ความเงียบงันภายในห้องใต้ดินลึกลงไปสามชั้นของสถาบันเวทมนตร์ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยแม้แต่น้อย มันคือความอึดอัดที่หนาแน่นเสียจนแม้แต่ออกซิเจนก็ยังดูเหมือนจะขยับตัวผ่านปอดด้วยความยากลำบาก กลิ่นอับชื้นของอิฐโบราณและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเวทมนตร์มืดที่กดทับสติสัมปชัญญะให้พร่ามัว
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สมองส่วนหน้าของเขากลับกำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูงราวกับเฟืองจักรกลชั้นดีที่ถูกกระตุ้นด้วยน้ำมันหล่อลื่นชั้นเลิศ
เบื้องหน้าของเขาคือเงาดำมหึงษาที่แผ่ไอความมืดทึบ ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ที่เคยจ้องมองมาด้วยจิตสังหารอันรุนแรง บัดนี้กลับหันขวับไปทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง ราวกับทหารรับจ้างที่กำลังยืนตรงเคารพผู้บัญชาการสูงสุด
และในความมืดที่เคลื่อนไหวระลอกนั้น เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินก็ดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
มันเป็นจังหวะที่เชื่องช้า มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจกดดันที่ไม่อาจมองข้าม
"ไม่นึกเลยว่าคนที่เราตามหาแทบพลิกแผ่นดิน จะมานั่งรอรับแขกอยู่ในที่อับชื้นแบบนี้... น่าผิดหวังนิดหน่อยนะ เรย์"
น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่มและเปี่ยมด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนความอันตรายไว้ภายใต้ความสุภาพ เป็นเสียงที่เรย์คุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าเสียงของตัวเองในยามเช้า
เงาร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มก้าวพ้นความมืดออกมา แสงสลัวจากผลึกเวทมนตร์ใกล้เคียงสะท้อนให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่คุ้นตา รอยยิ้มมุมปากและแววตาสีอำพันคู่นั้น...
"ศาสตราจารย์คาร์ล..." เรย์เอ่ยชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ลมหายใจของเขาถูกผ่อนออกอย่างช้าๆ เพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ "ไม่สิ... ต้องเรียกว่าผู้อยู่เบื้องหลังการสลับร่างครั้งนี้ทั้งหมดสินะครับ"
คาร์ลหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นตามไหล่เสื้อด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเดินชมสวนดอกไม้หลังบ้าน มากกว่าจะยืนอยู่ท่ามกลางฝูงอสูรเงาและซากปรักหักพัง
"เธอฉลาดเสมอ เรย์ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงเลือกเธอมาเป็นภาชนะทดลองชิ้นเอก" คาร์ลกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชมอย่างจริงใจ "การสลับร่างระหว่างคุณชายตระกูลใหญ่ผู้ไร้ความสามารถกับครูฝึกสาวผู้เคร่งครัด... ใครจะไปคิดว่ากลไกเวทมนตร์โบราณที่ฉันปรับแต่งขึ้น จะสร้างผลลัพธ์ที่น่าสนใจขนาดนี้ได้ ทั้งความเข้ากันของคลื่นสมอง ทั้งความทรงจำที่ค่อยๆ ผสานกัน มันช่างเป็นงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบ"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของเรย์ก็เหลือบไปเห็นร่างที่หมดสติอยู่ด้านหลังของคาร์ล ร่างเพรียวบางในชุดเครื่องแบบครูฝึกที่คุ้นเคย—เอลิน่า!
หัวใจของเรย์กระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่สีหน้าของเขากลับยิ่งนิ่งสนิทลงไปอีก ความเย็นชาแผ่ซ่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงขมับ สมองส่วนวิเคราะห์ทำงานหนักขึ้นจนเกิดเสียงฮัมเบาๆ ในหู
*[ระบบตรวจพบสถานการณ์วิกฤตระดับสูงสุด]*
*[กำลังเปิดใช้งาน: โหมดวิเคราะห์ขั้นสูง (Advanced Analysis Mode)]*
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในห้วงความคิด ข้อมูลมหาศาลไหลบ่าเข้ามาในสมองของเรย์ราวกับสายน้ำหลาก ตัวเลข องค์ประกอบทางเวทมนตร์ จุดอ่อนของศัตรู และความเป็นไปได้ในการรอดชีวิตนับล้านรูปแบบถูกประมวลผลและคัดกรองออกอย่างรวดเร็วด้วยความสามารถเฉพาะตัวของอดีตนักสืบ
"คุณไม่ได้ทำเพื่อความสนุกสนานหรือการทดลองเวทมนตร์ธรรมดาหรอกครับ" เรย์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ ดวงตาหลังกรอบแว่นสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากระบบที่กำลังทำงาน "เป้าหมายที่แท้จริงของคุณคือการดึงพลังงานแก่นแท้จากร่างต้นฉบับทั้งสอง เพื่อเปิดประตูมิติรอยแยกโบราณที่อยู่ใต้สถาบันแห่งนี้ต่างหาก"
รอยยิ้มบนใบหน้าของคาร์ลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันหรี่แคบลง
"การที่เอลิน่าพยายามสืบหาความจริงเรื่องการหายตัวไปของนักเรียนเมื่อสามเดือนก่อน และการที่ผมถูกดึงเข้ามาพัวพันในคดีนี้... ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่ต้น เพื่อให้พวกเรามีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นกุญแจเปิดผนึก" เรย์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้จะตกอยู่ในวงล้อมของอสูรเงานับร้อย แต่ท่าทางของเขากลับสง่างามและไร้ซึ่งความตื่นกลัว "ผมพูดถูกไหมครับ?"
