เสียงโลหะกระทบกันครั้งเดียวแหลมคมจนแก้วหูสะท้าน สะเก็ดไฟสีส้มวาบขึ้นกลางความมืดมิดของโถงทางเดินปีกตะวันตก ร่างของเรย์ในชุดเครื่องแบบนักเรียนสถาบันเวทมนตร์อาร์케เลียสะถอยหลังไปครึ่งก้าว รองเท้าหนังขัดมันบดเบียดกับพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด ในมือขวาของเขา ดาบสั้นเวทมนตร์เล่มบางเฉียบสะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกสี รัศมีสีฟ้าครามจาง ๆ แผ่ออกจากคมดาบเพื่อต้านทานแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจากเบื้องบน
"ช้าไปสามวินาที, เรย์" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของเอลิน่าดังขึ้นในความเงียบ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้แสงสลัวไม่ได้บ่งบอกถึงความตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ปลายดาบจริงของเธอกลับจ่ออยู่ห่างจากลำคอของเรย์ไม่ถึงหนึ่งนิ้ว แรงกดดันจากมานาบริสุทธิ์ที่เธอปลดปล่อยออกมาทำให้เส้นผมสีเงินยวงของเรย์ไหวระริก
เรย์ถอนหายใจยาว พลางลดดาบสั้นในมือลงช้า ๆ เขายกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ "โธ่ เอลิน่า... นี่เรากำลังทดสอบยามวิกาลกันแบบไม่ให้ตั้งตัวเลยหรือครับเนี่ย? อย่างน้อยก็น่าจะให้ผมได้ตั้งสติหลังกลับจากห้องสมุดสักหน่อย"
"ผู้พิทักษ์ตัวจริงไม่เคยมีคำว่า 'เวลาพักผ่อน' เมื่อภัยคุกคามยังลอยนวลอยู่ในรั้วสถาบัน" เอลิน่าเก็บดาบยาวเข้าฝักข้างเอวด้วยความคล่องแคล่ว ท่วงท่าของเธอสง่างามและเฉียบคมราวกับเสือดาวที่พร้อมล่าเหยื่อตลอดเวลา เธอกวาดสายตามองรอยขีดข่วนเล็ก ๆ บนพื้นหิน "แต่การที่นายดึงดาบออกมาได้ภายในเสี้ยววินาที... ถือว่าสัญชาตญาณของอดีตนักสืบยังใช้การได้ดีทีเดียว"
"คำชมจากคุณครูฝึกสุดโหดนี่หายากเสียยิ่งกว่าผลึกมานาโบราณเสียอีกนะครับ" เรย์ยิ้มมุมปาก พลางสะบัดข้อมือเพื่อคลายความเมื่อยล้า ระบบแจ้งเตือนโปร่งใสสีฟ้าปรากฏขึ้นที่หางตาของเขา บ่งบอกถึงค่าประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการปะทะเมื่อครู่ แต่เขาก็บัดมันทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ สิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้คือกลิ่นอายจาง ๆ ของเวทมนตร์นอกกฎหมายที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงข้ามหน้าต่างบานนั้น
นี่คือเช้าวันแรกของ 'การใช้ชีวิตนักเรียนอย่างเป็นทางการ'
แม้ว่าในนามเขาจะเป็นเพียงนักเรียนปีหนึ่งผู้ราบเรียบที่ถูกส่งตัวเข้ามาเพื่อสืบหาเบาะแสเกี่ยวกับ 'กลุ่มเงาโลหิต' ที่แทรกซึมอยู่ในสถาบัน แต่หน้าที่ลับ ๆ ในฐานะผู้ถือครองเนตรสังเกตการณ์พิเศษและการดูแลจากเอลิน่า ทำให้ชีวิตในรั้วโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ไม่มีความสงบสุขเลยแม้แต่น้อย
"ตามมา" เอลิน่าสั่งสั้น ๆ ก่อนจะเดินนำไปยังระเบียงกว้างที่มองเห็นลานประลองกลางของสถาบัน แสงอาทิตย์ยามสายเริ่มสาดส่องขับไล่ความหนาวเย็นยามค่ำคืน นักเรียนในชุดเครื่องแบบสีขาว-น้ำเงินเริ่มเดินขวักไขว่ เสียงหัวoเราะและเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วลอยมาตามลม บรรยากาศช่างดูผิวเผินว่าปกติสุข... แต่นั่นคือภาพลวงตาสำหรับคนที่มีสายตาเฉียบคมอย่างเรย์
เรย์เดินตามไปทิ้งน้ำหนักตัวพิงกับราวระเบียงหินอ่อน เขาหยิบลูกอมรสมิ้นท์ขึ้นมาแกะเปลือกแล้วโยนเข้าปาก "คุณกำลังสงสัยว่าสายัณห์เมื่อคืนเกี่ยวข้องกับสภานักเรียนใช่ไหมครับ, ผู้กอง?"
