เข็มทิศในมือของนายแพทย์ศตวรรษสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับเข็มโลหะขนาดเล็กภายในกำลังหวาดกลัวต่อบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น มันไม่ได้ชี้ไปทางทิศเหนือตามหลักแรงโน้มถัดของโลกอีกต่อไป หากแต่หมุนวนเป็นวงกลมอย่างไร้ทิศทาง ดุจดั่งจิตใจของมนุษย์ที่กำลังสูญเสียหลักยึดเหนี่ยวท่ามกลางความมืดมิด
เบื้องหลังของพวกเขา กำแพงต้นไม้ที่บิดเกลียวเข้าหากันแน่นหนาจนกลายเป็นกรงขังธรรมชาติ ได้ปิดตายเส้นทางถอยกลับอย่างสมบูรณ์ ไม่มีช่องว่าง ไม่มีแสงสว่างเล็ดลอด และไม่มีแม้แต่เสียงลมพัดผ่าน มีเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่กดทับลงบนโสตประสาท จนได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจตัวเองดังสะท้อนอยู่ในกะโหลกศีรษะ
"วิทยาศาสตร์อธิบายการทำงานของสนามแม่เหล็กโลกได้เสมอ หมอไตร..." ศตวรรษเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเขาแหաբพร่าเล็กน้อยแต่พยายามรักษาความมั่นคงเอาไว้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองหน้าปัดเข็มทิศด้วยความดื้อรั้น "แต่อุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ได้เสีย... มันแค่กำลังถูกรบกวนด้วยพลังงานบางอย่างที่เรายังวัดผลไม่ได้ในเชิงประจักษ์"
ไตรภพยืนพิงลำต้นของต้นไม้โบราณที่เปลือกไม้มีลักษณะคล้ายผิวหนังมนุษย์กำลังลอกหลุด หมอไสยเวทผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เขากำลังจุดบุหรี่มวนเก่าด้วยมือที่นิ่งสนิท แม้ประกายไฟสีส้มดวงเล็กจะดูริบหรี่จนน่าเวทนาเมื่อเทียบกับความมืดมิดรอบกาย
"คุณยังพยายามหาเหตุผลทางฟิสิกส์มาอธิบายป่ากินคนแห่งนี้อีกหรือครับ หมอวัฒน์" ไตรภพพ่นควันสีเทาออกทางจมูก กลิ่นฉุนของใบยาโบราณผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของซากพืชซากสัตว์ "บางครั้ง... การปฏิเสธความจริงตรงหน้า ก็เป็นกลไกการป้องกันตัวที่น่าสมเพชที่สุดของมนุษย์ที่มีการศึกษาดี"
"ผมไม่ได้ปฏิเสธความจริง ผมแค่อยลังการกับวิธีที่คุณใช้ความงมงายมาอธิบายความไร้ระเบียบของธรรมชาติ" ศตวรรษหันขวับมาเผชิญหน้า น้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้สายตา "เราติดอยู่ในดงหมอกที่หนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายเท้าตัวเอง อากาศเริ่มเบาบางลง และสารเคมีบางชนิดในหมอกนี้กำลังเริ่มออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง นั่นคือเหตุผลที่พวกเราเริ่มเห็นภาพหลอนและได้ยินเสียงกระซิบ ไม่ใช่เพราะวิญญาณบรรพบุรุษเหี้ยนอะไรนั่น"
ก่อนที่ไตรภพจะทันได้โต้แย้ง สายหมอกสีขาวจัดที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวก็เริ่มหนาแน่นขึ้นจนกลายเป็นกำแพงทึบ มันไม่ใช่หมอกไอน้ำตามธรรมชาติ แต่มันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต ห่อหุ้มร่างของพวกเขาทีละน้อย จนระยะการมองเห็นลดลงเหลือเพียงไม่ถึงสองก้าว
ทันใดนั้น... เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ลอยล่องมาตามสายลมที่ไม่มีทิศทาง
*(...หมอ... กลับมา...)*
เสียงนั้นแหบพร่าและคุ้นเคยอย่างประหลาด มันเป็นเสียงของผู้ป่วยเคสสุดท้ายที่ศตวรรษเคยผ่าชันสูตรเมื่อสัปดาห์ก่อน ชายหนุ่มผู้เสียชีวิตบนเตียงผ่าตัดด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ท่ามกลางความสงสัยว่ามีการใช้ยาเกินขนาดหรือไม่ ศตวรรษจำเสียงแหบแห้งนั้นได้แม่นยำ แม้ว่าเจ้าของร่างจะนอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะสแตนเลสเย็นเยียบในห้องดับจิตมาหลายวันแล้วก็ตาม
