กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 11

บาดแผลที่ใจ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาจนเกิดเสียงดังเฉกเช่นก้อนเหล็กหนักอึ้ง ทุกหยดที่หลั่งรินคือน้ำหนักแห่งความตายที่กำลังคืบคลานเข้าสู่หัวใจของหลิวเหยียน พิษโลหิตเหมันต์ย้อนกลับเข้าสู่จุดชีพจรหลัก บาดแผลฉกรรจ์จากการปะทะกับผู้อาวุโสพรรคอสูรโลหิตเมื่อคืนก่อนกำลังกัดกินเส้นเอ็นและกระดูกของเขาอย่างช้าๆ ร่างของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์บัดนี้เต็มไปด้วยเหงื่อกาฬเย็นเยียบ ริมฝีปากเขียวชอุ่มด้วยพิษร้าย ดวงตาทอประกายดุดันแต่เลื่อนลอย “เจ้าโง่... หากเจ้ายังฝืนโคจรลมปราณเช่นนี้ อีกไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ชีพจรหัวใจของเจ้าจะแตกสลายเป็นจุล” เสียงเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว มู่หรงเซวียน เจ้าสำนักเหมันต์นิรันดร์ผู้สง่างามและหยิ่งทะนง บัดนี้แววตาคู่คมกลับปรากฏรอยคลื่นความกังวลไหวระริก นางมองบุรุษผู้เคยใช้กระบี่เดียวทะลวงค่ายกลหมื่นอสูรด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำ “เรื่องนั้น... หาใช่ธุระ... ของเจ้าไม่...” หลิวเหยียนเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวดแต่กระดูกสันหลังยังคงตั้งตรงไม่ยอมก้มหัวให้ความตาย แม้ในยามที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินสติสัมปชัญญะ ความแค้นเรื่องตระกูลที่ถูกทำลายยังคงแผดเผาอยู่ในอก “หุบปากเสีย!” มู่หรงเซวียนตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยฉายแววดุดันแต่นัยน์ตากลับสั่นไหว นางยื่นมือเรียวบางดั่งหยกขาวออกไปกดลงบนจุดชีพจร “ร้อยวิถีเหมันต์” กลางหลังของหลิวเหยียนทันที วิชาธารน้ำแข็งพิฆาตอันเป็นแก่นแท้แห่งสำนักเหมันต์นิรันดร์ถูกแผ่ซ่านออกมา ไอปราณสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งราวกับมังกรวารีห่อหุ้มร่างของทั้งสองไว้ ทว่า นี่ไม่ใช่การโจมตี แต่มันคือการ “ถ่ายทอด” และ “ดูดซับ” พิษร้ายเข้าสู่ร่างของนางเอง! “เจ้าทำบ้าอะไร มู่หรงเซวียน!” หลิวเหยียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจยามเมื่อรับรู้ถึงกระแสพลังอันบริสุทธิ์ที่ไหลทะลักเข้ามาทดแทนลมปราณที่เหือดแห้งของตน ขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ว่าพิษโลหิตเหมันต์ในร่างกายของตนกำลังถูกดึงดูดไปยังร่างของหญิงสาว “ข้ากำลังช่วยชีวิตคนโง่เง่าคนหนึ่ง... อย่าขัดขืน มิฉะนั้นเราจะตายด้วยกันทั้งคู่!” เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผมของมู่หรงเซวียน ใบหน้าอันงดงามที่เคยเยียบเย็นดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ บัดนี้กลับซีดเผือดลงทีละน้อย ไอปราณเย็นเยียบที่เคยควบคุมได้ดั่งใจเริ่มปั่นป่วนเมื่อพิษโลหิตอันชั่วร้ายแทรกซึมเข้าสู่จุดตันเถียนของนาง การแลกเปลี่ยนพลังปราณเช่นนี้คือการกระทำที่ฝืนกฎแห่งฟ้าดิน ยิ่งนางเป็นถึงเจ้าสำนักเหมันต์ การรับพิษอสูรโลหิตเข้ามาเทียบเท่ากับการเอาภูเขาน้ำแข็งทั้งลูกมาสลายด้วยไฟบรรลัยกัลป์ บรรยากาศภายในถ้ำศิลาเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัว แสงเรืองรองจากอักขระปราณสาดส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ หลิวเหยียนมองสตรีตรงหน้าผู้กำลังยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อต่อลมหายใจให้แก่เขา ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้ความแค้นนับแรมปีค่อยๆ พังทลายลง “ทำไม... ข้าเป็นเพียงคนจรผู้มีแต่ศัตรูคู่อฆาต เหตุใดเจ้าต้องเอาอนาคตและวิชาบำเพ็ญเพียรนับร้อยปีมาเสี่ยงกับข้า” หลิวเหยียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งทระนงถูกหลอมละลายด้วยหยาดเหงื่อและไออุ่นที่นางถ่ายทอดให้ มู่หรงเซวียนหลับตาลงชั่วขณะ ปราณสีขาวรอบกายวูบไหวรุนแรง นางกัดริมฝีปากจนมีโลหิตสีแดงสดไหลซึมตัดกับผิวขาวดั่งหิมะ ก่อนจะลืมตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “เพราะในยุทธภพอันกว้างใหญ่นี้... มีเพียงเจ้าคนเดียว ที่มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของข้า มิใช่ฐานะเจ้าสำนักเหมันต์ผู้สูงส่ง” คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าดังก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของหลิวเหยียนราวกับเสียงระฆังแห่งสัจธรรม กระบี่ไร้ลักษณ์ในห้วงสำนึกของเขาพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังปราณที่เคยปั่นป่วนกลับสงบนิ่งและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพลังของมู่หรงเซวียนอย่างน่าประหลาด ทว่า ในวินาทีที่การถ่ายทอดพลังปราณใกล้บรรลุจุดสูงสุด ผนังศิลาเบื้องหน้าก็ระเบิดออกเป็นจุล! เศษหินนับร้อยชิ้นพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างลั่นกรอบ เงาร่างสีดำสนิทสามร่างพุ่งทะยานเข้ามาท่ามกลางฝุ่นตลบ ผู้นำกลุ่มสวมหน้ากากรูปอสูรโลหิตและถือกระบี่โลหิตส่งเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวาน “ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง เจ้าสำนักเหมันต์ผู้สูงส่ง ยอมสละตบะร้อยปีเพื่อไอ้สวะตระกูลหลิวผู้นี้ วันนี้สำนักเหมันต์นิรันดร์คงไร้ซึ่งผู้นำแล้วกระมัง!” มู่หรงเซวียนสำลักโลหิตออกมาคำใหญ่ ร่างของนางทรุดฮวบลงอิงแอบกับอกของหลิวเหยียน พลังปราณในร่างตอนนี้เหือดแห้งจนแทบไม่เหลือแม้แต่แรงจะยกกระบี่ หลิวเหยียนค่อยๆ ประคองร่างอันบอบบางของสตรีผู้ยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตเพื่อตนขึ้นมาช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้บาดแผลยังคงสร้างความเจ็บปวด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับประกายแสงคมกริบยิ่งกว่าคมกระบี่ใดๆ ในใต้หล้า นิ้วเรียวยาวสะบัดออกเบาๆ กระบี่ไร้ลักษณ์ที่ไร้รูปร่าง ไร้ขอบเขต ปรากฏขึ้นในมือจากความว่างเปล่า ท่ามกลางจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนอากาศรอบกายแข็งค้าง ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสลมปราณและคมกระบี่นี้ไปกับ "เพลิงโอสถสวรรค์" นะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%