาส์
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยานปากร้ายกับนายนักสืบจอมเจ้าระเบียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
