"อย่าขยับ... เรย์ ถ้าคุณยังไม่อยากตาย"
ปลายกระบอกปืนเวทมนตร์สีเงินยวงสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากเพดานห้องนอนหรูหรา กลิ่นอายของมานาที่ถูกบีบอัดจนเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจนขนแขนของผมลุกชัน เอลิน่าไม่ได้เพียงแค่ขู่ ดวงตาคู่คมกริบของเธอกวาดมองผ่านช่องว่างระหว่างร่างของผมกับตู้เสื้อผ้าไม้สักทองที่แง้มอยู่ รัง杀 (จิตสังหาร) ระดับทหารผ่านศึกไม่ได้เป็นเรื่องล้อเล่น มันหนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่า
ผมค่อยๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับหัวไหล่ แสดงความบริสุทธิ์ใจตามตำราของนักสืบทุกสำนัก แม้ว่าในหัวสมองของผมตอนนี้ระบบตรรกะกำลังทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อประมวลผลสถานการณ์
ศพที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง... คนสนิทของท่านพ่อ ทุจริตงบประมาณ? ให้ตายเถอะ นี่มันบทละครน้ำเน่าประเภทยืมมือฆ่าคนแล้วโยนความผิดให้คุณชายสำมะเลเทเมาชัดๆ แต่ปัญหาก็คือ ร่างกายที่ผมสวมใส่อยู่ตอนนี้ดันเป็น "คุณชายตัวร้าย" จริงๆ เสียด้วยสิครับ
"ใจเย็นก่อนครับท่านผู้หมวด..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามรักษาระยะห่างสายตาไม่ให้เธอกดไกปืน "ถ้าผมเป็นคนฆ่าเขาจริง... คุณคิดว่าผมจะโง่พอเอาศพมาเก็บไว้ในห้องนอนตัวเอง แถมยังปล่อยให้ประตูตู้แง้มไว้รอให้คุณมาเจอแบบนี้เหรอครับ?"
เอลินารemลcรี่ตาลงเล็กน้อย ปลายกระบอกปืนยังคงไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย "คนเมามักทำเรื่องโง่เขลาเสมอ เรย์ และความโลภก็ไม่เคยปรานีใคร หลักฐานตรงหน้าชัดเจน รอยเลือดที่เปื้อนปลายรองเท้าหนังราคาแพงของคุณ กับคราบเขม่ามานาธาตุไฟระดับสามที่ใช้สังหารเหยื่อ... มันตรงกับพลังเวทที่คุณเพิ่งปลดปล่อยออกมาระหว่างการฝึกเมื่อช่วงบ่ายไม่มีผิดเพี้ยน"
*กริ๊ด...* เสียงกลไกนกสับปืนถูกดึงขึ้นอีกระดับ
เวรแล้ว... เธอไม่ได้มาเล่นๆ และหลักฐานทางเวทมนตร์ก็ชี้มาที่ผมอย่างจงใจ ระบบโลกแฟนตาซีนี้ละเอียดอ่อนเกินไป การทิ้งร่องรอยมานาไว้ก็เหมือนกับการทิ้งลายนิ้วมือในโลกเก่าของผม แต่ในเมื่อมันมีร่องรอย... นั่นแหละคือจุดอ่อนที่จะพลิกเกม
ผมแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียด ทิ้งน้ำหนักตัวพิงกับโต๊ะทำงานเบาๆ สร้างความประหลาดใจให้เอลิน่าเล็กน้อยที่เห็นผมไร้ซึ่งความตื่นกลัวในยามวิกฤต
"คุณผู้หญิงครับ... การเป็นทหารที่ดีนอกจากต้องมีวินัยแล้ว ยังต้องมี 'ทักษะการสังเกต' ที่ดีกว่านี้ด้วยนะ" ผมอมยิ้มมุมปาก ขยับแว่นตากรอบเงินที่สวมอยู่บนดั้งจมูกโดยสัญชาตญาณ แม้ในโลกนี้มันจะเป็นเพียงแว่นตาแฟชั่นเวทมนตร์ แต่สำหรับผม มันคือสัญลักษณ์แห่งการไขปริศนา
"คุณหมายความว่ายังไง?" เอลิน่าถามเสียงต่ำ คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ
"อย่างแรกเลย..." ผมก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ท่ามกลางสายตาที่ระแวดระวังของเธอ "มองที่รอยเลือดบนรองเท้าผมสิครับ มันเป็นรอยเปื้อนแบบสาดกระเซ็นหรือรอยหยด?"