เอลิน่าหันมามองเขาด้วยหางตา "นายสังเกตเห็นอะไรอีก?"
"รอยเท้าเวทมนตร์บนพื้นหินอ่อนปีกตะวันตก มีการใช้คาถา 'พรางก้าว' ระดับสูง ซึ่งปกติแล้วจะมีเพียงกลุ่มขุนนางชั้นสูงหรือคณะกรรมการวินัยของสสภานักเรียนเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึงคลังข้อมูลคาถานี้" เรย์เคี้ยวลูกอมกรุบกรับ สายตาสีเทาเข้มกวาดมองกลุ่มนักเรียนที่กำลังเดินผ่านลานด้านล่าง "แถมเจ้าของรอยเท้านั้นยังจงใจทิ้งร่องรอยไว้เพื่อให้เราตามไป... เป็นการยั่วโมโหที่สิ้นคิด หรือไม่ก็เป็นกับดักที่วางไว้รอให้อางกว้างพอที่จะกลืนเราทั้งคู่"
เอลิน่าเงียบไปครู่หนึ่ง เธอยอมรับในใจว่าบางครั้งความสามารถในการประมวลผลสถานการณ์ของเรย์นั้นน่าทึ่งเกินกว่ามนุษย์ทั่วไป แม้ภายนอกเขาจะดูขี้เกียจและชอบทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน แต่ทุกรายละเอียดที่ผ่านสายตาของเรย์มักจะไม่รอดพ้นการวิเคราะห์เชิงลึกเสมอ
"วันนี้พวกเรามีคาบเรียนภาคปฏิบัติร่วมกับนักเรียนปีสอง" เอลิน่าเปลี่ยนเรื่องโดยไม่ยอมรับหรือปฏิเสธข้อสังเกตนั้น "และนายจะต้องเข้าร่วมในฐานะ 'ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน' ของฉัน... อย่าทำให้ฉันต้องอับอายต่อหน้าพวกเด็ก ๆ ล่ะ"
"โอ้โห มอบหมายงานหนักให้ตั้งแต่วันแรกเลยหรือครับเนี่ย? สงสัยผมต้องขอค่าเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยเพิ่มแล้วกระมัง" เรย์แกล้งถอนหายใจทำหน้าเซ็ง แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากกลับทำให้เอลิน่าต้องอดหมั่นไส้ไม่ได้
สถาบันอาร์เคเลียไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงเรียนสอนเวทมนตร์ แต่เป็นป้อมปราการขนาดยักษ์ที่มีโครงสร้างซับซ้อน แบ่งออกเป็นหอคอยเวทมนตร์เจ็ดสาย และสนามฝึกซ้อมใต้ดินที่เชื่อมต่อกับรากฐานของภูเขาเวทมนตร์ การก้าวเดินไปตามทางเดินหินแกรนิตสีเทาเข้มทำให้เรย์รู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่ในเขาวงกตที่มีชีวิต ผนังสองข้างประดับด้วยภาพวาดอดีตคณาจารย์ที่ดวงตาในภาพมักจะขยับตามผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงลานประลองกลางแจ้งขนาดมหึมา เสียงพูดคุยของเหล่านักเรียนปีสองนับร้อยชีวิตก็เงียบลงทันที สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ผู้หญิงร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบผู้ฝึกสอนสีดำสนิท—เอลิน่า—และเด็กหนุ่มผมสีเงินที่เดินตามหลังมาด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย
"นั่นใครน่ะ? หน้าตาไม่คุ้นเลย ปีหนึ่งเหรอ?" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากกลุ่มนักเรียนชายมุมสนาม
"หึ แต่งตัวประหลาด แถมยังเดินตามหลังคุณครูเอลิน่าต้อยๆ หรือว่าเป็นเด็กเส้นที่ท่านผู้อำนวยการฝากฝังมา?" เสียงเยาะเย้ยดังตามมาพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของกลุ่มเด็กสาวขุนนาง
เรย์ไม่ได้ใส่ใจเสียงซุบซิบนินทาเหล่านั้น เขากวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบสนามประลอง ระบบตรวจสอบอัตโนมัติในหัวของเขาเริ่มทำงาน วิเคราะห์ระดับพลังมานาของนักเรียนแต่ละคนอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่ อยู่ในระดับนักเวทฝึกหัดขั้นสูงถึงระดับกลาง แต่มีอยู่คนหนึ่ง... เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ผมสีแดงเพลิงที่ยืนกอดอกอยู่แถวหน้าสุด ปล่อยออร่าความร้อนรุ่มและมานาที่ปั่นป่วนออกมาอย่างปิดไม่มิด
