กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 16

งานชุมนุมยุทธภพ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
ไอโลหิตคละคลุ้งลอยอวลอยู่เบื้องล่างโถงใหญ่แห่งเขาเมฆาคล้อย ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงกรีดร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ บรรยากาศภายในงานชุมนุมยุทธภพครั้งประวัติศาสตร์ถูกกดทับด้วยไอปราณสีนิลกาฬอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งแผ่พุ่งออกมาจากร่างของประมุขพรรคอธรรมโลหิตมาร ผู้ยืนตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางลานพิธีดั่งพญายมราชที่ก้าวออกมาจากขุมนรก "ฮ่าๆๆๆ... เหล่าสำนักคุณธรรมทั้งหลายที่ยกย่องตนเองว่าเป็นตัวแทนแห่งฟ้าดิน เหตุใดในยามนี้จึงได้เงียบงันปานเป่าสากเล่า?" เสียงหัวเราะก้องกังวานดุจอสุนีบาตฟาดผ่ากลางฤดูร้อน เสียงนั้นสั่นสะเทือนแก้วหูของเหล่าจอมยุทธ์นับพันให้แตกซ่าน ไอปراณกดดันมหาศาลทำให้ยอดฝีมือหลายคนถึงกับกระออกเลือดสดๆ ออกมาอย่างไร้ทางต่อสู้ หลิวเหยียนยืนนิ่งสงบอยู่ ณ มุมหนึ่งของลานหยกขาว ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่จับจ้องภาพเบื้องหน้าด้วยความเยือกเย็น แววตาของเขาสะท้อนประกายความแค้นในอดีตที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครา กระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักข้างกายสั่นระริกเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารที่กำลังเดือดพล่านภายในกายของผู้เป็นนาย "หลิวเหยียน เจ้ายังใจเย็นอยู่ได้เช่นนั้นหรือ?" เสียงกระซิบอันแผ่วเบาราวกับสายลมหนาวพัดผ่านเข้ามาในโสตประสาท มู่หรงเซวียน เจ้าสำนักเหมันต์นิรันดร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกในยุทธภพ ทว่าใบหน้างามล้ำกลับเรียบเฉยเย็นชา ไอปราณเหมันต์บริสุทธิ์รอบกายของนางช่วยบรรเทาแรงกดดันจากปราณโลหิตมารที่แผ่เข้ามาได้ไม่น้อย แต่ดวงตาคู่สวยกลับฉายแววระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด "ความใจร้อนไม่เคยช่วยให้ผู้ใดล้างแค้นสำเร็จ มู่หรงเซวียน..." หลิวเหยียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ดวงตาไม่ละไปจากร่างของประมุขพรรคอธรรม "ดูเบื้องหลังของมันซิ หมากเกมนี้หาได้มีเพียงพรรคโลหิตมารไม่" คำพูดของหลิวเหยียนทำให้มู่หรงเซวียนกวาดสายตาคมปลาบไปยังระเบียงทิศอุดร ที่ซึ่งเหล่าผู้อาวุโสจากสำนักใหญ่ฝ่ายคุณธรรมนั่งปักหลักอยู่ ทว่าใบหน้าของบุคคลเหล่านั้นกลับไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... รอยยิ้มอันเยือกเย็นและแววตาที่ซ่อนเร้นความโลภกลับปรากฏชัดเจนบนใบหน้าของเจ้าสำนักกระบี่ฟ้าคราม งานชุมนุมยุทธภพในครั้งนี้ แท้จริงแล้วมิใช่การประชุมเพื่อผดุงความยุติธรรมตามที่กล่าวอ้าง หากแต่เป็น "หลุมพราง" ครั้งใหญ่ที่ถูกขุดขึ้นเพื่อกวาดล้างสำนักที่ยังคงยึดมั่นในคุณธรรมแท้จริง ให้สยบยอมใต้เงาของอำนาจมืด "เจ้าสำนักมู่หรง... และเจ้าหนูหลิวเหยียน" เสียงแหบพร่าดุจเสียงเสียดสีของโลหะดังขึ้นจากประมุขพรรคอธรรมโลหิตมาร มันก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาหาคนทั้งสอง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนริมฝีปากที่อาบย้อมด้วยโลหิต "พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการมาเยือนในวันนี้ จะเป็นเพียงแค่การร่วมเป็นสักขีพยานในการรวมยุทธภพ?" "สวะก็คือสวะ ต่อให้พวกเจ้าใช้วิธีสกปรกสักเพียงใด ก็มิอาจเปลี่ยนความจริงที่ว่าพรรคอธรรมของพวกเจ้าเป็นได้แค่เงาใต้ฝ่าเท้า" หลิวเหยียนกล่าววาจาเชือดเฉือนโดยไม่สะท้านสะเทือน ร่างกายของเขาปลดปล่อยปราณกระบี่ไร้รูปแบบออกมาทีละน้อย จนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าว มู่หรงเซวียนมิได้เอ่ยวาจาใด แต่มือเรียวบางที่ถือกระบี่ธารน้ำแข็งเริ่มเรืองแสงสีฟ้าคราม อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก ดุจดั่งอาณาจักรเหมันต์ที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งให้ดับสูญในพริบตา ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด และศึกนองเลือดระหว่างสองขั้วอำนาจกำลังจะปะทุขึ้นอย่างไร้ทางเลี่ยงนั้นเอง... จู่ๆ ท้องฟ้าเบื้องบนก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องดุจฟ้าผ่าในหน้าแล้ง ไอปراณสีทองอร่ามพวยพุ่งทะลุเมฆหมอกลงมาปกคลุมลานพิธีทั้งหมด พร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับผู้สวมหน้ากากทองคำ ปรากฏกายขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง และคำพูดประโยคเดียวจากปากของผูมาใหม่ ก็ทำให้ลมหายใจของทุกคนในที่นั้นต้องสะดุดกึกลงทันที "เกมการแสดงงี่เง่านี้... สมควรยุติลงได้เสียที เพราะผู้ที่ถือสิทธิ์ตัดสินชะตากรรมของยุทธภพแห่งนี้ มิใช่พวกเจ้า... แต่อยู่ที่ข้าต่างหาก" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและไอปราณอันเหน็บหนาวนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%