โลหิตสีแดงเข้มหนึ่งหยดหยดลงบนแผ่นน้ำแข็งใสราวกระจก สะท้อนเงาประกายแสงสีเงินยวงของกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือหลิวเหยียน มันไม่ใช่โลหิตของเขา แต่เป็นหยดเลือดที่ไหลรินจากรอยแผลบริเวณหัวไหล่ของมู่หรงเซวียน นางเซียนผู้สูงส่งแห่งสำนักเหมันต์นิรันดร์ บัดนี้เส้นผมสีดำสนิทรุ่ยระสายเคลียคลออยู่ข้างแก้วเนียนซีด เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมนท่ามกลางไอปราณเย็นเยียบที่แผ่พุ่งออกมาราวกับพายุหิมะคลั่ง
"เจ้ายังดื้อรั้นที่จะฝืนใช้ 'เพลงกระบี่เหมันต์สลายวิญญาณ' อีกหรือ มู่หรงเซวียน" หลิวเหยียนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาคมปลาบเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง เขายื่นมือออกไปหมายจะกดจุดสกัดลมปราณเพื่อหยุดยั้งอาการธาตุไฟเข้าแทรกของนาง แต่กลับถูกปลายกระบี่น้ำแข็งที่สั่นระริกจ่อเข้าที่ลำคออย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
"อย่าเข้ามา... หลิวเหยียน!" น้ำเสียงของนางเย็นชาดั่งเคย หากแต่สั่นพร่าเล็กน้อยจนไม่อาจปกปิดความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านแห่งอีโก้และศักดิ์ศรีของเจ้าสำนัก "นี่คือวิชาประจำสำนักเหมันต์... ข้าไม่ต้องการความเวทนาจากจอมยุทธ์นอกรีตเช่นเจ้า"
หลิวเหยียนไม่ถอยหนี เขากลับก้าวเข้าไปหาอีกหนึ่งก้าว ปลายกระบี่น้ำแข็งคมกริบกรีดผ่านผิวเนื้อที่ลำคอจนมีรอยเลือดซึมออกมาบางเบา ทว่าเขากลับแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกฉายแววเย้ยหยันโชคชะตา "ความเวทนาหรือ? เจ้าคิดว่าคนเช่นข้า หลิวเหยียน ผู้ซึ่งมือเปื้อนเลือดและถูกตระกูลใหญ่ขับไล่ไสส่ง จะรู้จักความเวทนาตั้งแต่เมื่อใดกันเล่า"
ดวงตาคู่สวยของมู่หรงเซวียนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของบุรุษเบื้องหน้า ที่ซึ่งไม่มีความโลภ ความหวาดกลัว หรือความกระหายเลือดดังเช่นจอมยุทธ์คนอื่นๆ ที่นางเคยพบเจอ มีเพียงความว่างเปล่าอันล้ำลึกที่สะท้อนภาพความโดดเดี่ยวของนางเองเอาไว้
"สิ่งที่ข้ามี... มีเพียงกระบี่ที่ไร้ลักษณ์ และหัวใจที่แหลกสลายไม่ต่างจากเจ้า" หลิวเหยียนกล่าวต่อ น้ำเสียงทุ้มกังวานดังก้องราวกับเสียงสะท้อนจากหุบเหวไร้ก้นบึ้ง เขาปลดปล่อยปราณแท้จริงอันอบอุ่นและนุ่มนวลสายหนึ่งออกจากฝ่ามือ ห่อหุ้มร่างที่หนาวสั่นของนางไว้ราวกับอ้อมกอดอันเงียบงัน "สำนักเหมันต์นิรันดร์สอนให้เจ้าตัดขาดจากโลกีย์ ปิดกั้นหัวใจเพื่อบรรลุวิถีเซียน แต่ดูตัวเจ้าตอนนี้สิ... ยิ่งเจ้าเย็นชามากเท่า Wha เท่าใด หัวใจที่แท้จริงของเจ้าก็ยิ่งกรีดร้องหาความอบอุ่นมากเท่านั้น"
คำพูดนั้นราวกับคมกระบี่ที่แทงทะลวงเข้าสู่จุดตายในจิตใจของนาง มู่หรงเซวียนตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง ปราณเหมันต์รอบตัวปั่นป่วนจนเกล็ดน้ำแข็งบนผนังถ้ำหลอมละลายกลายเป็นหยดน้ำ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผาบัดนี้ไร้ซึ่งแรงต้านทาน นางเซถลาเข้าหาอ้อมแขนของเขาอย่างไม่ตั้งใจ ศีรษะซบลงบนลาดไหล่กว้างที่คุ้นเคย กลิ่นอายบุรุษเจือจางผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตและกลิ่นอายกระบี่ลอยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่นางกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณมานานนับร้อยปี