'เรนาร์ด' บุตรชายคนที่สองของตระกูลดยุกแห่งแดนเหนือ ผู้มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ธาตุไฟขั้นสูง และเป็นหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของสภานักเรียน
"เอาล่ะ ทุกคนเงียบ!" เสียงกังวานทรงอำนาจของเอลิน่าดังขึ้นจนทุกคนต้องสงบปากสงบคำทันที "วันนี้เราจะมีการทดสอบการประลองยุทธ์แบบตัวต่อตัว และฉันได้แต่งตั้ง 'ผู้ช่วยพิเศษ' ขึ้นมาทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและประเมินผลในวันนี้... เรย์ ก้าวออกมาข้างหน้า"
เรย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินก้าวออกมาหยุดยืนเคียงข้างเอลิน่าท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
เรนาร์ดก้าวเท้าออกมาจากแถวด้วยรอยยิ้มหยัน ดวงตาสีเพลิงหรี่มองเรย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูแคลน "ผู้ช่วยพิเศษงั้นหรือครับคุณครูเอลิน่า? ดูท่าทางบอบบางราวกับคุณหนูในห้องหอแบบนี้ จะไ้ารับมือกับเวทมนตร์ธาตุไฟของพวกเราไหวเหรอครับ? หรือว่าสถาบันเราตอนนี้ตกต่ำถึงขนาดต้องเอาเด็กฝึกหัดมาเป็นผู้ช่วยแล้ว?"
เสียงหัวเราะฮือฮาดังขึ้นทั่วสนาม นักเรียนหลายคนพยักหน้าเห็นด้วยกับเรนาร์ด เพราะในโลกเวทมนตร์แห่งนี้ ความแข็งแกร่งคือเครื่องพิสูจน์ทุกสิ่ง เด็กหนุ่มหน้าตาดีที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามคนนี้ไม่มีทางอยู่ในสายตาของพวกเขาแน่
เอลิน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอกำลังจะก้าวออกไปจัดการกับความอวดดีของเรนาร์ด แต่เรย์กลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน
เรย์ส่งยิ้มสุภาพ—รอยยิ้มแบบที่มักจะใช้เวลาจับพิรุธคนร้ายในโลกเก่า—ให้แก่เรนาร์ด เขาก้าวเท้าช้า ๆ ไปข้างหน้า มือซ้ายล้วงกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบ ส่วนมือขวาเคาะนิ้วเบาๆ กับด้ามดาบสั้นที่ข้างเอว
"ความแข็งแกร่งไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาที่แผ่ออกมาเหมือนเตาปฏิกรณ์ระเบิดหรอกนะครับ, คุณเรนาร์ด" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "และคนที่ชอบพูดจาข่มคนอื่นก่อนเริ่มเกม... ส่วนใหญ่แล้วมักจะซ่อนจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดเอาไว้เสมอ"
ดวงตาของเรนาร์ดเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความโกรธ "แกกว่ายังไงนะไอ้สวะ!"
"ผมไม่ได้หมายถึงใครเป็นพิเศษหรอกครับ..." เรย์หยุดยืนห่างจากเรนาร์ดเพียงสามก้าว ดวงตาสีเทาเข้มเป็นประกายคมกราบราวกับมองทะลุเปลือกนอกของอีกฝ่าย "แต่ถ้าคุณอยากพิสูจน์ว่าเด็กเส้นคนนี้ไร้ความสามารถจริง... ทำไมเราไม่ลองมาเดิมพันกันสักตั้งล่ะครับ? ในการประลองตัวต่อตัวแบบจำกัดเวลา หากผมหลบการโจมตีของคุณไม่ได้ภายในสามกระบวนท่า ผมจะคุกเข่าขอโทษคุณต่อหน้าทุกคนที่นี่"
สนามประลองทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กใหม่คนนี้จะกล้าท้าทายเรนาร์ด—ผู้มีฝีมือติดอันดับต้น ๆ ของปีสอง—อย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้
เรนาร์ดยิ้มเหี้ยมเกรียม "แกหาเรื่องใส่ตัว องครักษ์พิทักษ์ความยุติธรรมกำมะลอ!"
