กลิ่นอายคาวเลือดและละอองพลังงานเวทมนตร์ที่บิดเบี้ยวจนกลายเป็นสีม่วงเข้ม คละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกจนแสบขัด ลมหายใจของผมสะดุดกึกทันที ดวงตาเบิกกว้างเมื่อหันกลับไปมองที่รอยแยกมิติอีกครั้ง และพบว่า... ร่างที่สาม... กำลังก้าวออกมาจากเงาของลูคัสอีกทีหนึ่ง
ไม่ใช่ภาพลวงตา ไม่ใช่เวทมนตร์ภาพสะท้อนระดับต่ำ แต่มันคือ "ตัวตน" ที่ถูกแยก1ออกเป็นสามเส้า สมบูรณ์แบบทั้งมวลสาร พลังเวท และจิตสังหารที่แผ่พู่กระจายออกมาจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นลายงา
"นั่น... มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย" ผมสบถออกมาเบาๆ ขณะที่สมองส่วนวิเคราะห์ทำงานด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงกริุ๊กในหัว ระบบตรรกะและกฎเกณฑ์ของเวทมนตร์ในโลกนี้กำลังถูกฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี ลูคัสที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในคราดกุมดาบเพลิงทมิฬไม่ได้มีแค่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือสามเงาร่างที่ขนาบข้างด้วยรัศมีแห่งการทำลายล้างที่สั่นพ้องกับแกนกลางมิติ
"ตกใจมากเลยงั้นหรือ เรย์?" เสียงของลูคัสทั้งสามร่างดังประสานเสียงกันอย่างน่าขนลุก เสียงก้องสะท้อนซ้อนทับกันจนแยกไม่ออกว่าเสียงไหนคือต้นกำเนิดที่แท้จริง "นี่คือขีดจำกัดที่แท้จริงของ 'เนตรสัจจะมาร' ที่พวกแกในโลกปัจจุบันไม่มีวันเข้าใจ มิตินี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อข้า และพวกแกทุกคนจะต้องดับสูญไปพร้อมกับความโง่เขลาของตัวเอง"
ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วมือที่กำด้ามมีดสั้นอาคมไว้แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แม้สถานการณ์จะคับขันระดับวิกฤตจนแทบมองไม่เห็นทางรอด แต่ในฐานะอดีตนักสืบที่ผ่านคดีฆาตกรรมซ่อนเงื่อนมานับไม่ถ้วน ผมรู้ดีว่า ยิ่งอีกฝ่ายแสดงไพ่ตายที่ดูไร้เทียมทานมากเท่าไหร่ ช่องโหว่ขนาดเท่ารูก็มักจะซ่อนอยู่ลึกที่สุดในจุดที่คาดไม่ถึงเสมอ
ทางด้านเอลิน่า คู่หูและครูฝึกสาวผู้ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง กัดฟันแน่นจนเลือดซึมที่มุมปาก บาดแผลจากการปะทะกับค่ายกลเวทก่อนหน้านี้ทำให้ลมหายใจของเธอหอบกระชั้น แต่ดวงตาสีมรกตคู่นั้นยังคงทอประกายความเด็ดเดี่ยวไม่เสื่อมคลาย เธอปัดป้องเศษซากหินที่ปลิวว่อนด้วยดาบยาวในมือ ก่อนจะก้าวเท้าขยับเข้ามาขนาบข้างผมอย่างรู้ใจ
"เรย์... อย่ามองแค่ร่างตรงกลาง" เสียงกระซิบของเอลิน่าเย็นเยียบแต่หนักแน่น สติของเธอยังคงเฉียบคมท่ามกลางพายุพลังงาน "ข้าสังเกตเห็นการไหลเวียนของมานา... ร่างซ้ายและร่างขวาไม่ได้มีแกนกลางเวทมนตร์อิสระ พวกมันเป็นแค่ 'ตัวสะท้อน' ที่ดึงพลังมาจากร่างต้น... ถ้าร่างตรงกลางขยับ ร่างเงาจะดีเลย์ไปสามเสี้ยววินาทีเสมอ"
ยอดเยี่ยมมาก เอลิน่าสมเป็นยอดฝีมือที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนจริงๆ ข้อมูลชิ้นนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ผมตามหา
"เข้าใจแล้วครับ" ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมตามไรผม "ถ้าอย่างนั้น... เราก็แค่ต้องทำให้มัน 'ขยับพร้อมกันไม่ได้' สินะครับ"
รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผม ความตื่นเต้นเร้าใจที่ไม่ได้สัมผัสมานานเริ่มสูบฉีดเข้าสู่กระแสเลือด นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลังที่เหนือกว่า แต่มันคือการไขปริศนาภายใต้เงื่อนไขแห่งความเป็นความตาย
