"หากตราบใดที่หัวใจของเจ้ายังคงจมปลักอยู่กับคราบเลือดเก่าๆ กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือของเจ้าก็เป็นได้เพียงเศษเหล็กไร้ค่าที่รอวันขึ้นสนิมในกองเพลิงแห่งความแค้นเท่านั้น"
น้ำเสียงของมู่หรงเซวียนราบเรียบดั่งผิวน้ำในทะเลสาบน้ำแข็งพันปี ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับเศษผลึกเหมันต์ที่บาดลึกเข้าสู่โสตประสาทและสั่นสะเทือนถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณ หลิวเหยียนไม่แม้แต่จะขยับกาย เขายังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินอัคคีทมิฬ ไอปราณสีครามเข้มรอบกายของนางแผ่ซ่านไอเย็นยะเยือกจนหยดน้ำค้างในถ้ำลึกกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นกระทบพื้นดัง *เพล้ง*
ภายในถ้ำผนึกมารอันหนทึบ แสงเรืองรองจากผลึกวิญญาณจันทร์เสี้ยวสาดส่องกระทบใบหน้างดงามราวกับแกะสลักจากหยกขาวของนางเซียนผู้สูงส่ง มู่หรงเซวียนในยามนี้มิได้มีท่าทีเย่อหยิ่งเย็นชาดังเช่นวันวาน แววตาคู่คมกริบดั่งกระบี่น้ำแข็งกลับทอประกยความซับซ้อนบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง นางมองบุรุษเบื้องหน้า—ผู้ซึ่งเหยียบย่างเข้ามาในดินแดนต้องห้ามแห่งสำนักเหมันต์นิรันดร์ด้วยจิตสังหารท่วมท้น บัดนี้กลับนั่งสงบนิ่งราวกับรูปปั้นสลัก ทว่าภายในกลับพثุพล่านด้วยกระแสลมปราณที่แปรปรวน
"เจ้าเข้าใจอะไรเกี่ยวกับความแค้นของข้าเล่า... มู่หรงเซวียน" หลิวเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหաբพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเย้ยต่อโชคชะตา ดวงตาคมกราบของเขาค่อยๆ ลืมขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาที่แดงก่ำราวกับซ่อนเพลิงโลกันตร์ไว้เบื้องหลังม่านหมอกแห่งความเจ็บปวด "ตระกูลหลิวของข้าถูกเผาทำลายในคืนเดียว ศพของบิดามารดายังคงนอนกองอยู่ใต้เถ้าถ่านที่ข้าไม่มีแม้แต่ปัญญาจะเก็บกวาด วิถีกระบี่ที่ข้าฝึกฝน... มิใช่เพื่อบรรลุเต๋าอันสูงส่งอันใด แต่เพื่อให้มีพลังพอที่จะตัดศีรษะของพวกมันทีละคน!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งกระทบพื้นเป็นระยะ
มู่หรงเซวียนขยับกายเล็กน้อย ชายอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามกระแสลมปราณที่หมุนวน นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างของหลิวเหยียนทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับภูเขาเหมันต์กำลังเคลื่อนตัวกดทับลงบนบ่าของจอมยุทธ์หนุ่ม
"เจ้าคิดว่าการล้างแค้นจะทำให้วิญญาณของคนเหล่านั้นสงบงดงามขึ้นอย่างนั้นหรือ?" มู่หรงเซวียนหยุดยืนเบื้องหน้าเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นลงจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุจากร่างของหลิวเหยียนที่ปะทะกับไอเย็นยะเยือกจากร่างของนาง นางก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่ลุ่มลึกราวกับห้วงมหาสรรพสิ่ง "ข้าเอง... ก็เคยเป็นเช่นเจ้า"
หลิวเหยียนชะงัก ลมหายใจที่หอบกระชั้นสะดุดกึก ดวงตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นเงยขึ้นสบตากับนางเซียนผู้เย็นชาเป็นครั้งแรก
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร..." เขาเอמהเสียงแผ่วเบา
มู่หรงเซวียนหลบสายตาไปชั่วพริบตา เปลือกตาบางสั่นไหวเล็กน้อย ภาพอดีตอันเลือนรางที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ชั้นน้ำแข็งหนาเตอะนับร้อยปีค่อยๆ ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาในความทรงจำ "สำนักเหมันต์นิรันดร์ไม่ได้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรมาแต่แรกเริ่ม บรรพชนของข้า... เคยถูกทรยศหักหลังจากคนสนิท ตระกูลมู่หรงถูกสังหารล้างบางในคืนหิมะโปรดปราน ข้าในวัยเยาว์คุกเข่าอยู่ท่ามกลางกองเลือด ร่ำไห้จนน้ำตาแปรเปลี่ยนเป็นหยาดโลหิต ข้าสาบานต่อหน้าฟ้าดินว่าจะล้างบางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้สิ้นซาก"
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ไอปราณรอบตัวปั่นป่วนจนเกิดเสียงหวีดหวิว "ข้าทุ่มเทบำเพ็ญเพียร ละทิ้งความเป็นมนุษย์ ดื่มกินความโดดเดี่ยวและความหนาวเหน็บเป็นอาหาร จนกระทั่งข้าบรรลุขอบเขตเซียนน้ำแข็งขั้นสูงสุด... และในวันที่ข้าใช้กระบี่เล่มนี้ปลิดชีพศัตรูคนสุดท้ายจนหมดสิ้น เจ้าคิดว่าข้ามีความสุขหรือไม่?"
