กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 15

มิตรภาพท่ามกลางความเย็นชา

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"บังอาจนัก! มดปลวกไร้ค่ากล้าดึงดันขัดขวางราช decree แห่งหุบเขาสวรรค์กระนั้นหรือ!" เสียงคำรามของชายชราผู้ถือไม้เท้าหัวมังกรประดุจสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางจิตวิญญาณ แรงกดดันระดับขอบเขตบรรจบสวรรค์แผ่พุ่งออกมาจากร่างชราดั่งคลื่นยักษ์ซัดสาด ปราณสีทองอร่ามบดขยี้พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าจนแตกละเอียดเป็นผุยผง มู่หรงเซวียนกระอักโลหิตสีแดงฉานออกมาคำโต ร่างอรชรในชุดอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์เซถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาคู่คมที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีบัดนี้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด นางพยายามจะยกกระบี่เหมันต์ขึ้นตั้งรับ แต่กระดูกทั่วร่างกลับส่งเสียงลั่นกรอบราวกับจะแตกสลายภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ เปรี้ยง! เงาร่างของหลิวเหยียนพุ่งทะยานเข้ามาขวางเบื้องหน้าดั่งภูผาไร้รูป เขากำกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ไอปราณสีเทาหม่นระเบิดออกรอบกายเพื่อต้านทานแรงกดดันระดับมหาอำนาจ แม้ใบหน้าของเขาจะซีดเผือดและมีหยาดเหงื่อกาฬไหลรินตามกรอบหน้าคมคาย แต่ดวงตากลับเปล่งประกายด้วยความดุดันดั่งพญาอินทรีที่ไม่มีวันก้มหัวให้ผู้ใด "หุบเขาสวรรค์งั้นหรือ..." หิวเหยียนแค่นเสียงหัวسเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่แaームกล้า "ใช้อำนาจกดขี่ผู้อ่อนแอกว่า นี่คือวิถีแห่งเซียนที่พวกเจ้าภาคภูมิใจนักรึ ตาแก่หัวหงอก!" "สามหรัม!" ชายชราตวาดลั่น ไม้เท้าหัวมังกรในมือกระแทกพื้นศิลาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นปราณรูปมังกรทองคำคำรามก้องพุ่งเข้าใส่คนทั้งสองด้วยความเร็วราสายฟ้า หากปะทะเข้าตรงๆ แม้แต่ยอดฝีมือก็ต้องดับสูญในกระบวนท่าเดียว มู่หรงเซวียนเบิกตากว้าง นางรู้ดีว่าในสภาพที่พลังปราณถูกกดทับเช่นนี้ การรับการโจมตีนี้มีแต่ตายกับตาย ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง มือที่เย็นเฉียบของนางกลับถูกกอบกุมไว้ด้วยฝ่ามือที่หยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่นอย่างประหลาด "หลบไป..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มของหลิวเหยียนกระซิบข้างหูก่อนที่ร่างของเขาจะพลิกผันดั่งสายลมไร้ลักษณ์ พริบตาเดียว กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือของหลิวเหยียนก็สว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีเทาประกายเงิน มันไม่ใช่พลังปราณที่รุนแรง หากแต่เป็น 'ความว่างเปล่า' ที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง เคล็ดกระบี่ไร้ลักษณ์กระบวนท่าที่เก้า — 'คืนสู่ความว่าง' ถูกปลดปล่อยออกไป! ปราณมังกรทองคำที่พุ่งเข้ามาปะทะกับรัศมีกระบี่ของเขาพลันหยุดชะงัก ราวกับถูกกาลเวลาแช่แข็งไว้ ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองโปรยปรายลงมาดั่งหิมะโปรย ชายชราผู้ถือไม้เท้าหัวมังกรหรี่ตาลงอย่างตกใจระคนหวาดระแวง เขาไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกัน จะสามารถสลายกระบวนท่าอันทรงพลังของตนได้ด้วยวิชากระบี่ที่ไร้ร่องรอยเช่นนี้ "เจ้า..." ชายชราเค้นเสียงลอดไรฟัน "เป็นลูกหลานจากสำนักมารแห่งใดกัน ถึงได้มีวิชาวิปริตตบะกล้าเช่นนี้" บรรยากาศภายในโถงกว้างเงียบสงัดลงทันMต ไอปราณรอบด้านยังคงกดดันจนหายใจแทบไม่ออก มู่หรงเซวียนยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของหลิวเหยียน นางมองดูรอยแผลฉีกขาดที่หัวไหล่ของชายหนุ่มซึ่งมีโลหิตซึมออกมาอาบย้อมชุดคลุมสีดำ ความรู้สึกบางอย่างที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนตลอดชีวิตการบำเพ็ญเพียรนับร้อยปี—ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และห่วงหา—กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในส่วนลึกของหัวใจที่เคยหนתเหน็บดั่งน้ำแข็ง "เขาไม่ใช่คนของสำนักมาร..." มู่หรงเซวียนก้าวออกมาเคียงข้างหลิวเหยียน นางเชิดหน้าขึ้นอย่างสูงส่ง แม้ลมหายใจจะยังไม่สม่ำเสมอ แต่น้ำเสียงกลับเยือกเย็นและทรงอำนาจดั่งเจ้าสำนักผู้ไม่ก้มหัวให้ผู้ใด "และถ้าพวกเจ้ายังกล้าก้าวล่วงเข้ามาในเขตอาคมของสำนักเหมันต์นิรันดร์แม้แต่ก้าวเดียว ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้า... มู่หรงเซวียน ก็จะลากพวกเจ้าลงนรกไป10คน!" คำพูดของนางหนักแน่นดั่งประกาศิต ชายชราและเหล่าผู้ติดตามชุดทองมองหน้ากันอย่างลังเล ความแข็งแกร่งของมู่หรงเซวียนประกอบกับกระบี่ประหลาดของหลิวเหยียน ทำให้การกวาดล้างในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่กำลังถึงขีดสุด หลิวเหยียนกลับไม่ได้มองไปยังกลุ่มผู้มาเยือน เขากลับเหลือบมองสตรีข้างกายด้วยหางตา แววตาของเขามีทั้งความระคนแปลกใจและความซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้ง "เจ้า... ทำไมต้องเอาตัวเข้าแลกด้วยเล่า?" หลิวเหยียนเอמהถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "ข้าเป็นแค่นักสู้เร่ร่อน หากเจ้าปล่อยให้ข้าตายที่นี่ ปัญหาย่อมหมดไปครึ่งหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือ" มู่หรงเซวียนหันมามองเขา ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ภายในแววตาคู่สวยนั้นมีความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง นางเม้มริมฝีปากบางเบา ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามนิสัย แต่กลับซ่อนความสั่นไหวเอาไว้ไม่ได้ "ข้า... ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร โดยเฉพาะกับคนรั้นอย่างเจ้า" นางกล่าวเบี่ยงเบนความสนใจ "อีกอย่าง ภาระหน้าที่ในการปกป้องสำนักและวิถีเซียน เป็นของข้า เจ้าเป็นเพียงแขกผู้มาเยือน ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่" "ภาระหน้าที่งั้นรึ..." หลิวเหยียนทวนคำพูดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่ทอประกายแห่งความเศร้าสร้อยและมุ่งมั่นในเวลาเดียวกัน "สำนัก ความแค้น หน้าที่... สิ่งเหล่านี้คือกรงขังที่ล่ามพวกเราเอาไว้สินะ เซวียนเอ๋อร์... บางครั้ง ข้าก็อยากจะพาเจ้าหนีไปให้พ้นจากโลกที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงนี้เสียจริง" คำว่า 'เซวียนเอ๋อร์' ที่หลุดออกมาจากปากของเขา ทำให้ร่างของมู่หรงเซวียนสะท้านเฮือก หัวใจที่เต้นช้ามาตลอดร้อยปีพลันกระหน่ำรัวราวกองศึก นางอดยกมือขึ้นจับหน้าอกข้างซ้ายของตนเองไม่ได้ ใบหน้าขาวเนียนเริ่มมีริ้วความแดงระเรื่อปรากฏขึ้นจางๆ แม้แต่วิชาธารน้ำแข็งพิฆาตที่หล่อเลี้ยงร่างกายก็พลันปั่นป่วนเพราะความรู้สึกที่เอ่อล้นเกินควบคุม "เจ้า... สามหรัมสิ้นดี! ใครอนุญาตให้เจ้าเรียกข้าเช่นนั้นกัน!" นางเอ็ดตะโรเบาๆ พยายามรักษาท่าทีเย็นชา ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงก่ำกลับทรยศคำพูดของนางอย่างสิ้นเชิง หลิวเหยียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ บรรยากาศรอบตัวที่ควรจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายกลับเจือจางลงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อบอุ่นและงดงาม ทว่า ช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายนั้นช่างแสนสั้นนัก ครืนนน! จู่ๆ ท้องฟ้าเหนือหุบเขาที่เคยกระจ่างใสก็พลันมืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ สายฟ้าสีม่วงเข้มแลบแปลบปลาบผ่าลงมาที่ยอดเขาตรงหน้าเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าตอนของชายชราหลายร้อยเท่าแผ่ซ่านลงมาจนทุกคนต้องคุกเข่าลงกับพื้น ชายชราผู้ถือไม้เท้าหัวมังกรเปลี่ยนสีหน้าอย่างรุนแรง เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "นั่นมัน... ทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า! ใคร... ใครกำลังจะทะลวงผ่านขอบเขตเซียนแท้จริงกัน?!" หลิวเหยียนและมู่หรงเซวียนต่างเงยหน้าขึ้นมอง ทันใดนั้น เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์อีกสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางสายฟ้าฟาด ร่างนั้นถือกระบี่น้ำแข็งโบราณที่แผ่ไอเย็นยะเยือกปกคลุมไปทั่วทั้งรัศมีหมื่นลี้ และเมื่อใบหน้าของบุคคลผู้นั้นหันกลับมามองพวกเขาทั้งสอง หลิวเหยียนก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจถึงขีดสุด เพราะนางคือ... บุคคลที่เขาตามหามาตลอดชีวิตผู้ซึ่งกุมความลับทั้งหมดเกี่ยวกับการล้างตระกูลของเขาไว้! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและไอปราณอันหนทเหน็บนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%