กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 13

ก้าวสู่ระดับเซียน

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
หอคอยศิลาจารึกสวรรค์สั่นสะเทือนจนละอองน้ำแข็งร่วงหล่นราวกับเกล็ดหิมะยามเหมันต์เยือน แรงกดดันจากลมปราณระดับเซียนแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบกายคล้ายกลายเป็นแผ่นเหล็กหนาทึบ "เจ้ายังดึงดันที่จะใช้วิถีมารฝืนหลอมรวมปราณอัคคีโลหิตกับความเยือกแข็งนี้อีกหรือ... หลิวเหยียน เจ้าบ้าไปแล้ว!" เสียงของมู่หรงเซวียนดังขึ้น ทว่าไร้ซึ่งความเย็นชาดั่งเช่นวันวาน มีเพียงความตื่นตระหนกและห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าอันงดงามล่มเมือง นางจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าที่ทั่วร่างอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีชาด แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ไร้ลักษณ์ที่พร้อมจะแหวกฟ้าดิน "หากข้าไม่บ้า... แล้วเราทั้งคู่จะก้าวข้ามผ่านค่ายกลเก้าชั้นฟ้าเพื่อไปชำระหนี้เลือดที่ตระกูลหลิวได้อย่างไรเล่า, เซวียนเอ๋อร์" หลิวเหยียนแย้มยิ้ม แม้ริมฝีปากจะมีคราบโลหิตไหลซึม เขากุมมือเรียวบางของนางไว้แน่น ไอความร้อนจากตบะปราณมังกรเพลิงในร่างของเขาหลอมรวมเข้ากับไอปราณเหมันต์นิรันดร์ของนางอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องจากห้วงมิติเบื้องบน นี่คือบททดสอบขั้นต้นของวิชาประสาน "หยินหยางกระบี่ไร้ลักษณ์" วิชาลับที่แม้แต่บรรพชนในอดีตยังไม่เคยมีผู้ใดฝึกสำเร็จจนถึงขั้นนี้ ปราณอัคคีที่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงสุริยันปะทะเข้ากับปราณน้ำแข็งที่หน็บหนาวเสียดกระดูก ทั้งสองขั้วพลังกัดเซาะและหลอมรวมกันในจุดตันเถียนของทั้งคู่ สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวราดรดลงบนเส้นชีพจรราวกับถูกพันด้วยเข็มนับหมื่นเล่ม มู่หรงเซวียนสะท้านเฮือก นางรู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของหลิวเหยียนกำลังผันผวนอย่างรุนแรง หากนางถอนตัวตอนนี้ นางจะรอดพ้นจากภัยพิบัติ แต่หลิวเหยียนจะต้องธาตุไฟเข้าแทรกและดับสูญในพริบตาเดียว แต่หากนางดึงดันประสานพลังต่อไป ความผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียวอาจทำให้ดวงจิตของทั้งคู่แตกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว "จับมือข้าไว้ให้แน่น... อย่าได้ปล่อยเด็ดขาด" นางกล่าวเสียงสั่น พลังวัตรทั่วร่างถูกปลดปล่อยออกมาจนสุดขีด ไอสีขาวบริสุทธิ์ปกคลุมร่างของทั้งสองคนไว้ราวกับเกราะแก้ว หลิวเหยียนพยักหน้ารับ แววตาของเขาฉายประกายเด็ดเดี่ยว เขาโคจรเคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ ทะลวงจุดชีพจรสำคัญทั่วร่าง กระบี่ในจิตวิญญาณส่งเสียงกังวานก้องสะท้านไปถึงสวรรค์ชั้นเก้า ปราณกระบี่ไร้รูปไร้ร่างแต่กลับคมกล้าจนสามารถตัดขาดความมืดมิดรอบกายได้เป็นเสี่ยงๆ ตูม! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ค่ายกลรอบด้านแตกละเอียดเป็นผุยผง ละอองปราณสีทองและสีฟ้าครามหลอมรวมกันเป็นเกลียวคลื่นหมุนวนพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา แหวกเมฆหมอกหนาทึบจนปรากฏเป็นช่องว่างที่แสงดาวสาดส่องลงมาอาบร่างของทั้งสอง พวกเขาก้าวผ่านขีดจำกัดแล้ว! บททดสอบขั้นต้นของวิชาประสานบรรลุผลสำเร็จอย่างงดงาม ไอความเย็นและไอร้อนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว หมุนวนอยู่ในร่างราวกับมังกรและหงส์ที่กำลังเริงระำบำบนฟากฟ้า ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบควรจะมาเยือน หลิวเหยียนกลับขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณนักฆ่าที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนกรีดร้องเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง ณ เบื้องหน้าช่องว่างของมิติที่พวกเขาเพิ่งแหวกเปิดออก มันคือเงาร่างที่สวมหน้ากากอนธการ ไร้ซึ่งลมหายใจ ทว่ากลับถือครองกระบี่ที่อาบไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่แท้จริง "ไม่นึกเลยว่า... มดปลวกสองตัวนี้จะสามารถประสานวิชาเซียนมารสำเร็จจนเปิดประตูมิติได้จริงๆ น่าสนใจ เสียดายที่พวกเจ้า... ไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกต่อไปแล้ว" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงกะโหลกกระทบกันดังขึ้น พร้อมกับคมกระบี่สีดำสนิทที่พุ่งแทงทะลวงผ่านความว่างเปล่า ตรงเข้าปลิดชีพหลิวเหยียนและมู่หรงเซวียนในดาบเดียว! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมส่งกำลังใจให้ตัวละครฝ่าฟันอุปสรรคมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%