เอลิน่ามองแผ่นหลังของเรย์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอยังไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ซ่อนไพ่ตายอะไรไว้ แต่ในแววตาของเรย์ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความสนุกสนานของนักสืบที่กำลังสนุกกับการไขปริศนาชิ้นใหม่
เรนาร์ดสะบัดมือขวา วงเวทย์สีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางอากาศ เปลวเพลิงความร้อนสูงพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว "รับมือให้ดีล่ะ!"
*ฟุบ!*
เปลวเพลิงพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของเรย์ด้วยความเร็วสูง เสียงฮือฮาดังระงมด้วยความตกใจเพราะคิดว่าเรย์คงจะถูกเผาเป็นจุลจินตการแน่ ๆ แต่ทว่า—
เรย์เพียงแค่เอี้ยวตัวหลบไปทางซ้ายอย่างเชื่องช้าในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ราวกับเขารู้ล่วงหน้าแล้วว่าลูกไฟนั้นจะพุ่งมาที่จุดใด เปลวเพลิงเฉียดผ่านชายเสื้อเครื่องแบบไปเพียงนิดเดียว ทิ้งรอยไหม้สีดำจาง ๆ ไว้บนพื้นหินหลังตัวเขา
"กระบวนท่าที่หนึ่ง... พลาดเป้าไปนิดนะครับ" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ พลางหยิบลูกอมรสมิ้นท์อีกเม็ดขึ้นมาอม
เรนาร์ดยิ่งโกรธจัดจนหน้าดำคร้าน เขาคำรามลั่นและซัดลูกไฟชุดใหญ่ออกมาพร้อมกันสามลูก ปิดกั้นทุกทางหนีทีไล่ เอลิน่าขยับตัวเตรียมจะพุ่งเข้าไปแทรกแซงตามกฎความปลอดภัย แต่ทว่า จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนลึกลับก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเรย์—ไม่ใช่ระบบของสถาบัน แต่เป็นระบบเฉพาะตัวที่เชื่อมโยงกับเนตรสังเกตการณ์
[ระบบตรวจพบ: คลื่นมานาผิดปกติประเภท 'คำสาปสะกดจิต' แฝงมากับเปลวเพลิงของเป้าหมาย]
[คำเตือน: นี่ไม่ใช่การประลองปกติ แต่เป็นการลอบสังหารผ่านเวทมนตร์ต้องห้าม!]
ดวงตาสีเทาเข้มของเรย์หรี่แคบลง รอยยิ้มสบายๆ บนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มมุมปากของเรนาร์ดในตอนนี้... มันไม่ใช่รอยยิ้มของเด็กหนุ่มที่กำลังโมโหอีกต่อไป แต่เป็นรอยยิ้มว่างเปล่าของ 'ตุ๊กตาที่ถูกชักใย'
และในวินาทีที่เรย์กำลังจะเอ่ยปากเตือนเอลิน่า แผ่นดินใต้สนามประลองก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง!
*เปรี้ยง—!*
พื้นหินอ่อนเบื้องล่างแตกกระเจิงออกเป็นเสี่ยง ๆ ควันสีดำทึบพวยพุ่งขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณ พร้อมกับเงาร่างนับสิบในชุดคลุมสีดำสนิทที่พุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้ดิน ล้อมรอบสนามประลองเอาไว้ทั้งหมดในพริบตา และใจกลางของกลุ่มคนเหล่านั้น ร่างของชายผู้สวมหน้ากากเงินลายกางเขนกลับก้าวออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยือกที่สะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาเวทมนตร์
"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนที่แท้จริง... นักสืบผู้ล่วงรู้ความลับ"
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในโลกแห่งเวทมนตร์นี้นะครับ!
คดีลับสลับร่าง: คุณชายตัวร้ายกับคุณครูฝึกสุดแสบ•ตอนที่ 10
เริ่มชีวิตนักเรียนอย่างเป็นทางการ
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับสลับร่าง: คุณชายตัวร้ายกับคุณครูฝึกสุดแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!