เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องตรวจศพปลอดเชื้อ ลูกบิดประตูกระจกฝ้าที่หมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้าเมื่อครู่ไม่ได้นำพามาซึ่งวิญญาณร้ายจากขุมนรกอย่างที่จิตใต้สำนึกอันตึงเครียดของนายแพทย์ศตวรรษกำลังหวาดระแวง หากแต่เป็นร่างสูงโปร่งของไตรภพที่ทรุดฮวบลงพิงกับกรอบประตู ลมหายใจของหมอไสยเวทหนุ่มหอบกระชั้น ร่างกายสั่นเทาจนแทบไม่เหลือเค้าลางของความเย่อหยิ่งและคมกริบที่เคยใช้ทิ่มแทงความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ของเขาเลยแม้แต่น้อย
"หมอไตร!"
ศตวรรษทิ้งแฟ้มประวัติคดีในมือลงบนโต๊ะสแตนเลส เสียงกระดาษปะทะพื้นดังสนั่นสะท้อนก้อง เขาก้าวเข้าไปคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ได้ทันก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ความร้อนระอุที่แผดเผาผ่านเนื้อผ้าของเสื้อเชيرสีเข้มทำให้แพทย์นิติเวชหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ ไตรภพกำลังมีไข้สูง ปรอทในร่างกายของอีกฝ่ายพุ่งสูงจนน่ากลัวจากการฝืนใช้พลังจิตและอาคมโบราณสะกดรอยอาถรรพ์เมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้
ดวงตาคมกริบที่มักฉายแววเย้ยหยันโลกใบนี้ยามนี้ปิดสนิท ริมฝีปากแห้งผากไร้สีเลือด ไตรภพพยายามจะขยับยิ้มฝืนๆ แต่มันกลับดูน่าเวทนาเสียยิ่งกว่าการร้องไห้
"อย่าทำหน้าเหมือนผมกำลังจะตายเลยครับหมอ... มันเสียฟอร์มคนเก่งหมด" เสียงแหบพร่ากระซิบลอดไรฟัน ร่างกายที่ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดมาพิงไว้ที่ตัวของศตวรรษทำให้เขารู้สึกได้ถึงความเปราะบางอย่างไม่น่าเชื่อ คนที่เคยยืนหยัดท้าทายอำนาจมืดอย่างไม่กลัวเกรง บัดนี้กลับเปราะบางราวกับตุ๊กตาแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากโดนสัมผัสแรงเกินไป
ศตวรรษไม่ตอบคำถาม เขาใช้มือข้างหนึ่งประคองแผ่นหลังกว้าง อีกข้างสอดใต้ข้อพับเข่าแล้วช้อนร่างของหมอไสยเวทขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล กลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมและควันเทียนที่ติดตัวไตรภพมาผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องดับจิต สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดในอกของแพทย์หนุ่มผู้ยึดมั่นในเหตุผล—นี่คือความขัดแย้งที่เขาเกลียดชัง แต่มันกลับดึงดูดสายตาของเขาให้จดจ้องอย่างไร้เหตุผล
เขาพาอีกฝ่ายเดินผ่านประตูห้องชันสูตรเข้ามายังห้องพักแพทย์ด้านใน ซึ่งมีเตียงสนามสำหรับนอนพักเวรตั้งอยู่ ศตวรรษค่อยๆ วางร่างของไตรภพลงบนเบาะอย่างระมัดระวังที่สุด ราวกับกลัวว่าความรุนแรงเพียงเล็กน้อยจะทำให้คนตรงหน้าเจ็บปวด
"คุณนี่มันดื้อด้านจริงๆ" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุเจือความเป็นห่วงที่เขาพยายามซ่อนไว้ไม่ให้มันแสดงออกมาชัดเจนเกินไป "รู้ตัวไหมว่าอาการแบบนี้มันเกินขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ไปไกลแค่ไหน ถ้าผมไม่อยู่เปิดประตูรับ คุณคงนอนหมดสติอยู่หน้าห้องจนช็อกไปแล้ว"
ไตรภพนอนหอบหายใจอยู่บนเตียง ดวงตาค่อยๆ ลืมขึ้นมองหน้าแพทย์หนุ่มผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อคลอจากพิษไข้ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างอ่อนแรง
"ถ้าผมไม่มาหาคุณ... แล้วผมจะไปพึ่งใครล่ะครับ หมอผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องผีสาง" น้ำเสียงนั้นเย้าแหย่ แต่มันช่างแผ่วเบาเสียจนกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง
ศตวรรษถอนหายใจยาวนาน เขาหยิบกล่องปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ตรวจเบื้องต้นมาวางไว้ข้างเตียง ปลายนิ้วเรียวยาวแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของไตรภพออกทีIละเม็ดอย่างคล่องแคล่วเพื่อตรวจเช็กการเต้นของหัวใจและวัดไข้ การกระทำที่ใกล้ชิดกันจนเกินขอบเขตของเพื่อนร่วมงานหรือคู่ปรับ ทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ นี้เปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณอย่างประหลาด
ผิวเนื้อของไตรภพเย็นเฉียบในบางจุดแต่กลับร้อนรุ่มในจุดที่พลังอาคมตีกลับ ศตวรรษใช้มือข้างหนึ่งแตะลงที่หน้าผากของอีกฝ่ายเพื่อประเมินอุณหภูมิ ความเย็นจากปลายนิ้วของแพทย์นิติเวชดูเหมือนจะช่วยบรรเทาความทรมานของไตรภพลงได้บ้าง ร่างที่สั่นเทาเริ่มสงบลงเล็กน้อย ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว
ในเสี้ยววินาทีนั้น ศตวรรษอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้แววตาสีเทาของไตรภพออก มันไม่ใช่แค่ความอ่อนล้าจากพิษไข้ แต่มันคือความโดดเดี่ยวอันยาวนานของคนที่ต้องแบกรับความลับและความตายของผู้คนไว้บนบ่าลำพัง คนเก่งที่ใครๆ ต่างพึ่งพา มักไม่มีใครเคยถามไถ่ว่าพวกเขากำลังแบกรับอะไรไว้บ้าง และในยามที่ล้มลง... พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะอ่อนแอต่อหน้าใคร
"ทำไมถึงต้องฝืนขนาดนั้นล่ะครับ หมอไตร?" ศตวรรษเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งกระด้างที่เคยใช้โต้เถียงกันในทุกคดีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความนุ่มนวลของมนุษย์ที่กำลังมองเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
"เพราะความจริงบางอย่าง... มันซ่อนอยู่ลึกเกินกว่าที่กล้องจุลทรรศน์ของคุณจะมองเห็น" ไตรภพตอบเสียงกระซิบ ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศตวรรษ "และผมรู้ว่า... มีเพียงคุณคนเดียวที่จะดึงผมกลับมาจากความมืดนั้นได้ทัน"
มือหนาของไตรภพที่เคยถือมีดหมอและคาถาอาคม ค่อยๆ เอื้อมขึ้นมาสัมผัสที่ข้อมือของศตวรรษที่กำลังถือปรอทวัดไข้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของทั้งคู่ส่งผ่านถึงกัน ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนอันมืดมิด เส้นแบ่งเขตระหว่างวิทยาศาสตร์และไสยเวต ความถูกต้องและสัญชาตญาณ ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย ความสัมพันธ์ที่เคยขับเคี่ยวกันด้วยปัญญาและเหตุผล บัดนี้ก้าวข้ามผ่านเส้นคำว่า "เพื่อนร่วมงาน" ไปสู่ดินแดนสีเทาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำนิยาม
ศตวรรษไม่ได้ชักมือกลับ เขายอมปล่อยให้ปลายนิ้วของไตรภพกุมข้อมือตนไว้เช่นนั้น ขณะที่กำลังจะเอוםมืออีกข้างไปเช็ดเหงื่อบนขมับให้ แสงไฟนีออนกระพริบวูบวาบขึ้นสามครั้งติดต่อกัน—เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของห้องเก็บศพชั้นใต้ดินดังขึ้นลั่นห้อง พร้อมกับเสียงกรีดแหลมสูงของเครื่องตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดโดยไม่มีสาเหตุ!
ทั้งสองคนชะงัก ไตรภพเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนศตวรรษหันขวับไปมองหน้าจอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่โต๊ะทำงาน ภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องเก็บศพด้านล่างปรากฏเงาร่างของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—กำลังยืนอยู่หน้าตู้แช่ศพหมายเลข 13 ตู้ที่ควรจะว่างเปล่ามานานนับสัปดาห์ แต่ทว่า... บัดนี้ประตูตู้แช่กำลังค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นมือสีขาวซีดไร้เลือดคู่หนึ่งยื่นออกมาจากความมืดภายในตู้ พร้อมกับรอยขูดข่วนลึกที่ปรากฏขึ้นบนกระจกกล้องวงจรปิดราวกับมีใครบางคนกำลังพยายามกรีดมันจากอีกด้านหนึ่งของจอภาพ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในทุกๆ บทตอนนะครับ
ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม•ตอนที่ 22
ความเปราะบางของคนเก่ง
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!