ลูคัสทั้งสามร่างไม่ปล่อยให้พวกเราคิดแผนนานเกินไป พวกมันพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกันในเสี้ยววินาที ประหนึ่งเงาทมิฬสามสายที่แยกย้ายกันเข้าโอบล้อมจากมุมอับสายตา แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่นความร้อน
"ระวัง!" เอลิน่าตะโกนลั่น พร้อมกับสะบัดดาบสร้างม่านบาเรียเวทสีครามขึ้นต้านทานการโจมตีจากร่างทางซ้าย เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า แรงกระแทกส่งร่างของเธอถอยหลังไปหลายก้าว พื้นดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึก
ในขณะเดียวกัน ร่างทางขวาพุ่งเข้ามาหาผมด้วยความเร็วสูง ดาบเพลิงทมิฬฟันเฉียงลงมาจากเบื้องบนเพื่อผ่าร่างผมให้เป็นสองท่อน
ผมไม่หลบ... และไม่คิดจะปะทะตรงๆ
ในจเสี้ยววินาทีที่คมดาบกำลังจะถึงตัว สายตาของผมจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อต้นขาและหัวไหล่ของลูคัสร่างนั้น *ตามทฤษฎีกลศาสตร์การเคลื่อนไหวของมนุษย์... น้ำหนักตัวถูกทิ้งไปที่เท้าซ้ายมากเกินไป*
ผมเอี้ยวตัวหลบไปทางขวาอย่างเฉียดฉิว คมดาบเฉี่ยวผ่านปลายจมูกไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผดเผาผิวหนัง จากนั้นผมใช้มือซ้ายคว้าจับที่ข้อศอกของมันอย่างแม่นยำ พร้อมกับใช้เทคนิคการยืมแรงเหวี่ยง (Aikido) บิดข้อต่อและส่งแรงสะท้อนกลับเข้าไปในจุดศูนย์ถ่วงของมันทันที
"อึก...!" ลูคัสร่างเงาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างของมันเสียหลักเซถลาไปข้างหน้าตามแรงส่งของผม
และนั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของผม!
"เอลิน่า! ตอนนี้แหละครับ!" ผมตะโกนสุดเสียง
ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำสอง เอลิน่าที่ตั้งหลักได้แล้วพุ่งทะยานผ่านร่างของผมราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง ดาบยาวในมือของเธออาบไล้ด้วยออร่าเวทสีครามเข้มข้น พุ่งเข้าแทงทะลุกลางอกของลูคัสร่างขวาที่กำลังเสียหลักอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
*ฉึก!*
เสียงคมดาบตัดผ่านเนื้อและกระดูกดังชัดเจน ร่างเงาดังกล่าวสลายกลายเป็นละอองแสงสีม่วงและจางหายไปในอากาศทันทีเมื่อแกนกลางถูกทำลาย
"แก...!" ลูคัสร่างตรงกลางคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีดําสนิทเบิกกว้างด้วยความเคียดแค้น พลังงานรอบตัวปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม แรงระเบิดจากการสูญเสียร่างแยกทำให้พื้นที่รอบบริเวณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หินก้อนใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำมิติ
แรงสะเทือนทำให้ผมและเอลิน่ากระเด็นถอยหลังไปคนละทาง ผมกัดฟันรับแรงกระแทกจนจุกแน่นไปหมด รสชาติเค็มปร่าของเลือดไหลซึมที่มุมปาก แต่ผมไม่มีเวลามาใส่ใจกับความเจ็บปวดนั้น สายตายังคงจ้องมองตรงไปยังร่างต้นของลูคัสที่กำลังสูญเสียความควบคุม
"แกคิดว่าทำลายร่างแยกของข้าได้แล้วจะชนะงั้นรึ?" ลูคัสหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของมันเริ่มเปลี่ยนสภาพ เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามผิวหนัง ดวงตากลายเป็นสีแดงฉานราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด "ในเมื่อพวกแกดึงดันจะขวางทางนัก... ข้าจะใช้พลังทั้งหมดของมิตินี้ ฝังพวกแกไว้ที่นี่ด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ!"
