พยานปากร้ายกับนายนักสืบจอมเจ้าระเบียบ•ตอนที่ 1

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงกุญแจกระทบกันในรูกุญแจไม่ได้ดังขึ้นด้วยความนุ่มนวล มันถูกบิดกระชากด้วยแรงอารมณ์ที่มากพอจะทำให้เดือยล็อกด้านในพังทลาย หากรินรดาไม่ได้เปลี่ยนระบบกลอนประตูเป็นแบบดิจิทัลที่หนาแน่นถึงสามชั้น ป่านนี้ห้องสตูดิโอขนาดกลางของเธอกงการคงถูกพังราบคาบไปตั้งแต่นาทีแรกแล้ว หน้าจอคอมพิวเตอร์เจ็ดจอเรียงรายเป็นรูปตัวยูสะท้อนแสงสีฟ้าอมเขียวของโค้ดโปรแกรมที่กำลังวิ่งพล่าน หญิงสาวในชุดฮู้ดสีดำตัวโคร่งขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวบนคีย์บอร์ดกลไกหยุดชะงักลงกลางคัน ดวงตากลมโตคมกริบตวัดมองไปที่จอภาพวงจรปิดหน้าห้องทันที ภาพที่ปรากฏคือร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เนคไทถูกคลายปมออกเล็กน้อยอย่างคนอารมณ์เสีย แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือความนิ่งสนิทและใบหน้าเรียบตึงที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังพยายามอดกลั้นความหัวร้อนขั้นสุด *ติ๊ด... ติ๊ด... แกร็ก!* เสียงระบบล็อกประตูปลดล็อกดังขึ้นพร้อมกับการผลักบานประตูให้เปิดออกอย่างไร้มารยาท รินรดายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เกมing ergonomic ตัวโปรด เธอไม่ได้ลุกหนี ไม่ได้ตกใจจนหน้าซีด มีเพียงมุมปากข้างหนึ่งที่ยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยันให้กับความถือวิสาสะของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ "คุณเอาโค้ดผ่านระบบป้องกันของฉันมาได้ยังไง" รินรดาเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะทันได้อ้าปาก เสียงหวานใสแต่เจือไปด้วยความกระด้างบาดหู "หรือว่าแอบขโมยไพรเวทคีย์ของฉันตอนที่เราเจอกันที่สถานีตำรวจเมื่อสัปดาห์ก่อน... น่าไม่อายเอาเสียเลยนะ คีริน" คีรินก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความสะอาดของโคโลญจ์ราคาแพงเจือจางด้วยกลิ่นฝนจางๆ จากข้างนอก เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที ดวงตาคมกิบกวาดตามองไปรอบห้องที่รกเรื้อไปด้วยแก้วกาแฟเย็นที่วางระเกะระระกะ ขยะรีไซเคิล และสายไฟระโยงระยางราวกับรังหนูไฮเทค ก่อนที่สายตานั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเจ้าของห้อง "ผมไม่ได้ขโมย" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น "ผมแค่อนุญาตให้ตัวเองใช้ 'ทางสำรอง' ที่คุณจงใจทิ้งช่องโหว่ไว้เพื่อล่อให้ผมตามมาต่างหาก... รินรดา" ชายหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่ตัวโต๊ะกั้น รินรดาแหงนหน้าขึ้นมองเขา เธอยังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าในใจจะเริ่มรู้สึกระแคะระระคายถึงความสามารถของอดีตนายตำรวจคนนี้ที่ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด "ทางสำรองอะไร ฉันไม่ได้โง่ขนาด2024แล้วยังทิ้งแบ็คดอร์ไว้ให้ใครก็ไม่รู้เดินเข้ามาเหยียบห้องทำงานเล่นหรอกนะ" เธอกอดอกแน่น เสื้อฮู้ดตัวโคร่งขยับตามแรงเคลื่อนไหว "บอกเหตุผลมาก่อนที่คุณจะถูกฉันแจ้งข้อหาบุกรุก... ทำไมคุณถึงมายืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน" คีรินถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับเด็กหนุ่มกำลังเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นของเด็กสาว เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างที่ลดลงทำให้รินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดผสมความเย้ายวนแบบผู้ชายวัยทำงานพุ่งปะทะจมูกอย่างจังจนเธอต้องขยับตัวถอยหลังเล็กน้อย "ธันวาเคลื่อนไหวแล้ว" คีรินเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "และเป้าหมายต่อไปของมันไม่ใช่แค่การแฮกข้อมูลธนาคารหรือฟอกเงินกระจายความเสี่ยงธรรมดา... แต่มันกำลังจะเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลลับของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งในนั้นมีไฟล์คดีเก่าของคุณอยู่ด้วย" รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของแฮ็กเกอร์สาวแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาหรี่แคบลงอย่างระแวดระวัง แม้เธอจะพยายามซ่อนความไหววูบในแววตา แต่มีหรือที่นักสืบช่างสังเกตอย่างคีรินจะพลาดมันไป "ธันวา..." รินรดาทวนชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าลงไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะรีบปรับน้ำเสียงให้กลับมาแข็งกระด้างตามเดิม "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ ในเมื่อฉันกับมันเราทางใครทางมันมานานแล้ว ตั้งแต่วันที่มันเลือกจะหักหลังวงการใต้ดินวันนั้น" "มันเกี่ยวตรงที่ว่า