ศตวรรษชะงักกึก กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งค้าง เขาหันขวับไปมองตามทิศทางของเสียง ทว่าพบเพียงความว่างเปล่าที่มีเพียงหมอกหนาทึบหมุนวน
"คุณได้ยินไหม..." ศตวรรษพึมพำโดยไม่รู้ตัว ความมั่นทางวิทยาศาสตร์เริ่มสั่นคลอนเป็นครั้งแรกในชีวิต
"ผมเตือนคุณแล้วว่า ที่นี่ไม่ใช่ห้องผ่าตัดของคุณ" ไตรภพก้าวเข้ามาประชิดตัว มือแกร่งเอื้อมไปแตะไหล่ของแพทย์หนุ่มเบาๆ แต่หนักแน่นพอที่จะเรียกสติ "ที่นี่ กฎเกณฑ์ของมนุษย์ไม่มีความหมาย ความตายไม่ได้มาในรูปแบบของเชื้อโรคหรือเซลล์มะเร็ง แต่มันมาในรูปของ 'ความทรงจำ' ที่พวกคุณพยายามกลบฝังมันไว้"
"ผมไม่ได้กลบฝังอะไรทั้งนั้น..." ศตวรรษปัดมือของอีกฝ่ายออกด้วยความหงุดหงิดที่เจือด้วยความหวาดกลัวลึกๆ "ผมทำหน้าที่ของแพทย์อย่างเที่ยงตรงที่สุด!"
"งั้นหรือครับ..." ไตรภพยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาสีเทาคู่คมจ้องทะลุเข้าไปในดวงตาของศตวรรษ "ถ้าเช่นนั้น ทำไมศพที่คุณกำลังชันสูตรเมื่อคืนก่อน ถึงมีรอยกรีดที่ข้อมือทั้งสองข้าง ทั้งๆ ที่รายงานการตายระบุว่าจมน้ำตายล่ะครับ หมอวัฒน์?"
คำถามนั้นราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลึกลงไปในความลับที่ศตวรรษจงใจซ่อนไว้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มีคำตอบทางวิทยาศาสตร์ที่สมเหตุสมผลสำหรับรอยแผลเหล่านั้น รอยแผลที่ปรากฏขึ้นบนร่างผู้ตาย *หลังจาก* ที่หัวใจหยุดเต้นไปแล้วหลายชั่วโมง
ท่ามกลางหมอกหนาทับซ้อนมิติที่บิดเบือนทั้งกาลเวลาและสถานที่ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็เริ่มดังขึ้นรอบตัวพวกเขา เสียงย่ำลงบนใบไม้แห้งดังกรอบแกรบ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... เรื่อยๆ... พร้อมกับเงาร่างตะคุ่มนับสิบที่ค่อยๆ ก้าวทะลุกำแพงหมอกออกมา เงาร่างเหล่านั้นล้วนสวมชุดกราวน์สีขาวเปื้อนคราบเลือด และที่น่ากลัวที่สุดคือ ทุกร่างต่างหันใบหน้าไร้วิญญาณมาทางนายแพทย์ศตวรรษพร้อมกัน
ไตรภพดึงกริชโบราณออกจากเอว ประกายแสงสีนวลจากคมมีดขับไล่หมอกรอบตัวให้ถอยร่นไปได้ชั่วขณะ เขาสูดหายใจลึกก่อนจะกระซิบเสียงต่ำด้วยความตึงเครียดที่หาได้ยาก
"เตรียมตัวให้ดี หมอวัฒน์... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญจากอดีตของคุณ มาทวงสัญญาบนโต๊ะผ่าตัดแล้วครับ"
ศตวรรษก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังชนเข้ากับร่างของไตรภพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในวินาทีที่ความหวาดกลัวพุ่งถึงขีดสุด ดวงตาของแพทย์นิติเวชเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่เดินนำหน้าสุด นางก้าวเข้ามาใกล้จนแสงสว่างจากกริชอาคมสาดกระทบใบหน้าของเธอชัดเจน... ใบหน้าของหญิงสาวผู้เป็นคนรักเก่าของเขาเอง หญิงสาวที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน ซึ่งศตวรรษเป็นคนลงนามในใบมรณะบัตรด้วยมือของเขาเอง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้นะครับ
ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม•ตอนที่ 12
หมอกหนาทับซ้อนมิติ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!