ไอปราณเยือกแข็งราวน้ำค้างหมื่นปีแผ่ซ่านเสียดแทงกระดูกดำ ภายในมิติแดนลับแลอันอับทึบ ปลายกระบี่น้ำแข็งในมือของมู่หรงเซวียนหาได้สั่นไหวแม้แต่น้อย นางจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยแววตาดุจห้วงสมุทรลึกที่ถูกแช่แข็ง นางเอกสาวผู้ถือครองวิชาธารน้ำแข็งพิฆาตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวจิตวิญญาณไร้สังสารวัฏ "หลิวเหยียน... เจ้าคิดว่าวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของตระกูลหลิวที่เหลือรอดเพียงเศษเสี้ยว จะต้านทานความหนาวเหน็บแห่งสำนักเหมันต์นิรันดร์ของข้าได้จริงหรือ"
หลิวเหยียนแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นทั้งเหย่อหยิ่งและดุดัน แฝงไว้ด้วยบาดแผลแห่งความแค้นที่สลักลึกในดวงจิต จิตวิญญาณแห่งการล้างแค้นตระกูลที่ถูกทำลายเผาผลาญโลหิตในกายให้เดือดพล่าน เขากระชับด้ามกระบี่ในมือมั่น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์รอบกายบิดเบี้ยวผันแปรดั่งสายลมพายุ "มู่หรงเซวียน เจ้าอาจเป็นเจ้าสำนักผู้บรรลุขอบเขตเซียนน้ำแข็งขั้นสูงสุด แต่กระบี่ของข้า... ไม่เคยจำนนต่อกฎเกณฑ์ฟ้าดิน แล้วเหตุใดข้าต้องเกรงกลัวความหนาวเหน็บของเจ้าเล่า"
สิ้นคำกล่าว บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นอัมพาต แรงกดดันมหาศาลจากเคล็ดวิชาทั้งสองขั้วปะทะเข้าหากันโดยตรง ส่งผลให้อากาศรอบด้านบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ดินแดนลับแลที่สงบมานับพันปีเริ่มสั่นคลอน รอยร้าวสีดำทมิฬปรากฏขึ้นบนห้วงมิติราวกับกระจกที่ถูกค้อนทุบ
มู่หรงเซวียนเคลื่อนไหว นางก้าวเท้าเพียงหนึ่งก้าวแต่น้ำแข็งนับล้านผลึกกลับก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นพץหิมะคมกริบพุ่งเข้าจู่โจมดั่งฝูงมังกรครามคำราม วิชาธารน้ำแข็งพิฆาตถูกปลดปล่อยออก It is a technique that freezes both flesh and soul. ความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนพื้นดินเบื้องล่างแปรเปลี่ยนเป็นทุ่งน้ำแข็งสีครามในพริบตา
หลิวเหยียนไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว นัยน์ตาของเขาประกายแสงสีทองระยับ เคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์แปรเปลี่ยนเป็นอัคคีโลหิตและสายฟ้าฟาดฟันในคราเดียวกัน เขาหวาดระแวงแต่ไม่หวาดกลัว คมกระบี่ในมือตวัดวาดออกเป็นวงโค้งดั่งจันทราเพลิง พลังปราณหยินและหยางหมุนวนระเบิดออกต้านทานคลื่นความเย็นที่ถาโถมเข้ามา
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงระเบิดกัมปนาทสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ไอปราณสองขั้วที่แตกต่างกันสุดขั้ว—ความร้อนระอุเผาผลาญฟ้าดินปะทะกับความหนาวเหน็บแช่แข็งวิญญาณ—ทำให้แดนลับแลแห่งนี้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แผ่นดินแยก ภูเขาพังทลาย หินผากลิ้งตกลงสู่เหวลึก ทว่าทั้งสองยังคงยืนหยัดเผชิญหน้ากันกลางพายุหมุนแห่งพลังปราณอันบ้าคลั่ง
มู่หรงเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย นางสัมผัสได้ว่าวิชากระบี่ของหลิวเหยียนหาใช่กระบวนท่าตายตัว แต่มันไหลเวียนและแปรเปลี่ยนรูปทรงตามจิตใต้สำนึกของเขาอย่างแท้จริง ไร้ลักษณ์... ไร้ขอบเขต... ดั่งสายน้ำที่ไร้รูปแต่สามารถกัดเซาะได้แม้กระทั่งภูเขาหินผา ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจของนางเซียนผู้เย็นชา นางไม่เคยพบเจอผู้ใดที่สามารถทัดทานวิชาธารน้ำแข็งนิรันดร์ของนางได้ด้วยตัวคนเดียวเช่นนี้
"เจ้าเติบโตขึ้นมาก... หลิวเหยียน" มู่หรงเซวียนเอמהเสียงแผ่วเบา ทว่าแฝงไว้ด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่นางเองก็มิอาจอธิบาย
"ข้าไม่มีเวลาให้หยุดเติบโต มู่หรงเซวียน" หลิวเหยียนกล่าวสวนกลับ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดจากพิษความเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่เส้นชีพจร แต่แววตายังคงแน่วแน่ดั่งหินผา "ความแค้นของตระกูลหลิว... และความจริงเบื้องหลังแดนลับแลนี้ เจ้าต้องเป็นผู้ไขมันให้ข้า!"
ทันใดนั้นเอง ในขณะที่ไอปราณของทั้งสองกำลังหลอมรวมและผลักดันกันจนถึงขีดจำกัด รอยร้าวสีดำทมิฬบนห้วงมิติที่สั่นคลอนเมื่อครู่ก็ระเบิดออกเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ พลังงานโบราณอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกผนึกไว้ใต้แดนลับแลมานับหมื่นปีได้รั่วไหลออกมา ปราณมังกรบรรพกาลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นเงาร่างมหึมาที่น่าเกรงขามจนทำให้ทั้งหลิวเหยียนและมู่หรงเซวียนต้องหยุดชะงักการต่อสู้ลงทันที
เงาร่างลึกลับนั้นหันมาจ้องมองพวกเขาทั้งสองด้วยดวงตาสีเลือดคู่มหึมา ก่อนที่เสียงก้องกังวานจะดังสะเทือนไปถึงก้นบึ้งแห่งวิญญาณ
"ผู้บุกรุกเอ๋ย... เจ้าได้ปลุกสิ่งที่หลับใหลขึ้นมาแล้ว..."
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุหิมะและคมกระบี่นี้ไปกับ "เพลิงโอสถสวรรค์" นะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 2
กระบี่ไร้ลักษณ์ปะทะธารน้ำแข็ง
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!