กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 12

ความลวงในพงไพร

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไอหมอกเหมันต์ในพงไพรทมิฬ เบื้องหน้าของหลิวเหยียนมิใช่สหายร่วมทางที่เขาคุ้นเคย หากแต่เป็นเงาร่างบอบบางของมู่หรงเซวียนที่สะท้อนผ่านม่านน้ำตาเทียม ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นจากค่ายกลภาพลวงตาอันลึกล้ำ "เจ้าสำนักมู่... เหตุใดแววตาของท่านจึงเต็มไปด้วยจิตสังหารเช่นนั้น?" หิวเหยียนเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าภายในกลับปั่นป่วนดั่งพายุคลั่ง ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อศัตรูรอบกาย แต่เป็นเพราะความลังเลที่เสียดแทงขั้วหัวใจ เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏภาพมู่หรงเซวียนกำลังใช้กระบี่น้ำแข็งแทงทะลุร่างของอาจารย์ผู้ล่วงลับของเขา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในมิติแห่งภาพลวงตานี้ ทุกความทรงจำอันเจ็บปวด ถูกหยิบยกขึ้นมาบิดเบือนเพื่อกัดเซาะศรัทธาและความไว้เนื้อเชื่อใจที่ทั้งสองเพิ่งร่วมฝ่าฟันมาด้วยกัน "หลิวเหยียน... เจ้าคิดว่าบุรุษเช่นเจ้า สมควรได้รับความจริงใจจากข้าจริงหรือ?" เสียงของมู่หรงเซวียนที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท ช่างเยียบเย็นและบาดลึกเสียยิ่งกว่าคมกระบี่ธารา นางยืนอยู่บนยอดผาน้ำแข็งเบื้องบน ร่างระหงห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับเกล็ดน้ำแข็งระยับ แต่วาจาที่พ่นออกมากลับคมกริบดุจใบมีดโกน "ตระกูลหลิวของเจ้าล่มสลายเพราะเหตุใด เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจ... ข้าต่างหากคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกวาดล้างครั้งนั้น เพื่อแย่งชิงคัมภีร์กระบี่ไร้ลักษณ์!" ดวงตาของหลิวเหยียนหรี่ลงเล็กน้อย ลมปราณหมุนวนรอบกายจนเกิดเสียงหวีดหวิว ร่างกายของเขาสัมผัสได้ถึงไอพิษแห่งความสงสัยที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรปราณทีละน้อย นี่คือค่ายกล "จิตมารสะท้อนเงา" ค่ายกลโบราณที่มิได้ใช้พลังทำลายล้างร่างกาย แต่มันมุ่งหมายทำลายสายใยแห่งความไว้วางใจให้ขาดสะบั้นลงจากภายใน เขารู้ดีด้วยสัจธรรมแห่งวิถียุทธ ว่าสตรีเบื้องหน้ามิใช่ตัวจริง มู่หรงเซวียนผู้เย็นชาดั่งหินผาแต่องอาจและมั่นคงในวิถีเซียน ย่อมไม่มีทางเอ่ยวาจาตื้นเขินและเต็มไปด้วยความโลภเช่นนี้ออกมาได้ ทว่า... ภาพที่ปรากฏ ประกายแสงกระบี่ และรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น ช่างสมจริงเสียจนหัวใจของยอดฝีมือผู้ผ่านศึกมาโชกโชนยังต้องกระตุกวูบ "หากเจ้าคือตัวปลอม..." หลิวเหยียนพึมพำกับตนเอง แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองทะลุผ่านความมืดมิดของพงไพร "...