มันยกดาบเพลิงทมิฬขึ้นเหนือหัว วงแหวนเวทมนตร์สีดำสนิทขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้ารusมิติ พลังงานทำลายล้างที่ถูกสะสมไว้กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาในคราวเดียว เป็นการโจมตีแบบวงกว้างที่ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางหลบพ้น
บรรยากาศรอบตัวกดทับจนแม้แต่การหายใจก็ยังทำได้ยากลำบาก เอลิน่ายันตัวลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ดาบในมือสั่นเทาเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า แต่แววตาของเธอยังคงมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ สมองส่วนสุดท้ายกำลังประมวลผลทางเลือกทั้งหมดที่มีในเวลาเพียงไม่ถึงสามวินาที
ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว... ถ้าเราปล่อยให้มันปล่อยพลังนั้นออกมา ทุกอย่างจะจบลงที่นี่
ผมก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเอลิน่า พร้อมกับหยิบวัตถุดลับชิ้นสุดท้ายที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมา—ผนึกศิลาโบราณที่พวกเราเก็บกู้มาได้จากห้องใต้ดินของสถาบัน
"เอลิน่าครับ..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่มั่นคง นัยน์ตาสีเข้มหันกลับไปมองเธอเพียงชั่วครู่ "ถ้าผมบอกว่า... ผมมีวิธีที่จะปิดรอยแยกนี้ได้ทันที แต่ต้องแลกกับการที่ผมต้องเข้าไปอยู่ในจุดศูนย์กลางของแรงระเบิด... คุณจะเชื่อใจผมไหมครับ?"
เอลิน่าชะงักไป ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกัดริมฝีปากแน่นราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความเป็นและความตาย ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ อย่างเด็ดเดี่ยว
"ข้าเชื่อใจเจ้า... เรย์ เพราะฉะนั้น อย่าตายเด็ดขาดล่ะไอ้ตัวแสบ"
ผมยิ้มรับบางๆ ก่อนจะดีดตัวพุ่งทะยานเข้าหาลูคัสที่กำลังจะปลดปล่อยพลังทำลายล้างครั้งสุดท้ายด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ผมกำลังจะพุ่งชนเข้ากับวงแหวนเวทมนตร์สีดำเพื่อกดใช้ศิลาผนึก รอยแยกมิติเบื้องหลังของลูคัสก็เกิดเสียงคำรามต่ำๆ ดังขึ้นอีกครั้ง...
และเงาร่างที่สี่... ซึ่งไม่ควรจะมีอยู่ตามทฤษฎีเวทมนตร์ใดๆ ในโลก ก็ก้าวเท้าเหยียบย่างออกมาจากความมืดมิด พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้หัวใจของผมหยุดเต้นไปชั่วขณะ...
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของบทละคร, นักสืบ..." เสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคยกระซิบก้องอยู่ข้างหู ทั้งที่รอบตัวไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเรา
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้นะครับ
คดีลับสลับร่าง: คุณชายตัวร้ายกับคุณครูฝึกสุดแสบ•ตอนที่ 35
การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับสลับร่าง: คุณชายตัวร้ายกับคุณครูฝึกสุดแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!