เอลิน่าชะงัก เผลอเหลือบสายตาลงมองตามคำทัก
"ถูกต้องครับ มันเป็นรอยหยดแนวตั้งตกลงมาตรงๆ จากด้านบน ไม่ใช่รอยกระเซ็นจากการต่อสู้ระยะประชิด หากผมลงมือสังหารเขาด้วยเวทธาตุไฟจริง แรงปะทะจะต้องทำให้เลือดกระจายตัวเป็นรัศมีวงกว้างอย่างน้อยสองเมตร แต่นี่... รองเท้าของผมเปื้อนแค่หยดเลือดที่ 'หยดลงมา' ตอนที่ผมพยายามจะเปิดตู้เสื้อผ้าต่างหากล่ะครับ"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศเวทมนตร์ทำงานเบาหวิว เอลิน่าเม้มริมฝีปากแน่น สมองของเธอกำลังประมวลผลตามข้อเท็จจริงที่ผมชี้จุดตายให้เห็นจะๆ
"และอย่างที่สอง..." ผมไม่ปล่อยให้เธอตั้งตัว ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายกระบอกปืนแทบจะชิดกับอกเสื้อของผม "คราบเขม่ามานาธาตุไฟที่คุณบอกว่าตรงกับผม... ลองใช้เนตรเวทของคุณตรวจสอบความถี่คลื่นมานาในแผลของศพดูสิครับ มันมีความหนาแน่นอยู่ที่ 4.2 มานา-ยูนิต แต่ความจุมานาสูงสุดในร่างกากๆ ของผมตอนนี้... มีแค่ 1.5 เท่านั้นเอง"
เอลิน่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เธอลดปืนลงครึ่งนิ้วอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะร่ายเวทตรวจสอบขนาดเล็กที่ฝ่ามือ แสงสีฟ้าจางๆ ส่องสว่างขึ้นวูบหนึ่งเพื่อสแกนร่างไร้ลมหายใจที่ซ่อนอยู่หลังตู้
ผลลัพธ์ปรากฏชัดเจน... ความถี่มานาไม่ตรงกันอย่างสิ้นเชิง!
มือที่ถือปืนของเอลิน่าสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความตื่นตะลึงที่ถูกหักล้างด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ รอยยิ้มเย็นชาของเธอเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย เธอจ้องมองผมราวกับกำลังเห็นสัตว์ประหลาดจำแลงกายมา
"คุณ... รู้ได้อย่างไรว่าความถี่มานาของเหยื่อคือ 4.2?" เอลิน่าถามเสียงแหบพร่า การรักษามามาตรวัดระดับนั้นต้องใช้เครื่องมือของหน่วยสืบสวนหลวง หรือไม่ก็ต้องมีทักษะการวิเคราะห์ระดับปรมาจารย์
"ผมแค่อ่านหนังสือเยอะไปหน่อยมั้งครับ..." ผมตอบยิ้มๆ ยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ ที่ชวนให้หมั่นไส้ "และที่สำคัญ... ผมเกลียดการตกเป็นแพะรับบาปที่สุดในชีวิตเลยด้วย"
เอลิน่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอนิ่งเงียบไปเกือบส้าววินาที ก่อนจะตัดสินใจลดปืนลงจนสุดแขนแล้วเก็บเข้าซองหนังข้างลำตัว ความระแวงในแววตาถูกแทนที่ด้วยความยอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก
"ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินคุณต่ำเกินไป... เรย์" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังและให้เกียรติมากขึ้น "แต่ถ้าคุณไม่ได้ฆ่าเขา แล้วใครเป็นคนเอาศพมาไว้ที่นี่? และทำไมต้องเจาะจงเป็นห้องนอนของคุณด้วย?"
"นั่นแหละคือปริศนาที่เราต้องหาคำตอบ..." ผมหันหลังกลับไปมองร่างไร้ชีวิตในตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบดุจใบมีด "เพราะดูเหมือนว่า... คนที่ส่ง ‘ของขวัญ’ ชิ้นนี้มา จะไม่ได้ต้องการแค่กำจัดพยานปากเอก แต่เขากำลังส่งคำท้าทายมาให้ผมต่างหากล่ะครับ"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและทั้งผมกับเอลิน่ากำลังจะก้าวเข้าไปตรวจสอบศพอย่างละเอียดเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติมนั้นเอง...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนโลหะก้องกังวานขึ้นในโสตประสาทของผมโดยไม่มีที่มา พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาขวางAกหน้าอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า
**[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการปลดล็อกเงื่อนไขลับ - 'ผู้รอดชีวิตแห่งค่ำคืนนองเลือด']**
**[คำเตือนระดับ SSS: เป้าหมายลอบสังหารลำดับที่ 0 ได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ณ บริเวณระเบียงชั้นสาม... และพวกมันไม่ได้มากันแค่คนเดียว]**
รอยยิ้มบนใบหน้าของผมแข็งค้างในทันที เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่เริ่มดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่พังทลายประตูห้องเข้ามาในเสี้ยววินาที!
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
คดีลับสลับร่าง: คุณชายตัวร้ายกับคุณครูฝึกสุดแสบ•ตอนที่ 2
หลักฐานที่ไม่มีใครเห็น
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับสลับร่าง: คุณชายตัวร้ายกับคุณครูฝึกสุดแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!