คาร์ลนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปรบมือช้าๆ สองสามครั้ง เสียงปรบมือดังสะท้อนไปทั่วห้องใต้ดินอันเวิ้งว้าง
"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมาก เรย์ ฉันชักจะเสียดายที่จะต้องใช้เธอเป็นเครื่องบูชาซะแล้วสิ ถ้าเราไม่ได้อยู่คนละฝ่ายกัน เธออาจจะมาเป็นมือขวาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฉันก็ได้" คาร์ลสะบัดมือเบาๆ อสูรเงารอบด้านเริ่มขยับตัว กรงเล็บแหลมคมขูดกับพื้นหินจนเกิดเสียงน่าขนลุก "แต่ก็นั่นแหละ ความรู้มากเกินไปมักจะพาให้ตายเร็วเสมอ"
*ตูม!*
อสูรเงาตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่เรย์ด้วยความเร็วสูงราวกับลูกศรที่ถูกยิงจากคันธนู แรงลมจากการเคลื่อนที่แผ่ไอเย็นเยือกจนเส้นผมของเรย์ปลิวไสว
ทว่า ในสายตาของเรย์ ทุกอย่างรอบตัวกลับเคลื่อนไหวช้าลงราวกับภาพสโลว์โมชัน
*[คำนวณวิถีการโจมตี: สำเร็จ 98.5%]*
*[ช่องว่างระหว่างการป้องกัน: 0.12 วินาที]*
*[การตอบสนองขั้นสูงสุด: เปิดใช้งาน]*
เรย์เบี่ยงตัวหลบกรงเล็บมรณะได้อย่างเฉียดฉิว ลมหายใจของเขาประสานเข้ากับจังหวะการเต้นของระบบอย่างสมบูรณ์แบบ มือขวากระชับกริชเวทมนตร์ที่ซ่อนไว้ในเสื้อขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้
"คุณพูดถูกครับศาสตราจารย์... ความรู้มักจะอันตรายเสมอ" เรย์พึมพำเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "โดยเฉพาะความรู้ที่ว่า... จุดอ่อนของเวทมนตร์เงาชิ้นนี้คืออะไร"
เขาย่อตัวลงต่ำแล้วพุ่งสวนทางกับอสูรเงาตัวยักษ์ มุ่งตรงไปยังแท่นศิลาโบราณที่อยู่ด้านหลังของคาร์ล ซึ่งเอลิน่าถูกพันธนาการอยู่ ณ ที่นั้น!
คาร์ลเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด "หยุดเขาไว้!"
ทว่า มันสายเกินไปเสียแล้ว เมื่อปลายนิ้วของเรย์แตะลงบนอักขระเวทมนตร์บนแท่นศิลา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนครั้งใหม่ที่ดังขึ้นอย่างกึกก้องในหัวของเขา
*[ปลดล็อกขีดจำกัดพลังงานระดับ SSS: ระบบผสานจิตวิญญาณสมบูรณ์แบบ]*
*[คำเตือน: การกระทำนี้จะปลุก... บางสิ่งที่ถูกผนึกไว้นับพันปีให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล]*
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีแดงฉานระเบิดขึ้นจากใจกลางห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงตัวอาคารสถาบันด้านบน และในวินาทีที่เงาดำมหึงษาร่างสุดท้ายลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งหมดของมันไม่ได้มองมาที่เรย์อีกต่อไป แต่กำลังจับจ้องไปยัง... ด้านหลังของคาร์ล!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากับเรามาจนถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้นะครับ
คดีลับสลับร่าง: คุณชายตัวร้ายกับคุณครูฝึกสุดแสบ•ตอนที่ 32
ระบบปลดล็อกขีดจำกัด
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับสลับร่าง: คุณชายตัวร้ายกับคุณครูฝึกสุดแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!