หลิวเหยียนนิ่งเงียบ เขารู้คำตอบนั้นดีจากแววตาที่ว่างเปล่าและลึกล้ำราวกับหลุมดำของนาง
"ความว่างเปล่า..." มู่หรงเซวียนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งจากเจ้าสำนักเหมันต์ "ชัยชนะที่แลกมาด้วยการสังหารมิได้ทำให้ความเจ็บปวดลดลงเลยแม้แต่น้อย มันกลับทำให้หัวใจของข้ากลายเป็นก้อนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย ข้ากลายเป็นปีศาจที่ไร้ซึ่งความรู้สึก หวาดกลัวแม้กระทั่งเงาของตนเอง... นั่นคือวิถีแห่งการบำเพ็ญที่เจ้าปรารถนาจะเดินตามรอยงั้นรึ หลิวเหยียน?"
ถ้อยคำเหล่านั้นดุจดั่งกระบี่ไร้ลักษณ์ที่แทงทะลวงเข้าสู่กลางใจของหลิวเหยียน ความโกรธเกรี้ยว ความแค้นเคือง และความพยาบาทที่สุมอกมานานนับปี ราวกับถูกกระแสธารน้ำแข็งอันบริสุทธิ์ชะล้างจนเบาบางลง ทว่ากลับทิ้งความเจ็บปวดร้าวรานที่แท้จริงไว้เบื้องหลัง
"หากไม่แก้แค้น... แล้วข้าจะมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด?" หลิวเหยียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา ความทะนงตนทั้งหมดพังทลายลงเหลือเพียงชายหนุ่มผู้หลงทางในยุทธภพ
มู่หรงเซวียนยื่นมือเรียวงามออกไป นิ้วมือที่ขาวราวกระเบื้องเคลือบแตะลงบนหน้าผากของเขาเบาๆ
สัมผัสอันเย็นเฉียบแผ่ซ่านเข้าสู่จุดชีพจร 108 จุดทั่วร่าง กระแสปราณอุ่นร้อนของหลิวเหยียนและปราณเหมันต์ของมู่หรงเซวียนหลอมรวมกันชั่วขณะ เกิดเป็นสภาวะสมดุลหยินหยางที่หาได้ยากยิ่งในรอบหมื่นปี ภาพความทรงจำ ภาพความเจ็บปวด และความโดดเดี่ยวของทั้งสองฝ่ายไหลทะลักเข้าหากันผ่านกระแสจิตอันบริสุทธิ์
พวกเขามองเห็นกันและกันอย่างทะลุปรุโปร่ง—ไร้ซึ่งการปิดบัง ไร้ซึ่งหน้ากากแห่งความแข็งแกร่ง
"เจ้าไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่ออดีตที่ตายไปแล้ว..." มู่หรงเซวียนกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากสายลมหนาวริมหน้าผา ปลายจมูกของนางอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ชั่งย่าง "แต่เจ้ามีชีวิตอยู่เพื่อ... ค้นหาความหมายที่แท้จริงของกระบี่ในมือ และเพื่อก้าวข้ามขอบเขตที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องก้มหัวให้"
หลิวเหยียนเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่สะท้อนเงาของเขาอย่างชัดเจน หัวใจที่ด้านชามานานกลับเต้นรัวระรัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านจากปลายนิ้วของนางเข้าสู่หัวใจของเขา
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังถักทอความผูกพันอันลึกซึ้งเกินกว่าจะกล่าวเป็นคำพูด แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
*ตูมมมม!*
ผนึกศิลาอัคคีทมิฬที่ปิดปากถ้ำระเบิดออกเป็นจุล เศษหินนับพันชิ้นพุ่งกระจายราวดาวตก เสียงหัวเราะเย้ยหยันอันทรงพลังที่สั่นประสาทจนแก้วหูแทบแตกดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องนอก
"ฮ่าๆๆๆ! มู่หรงเซวียน! นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าแอบมาซ่อนตัวสวีวีสวาทอยู่กับไอ้เด็กตระกูลตกอับนี่เอง เจ้าสำนักเหมันต์ผู้สูงส่ง... วันนี้คือวันตายของพวกเจ้าทั้งคู่!"
เงาร่างมหึมาสามร่างพุ่งทะยานผ่านกลุ่มควันหนาทึบเข้ามา พร้อมกับปราณอสูรโลหิตที่แผ่พุ่งกลิ่นอายฆ่าฟันรุนแรงจนท้องฟ้าภายนอกแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... คือกระบี่ในมือของผู้นำกลุ่มเงานั้น กลับเป็นกระบี่ลายมังกรเพลิงที่หลิวเหยียนจำได้ไม่มีวันลืม... มันคือกระบี่ของคนที่สังหารล้างครัวตระกูลหลิวเมื่อสิบปีก่อน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสลมปราณและคมกระบี่นี้ไปกับ "เพลิงโอสถสวรรค์" นะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 5
สัจธรรมแห่งการบำเพ็ญ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!