เช่นนั้น ข้าก็จักใช้กระบี่ในมือนี้ พิสูจน์ให้สวรรค์เห็นว่า ภาพมายาของพวกมัน ช่างไร้ค่าเพียงใด!" เขากวาดกระบี่ไร้ลักษณ์ออกไปเป็นวงกว้าง คลื่นพลังปราณไร้รูปแผ่พุ่งออกไปตัดผ่านต้นไม้ใบหญ้าจนขาดสะบั้น ทว่าภาพของมู่หรงเซวียนกลับสลายกลายเป็นหมอกควันสีขาว แล้วก่อรูปขึ้นใหม่ในจุดอื่น ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วป่าทึบ ในขณะเดียวกัน ที่ห้วงมิติอีกด้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงร้อย丈 มู่หรงเซวียนตัวจริงกำลังเผชิญหน้ากับภาพมายาที่เลวร้ายไม่แพ้กัน นางเห็นหลิวเหยียนกำลังเงื้อกระบี่หมายสังหารนางด้วยความแค้นเคือง แววตาของเขาในภาพลวงตานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและรังเกียจเดียดฉันท์ "หลิวเหยียน... เจ้าผู้ไร้สัจจะ" มู่หรงเซวียนกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ไอปراณเหมันต์รอบกายแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นกราวรูด นางรู้ว่านี่คือกลอุบายของศัตรูในเงามืดที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อแยกพวกเขาทั้งสองออกจากกันให้ตกหลุมพรางทีละคน ทว่าหัวใจที่เคยด้านชาราวกับน้ำแข็งนับพันปี กลับรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อเห็นภาพชายหนุ่มหันคมกระบี่เข้าหา ความเงียบงันในพงไพรเริ่มถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามต่ำของสัตว์อสูรวิญญาณที่ถูกดึงดูดเข้ามาด้วยไอพลังที่ปั่นป่วน ทั้งสองต่างติดอยู่ในค่ายกลภาพลวงตาที่ซ้อนทับกัน ดุจเขาวงกตแห่งจิตใจที่หากก้าวเดินผิดเพียงก้าวเดียว วิญญาณจะแตกสลายและหลง หลิวเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึกว่าเดิมเพื่อควบคุมจิตใจให้สงบนิ่ง เขากลืนกินความเจ็บปวดจากอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลับตาลง ปล่อยให้ประสาทสัมผัสทางจิตวิญญาณทำหน้าที่แทนดวงตาที่อาจถูกหลอกลวงได้ "วิชาธารน้ำแข็งพิฆาต... หึ หากเจ้าเป็นตัวจริง จงแสดงความหนาวเหน็บที่แท้จริงออกมา มิใช่เพียงแค่ภาพมายาอันน่าสมเพชเช่นนี้!" สิ้นเสียงคำราม หลิวเหยียนตวัดกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ยอดไม้ ร่างของเขาพลิ้วไหวดุจสายลมไร้เงา ทะลวงผ่านหมอกควันหนาทึบที่ปกคลุมด้วยอักขระเวทมืดมน เป้าหมายของเขาคือการหาจุดศูนย์กลางของค่ายกล เพื่อทำลายมันให้สิ้นซากในคราเดียว ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่ของเขากำลังจะฟันลงยังศิลาศารทูลใจกลางค่ายกล เงาร่างหนึ่งก็พุ่งวาบออกมาจากม่านหมอก พร้อมกับกระบี่น้ำแข็งที่สะท้อนแสงจันทร์วาวโรจน์ พุ่งตรงเข้าเสียบทะลุกรอบอกของเขาอย่างแม่นยำไร้ที่ติ! เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลน หลิวเหยียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อบุคคลที่ถือกระบี่เล่มนั้น... มิใช่ภาพมายา แต่เป็นมู่หรงเซวียนที่ยืนหอบหายใจอย่างสะท้านสะเทือน แววตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและน้ำตาที่คลอหน่วย ขณะที่กระบี่ในมือของนางสั่นสะท้านด้วยแรงปะทะ "หลิว... เหยียน...?" เสียงอันสั่นเครือของนางเอ่ยออกมาเบาหวิว ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสลมปราณและคมกระบี่นี้ไปกับ "เพลิงโอสถสวรรค์" นะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%