ไอเดนติติของคุณกำลังจะถูกเปิดโปง และถ้าไฟล์นั้นหลุดไปถึงมือสื่อมวลชน คนแรกที่จะไม่ได้นอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ ในห้องนี้คือคุณ" คีรินพูดพลางยืดตัวตรงขึ้น สายตาคมปลาบมองสำรวจทุกปฏิกิริยาของเธอ "และทางเดียวที่คุณจะรอดจากการเป็นจำเลยสังคมหรืออาจจะติดคุกหัวโต คือการร่วมมือกับผม" "ช่วยงานคุณเนี่ยนะ?" รินรดาหัวเราะออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและไม่น่าฟังเอาเสียเลย "ฝันไปเถอะคีริน ฉันเป็นแฮ็กเกอร์สายดาร์กเว็บ ไม่ใช่ลูกน้องของคุณ และฉันก็เกลียดพวกตำรวจ... ต่อให้เป็นอดีตตำรวจที่ลาออกมาเปิดสำนักงานนักสืบเอกชนกระจอกๆ อย่างคุณ ก็ไม่มีวันเปลี่ยนความจริงข้อนี้ได้" บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์ดังหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของหญิงสาว คีรินไม่โกรธ เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความกดดันจากสายตาของเขาทำหน้าที่แทนคำพูด มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบแฟลชไดรฟ์สีดำด้านดีไซน์เรียบหรูออกมาวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานของเธอเบาๆ "นี่คือสำเนาข้อมูลที่ผมกู้มาจากเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกเผาทำลายของธันวาเมื่อคืน" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีด "มีลายเซ็นดิจิทัลของคุณฝังอยู่ทุกจุด... ถ้าคุณคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์และจัดการเรื่องนี้เองได้ ก็ลองเปิดไฟล์นี้แล้วแก้โค้ดบ้าๆ นั่นดูก่อนซิ รินรดา" รินรดามองแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทนั้นราวกับมันเป็นวัตถุระเบิดเวลา มือเรียวของเธอสั่นระริกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ความลับที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมา กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงสว่างโดยผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยท่าทีเจ้าระเบียบ เย็นชา และน่าหงุดหงิดเป็นที่สุด "คุณรังควานฉันทำไม..." เสียงของเธอแผ่วเบาลง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "คุณต้องการอะไรกันแน่ คีริน เงินเหรอ? หรือว่าชื่อเสียงในการปิดคดี?" คีรินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอีกครั้ง คราวนี้เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ ดวงตาคมกريบมองลึกเข้าไปในดวงตาสั่นไหวของเธอ "ผมไม่ได้ต้องการเงินและไม่ได้ต้องการชื่อเสียง..." คีรินกระซิบเสียงต่ำ ทุ้มนุ่ม แต่มันกลับสั่นประสาทเธอยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ "สิ่งที่ผมต้องการมีเพียงอย่างเดียว... คือการกระชากหน้ากากของคนที่พยายามทำลายชีวิตคุณ ออกมาให้แสงแดดมันแผดเผาเล่นเสียบ้าง" รินรดานิ่งงัง สมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะ เคมีบางอย่างระหว่างคนทั้งคู่พุ่งพล่านจนบรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งความโกรธ ความหวาดระแวง และความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกจนเธอแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากเถียงกลับเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักก็ดังขึ้น *ปิ๊บ!* พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโดยไม่มีที่มา **[WARNING: SYSTEM BREACHED - SOURCE: UNKNOWN]** รินรดาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันing ด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นโค้ดปริศนากำลังกัดกินระบบป้องกันของเธอทีละนิดอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ไม่ใช่ฝีมือของธันวา... แต่มันคือน้ำมือของใครบางคนที่น่ากลัวยิ่งกว่า คีรินขมวดคิ้วแน่น เขารีบก้าวอ้อมโต๊ะเข้ามาประชิดตัวเธอเพื่อมองหน้าจอ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุผ่านเนื้อผ้า ในจังหวะที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปกดปุ่มตัดระบบฉุกเฉิน มือหนาของคีรินก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่นเพื่อหยุดยั้ง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* มันไม่ใช่การเคาะประตูธรรมดา แต่มันคือจังหวะรหัสลับที่รินรดามีเพียงคนเดียวในโลกที่รู้ และคนคนนั้น... ควรจะตายไปในเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้าเมื่อสองปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือไง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยานปากร้ายกับนายนักสืบจอมเจ้าระเบียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%