กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 10

ไอสังหารจากเงามืด

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
หยดเลือดสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ กระทบลงบนพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงดังกังวานราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย ภายในโรงเตี๊ยมร้างกลางหุบเขาหมันฮวา ยามนี้ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างแผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยไอปราณอันเย็นเยียบของหลิวเหยียน สายตาของเขายังคงจดจ้องไปยังความมืดเบื้องหน้า—ความมืดที่ไม่ได้ว่างเปล่า หากแต่กำลังสั่นไหวราวกับมีชีวิต "ซ่อนตัวอยู่หลังเงาจันทรามาตลอดทาง ฝีมือการสะกดรอยของพวกเจ้าถือว่าไม่เลว..." หิวเหยียนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่กว้างของเขาขยับเพียงเล็กน้อยในยามที่ลมปราณในตันTianหมุนวนดุจกระแสน้ำวน "แต่ก็น่าเสียดาย ที่พวกเจ้าประเมิน 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ต่ำเกินไป" ฟึบ! เงาดำสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ประกายแสงสีเขียวมรกตจากกริชอาบยาพิษพุ่งตรงมายังจุดตายบริเวณลำคอของหลิวเหยียนอย่างไร้ความปรานี ทว่าร่างของเขากลับเลือนหายไปจากจุดเดิมในพริบตา ทิ้งไว้เพียงภาพติดตาที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองปราณสีขาว วิชา 'ก้าวมายาไร้เงา'! "ระวังตัว!" เสียงทุ้มต่ำตื่นตระหนกดังขึ้นจากมุมมืดทางทิศตะวันตก มือสังหารในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกระบี่เหล็กกล้าที่สะท้อนแสงจันทร์ มันฟันเข้าใส่ความว่างเปล่าด้านหลังอย่างสัญชาตญาณ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง คมกระบี่ไร้ลักษณ์ของหลิวเหยียนก็ปรากฏขึ้นอย่างไร้ที่มา ปะทะเข้ากับกระบี่ของมือสังหารจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วห้องโถง เปรี้ยง! แรงปะทะอันมหาศาลทำให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ มือสังหารลึกลับผู้นั้นเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันสัมผัสได้ถึงพลังปราณอันดุดันและเยือกเย็นที่แฝงมากับคมกระบี่ พลังที่พร้อมจะแผดเผาและแช่แข็งวิญญาณของมันให้แตกสลายไปพร้อมกัน "เจ้า... เป็นใครกันแน่?" มือสังหารเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก หลิวเหยียนไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบทอประกายเย็นเยียบดุจดั่งน้ำแข็งพันปี เขายกย่องขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันและอำมหิตในคราเดียวกัน "พวกเจ้าส่งคนมาตอดเล็กตอดน้อยข้ามาสามวันสามคืนแล้ว จุดประสงค์คงไม่ใช่แค่มาทักทายกระมัง? ว่าอย่างไร... ผู้อาวุธแห่งสำนักใดเป็นผู้ส่งพวกเจ้ามา เพื่อกระบี่ในตำนานเล่มนี้ หรือเพื่อชำระหนี้เลือดเมื่อสิบปีก่อนกันแน่?" บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมพลันกดดันหนักหน่วงขึ้นเป็นทวีคูณ ไอปราณรอบตัวหลิวเหยียนแปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ มันคือร่องรอยของการบรรลุตบะขั้นสูงที่แม้แต่ยอดฝีมือแห่งยุคยังต้องหวาดผวา ในขณะเดียวกัน ที่ศาลาแปดเหลี่ยมห่างออกไปสามลี้ มู่หรงเซวียนยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางสายลมราตรี ชายชุดขาวของนางโบกสะบัดตามแรงลม มือเรียวดั่งหยกขาวประคองขลุ่ยหยกไว้แนบอก สายตาคู่คมกริบแต่ไร้ความรู้สึกของนางทอดมองไปยังทิศทางของโรงเตี๊ยมร้างด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง "หลิวเหยียน... เจ้ากำลังดึงดูดหมาป่าเข้ามารุมทึ้งมากขึ้นทุกที" นางพึมพำกับตนเอง เสียงของนางเย็นชดยิ่งกว่าสายลมหนาวรอบกาย แต่ลึกๆ ในแววตากลับฉายแววความกังวลที่แม้แต่นางเองก็ไม่กลายยอมรับ นางก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างบางพลันหายวับไปกับสายหมอก ทว่าก่อนที่นางจะทันได้ขยับเข้าใกล้เขตอาคมของโรงเตี๊ยม ฟ้าเบื้องบนกลับคำรามลั่นด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหว เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับมีผู้ใดกำลังฝืนลิขิตสวรรค์ ณ ใจกลางโรงเตี๊ยม หลิวเหยียนยังคงเผชิญหน้ากับมือสังหารนับสิบคนที่พากันกระโจนออกมาจากเงาดำ ทว่าในจังหวะที่คมกระบี่ของเขากำลังจะหวาดผ่าร่างของหัวหน้ามือสังหาร ประตูไม้เก่าแก่ของโรงเตี๊ยมก็ถูกซัดจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงด้วยแรงปราณอันทรงพลังที่เหนือล้ำกว่าผู้ใด ร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ "ฮ่าๆๆ... สมคำร่ำลือจริงๆ จอมยุทธ์หลิว กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือเจ้านี่ช่างน่าสนใจยิ่งนัก... เกรงว่าวันนี้ ต่อให้เจ้ามีปีก ก็คงยากที่จะบินหนี 'เงาโลหิตสวรรค์' ไปได้!" หลิวเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากผู้มาใหม่... มันคือยอดฝีมือในตำนานที่หายสาบสูญไปจากยุทธภพมากว่าสามสิบปี! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสลมปราณและคมกระบี่นี้ไปกับ "เพลิงโอสถสวรรค์" นะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%