น้ำตาร้อนผ่าวหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบลงบนเสื้อคลุมสีดำสนิทของหลิวเหยียน มันร้อนเสียจนทำให้แผ่นอกของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนสะท้านไหว
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา มู่หรงเซวียนถูกหล่อหลอมให้เป็นดั่งเทพเซียนผู้ไร้ความรู้สึก เป็นเสาหลักที่ค้ำจุนสำนัก ไม่เคยมีใครกล้าเข้าใกล้ ไม่เคยมีใครกล้าท้าทายกฎเกณฑ์ของนาง และไม่เคยมีใคร... มองทะลุเปลือกนอกอันเยือกเย็นเพื่อมองเห็นความโดดเดี่ยวที่กัดกินวิญญาณของนาง มีเพียงเขา... หลิวเหยียน ผู้ชายที่คนในยุทธภพต่างตราหน้าว่าเป็นมารกระบี่ผู้อำมหิต
"เจ้า... คนพาล" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน ทั้งโกรธเคือง ทั้งสับสน และพ่ายแพ้ต่อความจริงใจที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้อย่างไร้การป้องกัน
หลิวเหยียนยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังบางเบานั้นอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากพลังปราณโคจรประสานกันจนไอน้ำรอบกายระเหยกลายเป็นหมอกขาวโพลน "ข้าอาจเป็นคนพาลในสายตายุทธภพ แต่วันนี้... ข้าขอเป็นคนพาลที่ปกป้องเจ้าจากเงาของตัวเจ้าเองก็แล้วกัน"
ท่ามกลางความเงียบงันภายในถ้ำน้ำแข็งโบราณ หัวใจสองดวงที่เคยปิดตายต่างเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ กำแพงน้ำแข็งที่มู่หรงเซวียนใช้เวลาบำเพ็ญเพียรกว่าร้อยปีสร้างขึ้น ค่อยๆปริร้าวและพังทลายลงทีละน้อยด้วยความอบอุ่นและจริงใจที่หลิวเหยียนหลอมรวมลงในลมปราณ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว สัญชาตญาณนักฆ่าของหลิวเหยียนก็พลันตื่นตัวขึ้นอย่างเฉียบพลัน ขนกายลุกชันด้วยความหวาดเสียว
กริ๊ง... เสียงกระดิ่งเงินดังแว่วมาจากภายนอกถ้ำน้ำแข็ง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เหยียบย่างลงบนพื้นหิมะอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น
มู่หรงเซวียนผละออกจากอ้อมแขนของเขาด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปราณอันคุ้นเคยที่แผ่พุ่งเข้ามาปกคลุมปากถ้ำ
"นั่นมัน... ผู้อาวุโสใหญ่..."
ยังไม่ทันที่นางจะได้กล่าวจบ ประตูน้ำแข็งหนาทึบหน้าถ้ำก็ถูกระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยพลังปราณระดับบรรพชน เปลวเพลิงสีฟ้าครามลุกโชนขึ้นท่ามกลางเศษเกล็ดน้ำแข็งที่โปรยปราย พร้อมกับร่างเงาชราในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาสังหารที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความหนาวเหน็บใดๆ ในโลกหล้า!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสลมปราณและคมกระบี่นี้ไปกับ "เพลิงโอสถสวรรค์" นะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 7
รอยร้าวของน้ำแข็ง
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!