รอยขูดข่วนลึกบนกระจกหน้าจอมอนิเตอร์ยังคงกรีดเสียงแหลมสูงบาดแก้วหู ราวกับเล็บของมนุษย์กำลังพยายามตะกุยผ่านมิติของกาลเวลาและเทคโนโลยีออกมาสู่โลกความเป็นจริง นายแพทย์ศตวรรษไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาคู่คมของแพทย์นิติเวชผู้ยึดมั่นในโลกแห่งความจริงจ้องเขมรดภาพเงาสีขาวซีดในจอภาพด้วยความนิ่งสนิท—ความนิ่งที่ซ่อนระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา
"วิทยาศาสตร์บอกผมว่ากล้องวงจรปิดไม่มีทางถูกขีดข่วนจากภายในตู้แช่ที่ไร้สัญญาณชีพ" เสียงของศตวรรษเรียบสนิท ทว่าแหบพร่าเล็กน้อยยามเอ่ยออกมา "แต่สัญชาตญาณในฐานะหมอชันสูตรบอกผมว่า... มีบางอย่างกำลังพยายามบอกอะไรเรา"
ไตรภพไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที หมอไสยเวทหนุ่มผู้มีแววตาสีเทาดั่งกลุ่มควันในป่าลึกก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน นิ้วเรียวยาวหยิบแผ่นยันต์หนังเสือโบราณที่เพิ่งลอกลายมาจากรอยสลักใต้อ่างผ่าศพขึ้นมาพินิจ ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีนวล สายตาของไตรภพกวาดผ่านอักขระขอมโบราณที่บิดเบี้ยวราวกับตัวหนอนดิ้นรน
"วิทยาศาสตร์กับไสยเวทมันก็แค่ภาษาคนละแขนงที่ใช้อธิบายเรื่องเดียวกันครับ หมอวัฒน์" ไตรภพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างน่าประหลาด "สิ่งที่คุณเห็นในจอภาพ ไม่ใช่ผีสางที่ไหน... แต่มันคือ 'พิกัด' ทางจิตวิญญาณที่ถูกส่งตรงมาจากคนเป็น"
ศตวรรษหันขวับมามองคู่ปรับต่างขั้วด้วยความฉงน "หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า เจ้าของลายมือบนยันต์แผ่นนี้ และไอ้คนที่กำลังยืนเคาะตู้แช่ศพหมายเลข 13 อยู่ชั้นล่างตอนนี้ คือคนๆ เดียวกันครับ" ไตรภพวางแผ่นยันต์ลงบนโต๊ะ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะลงบนจุดตัดของเส้นอักขระที่ซับซ้อนราวกับแผนที่เขาวงกต "ดูรอยตวัดของหมึกสิครับ มันสั่นไหวและมีน้ำหนักกดทับหนาแน่นเป็นพิเศษในจุดนี้... มันไม่ใช่แค่คาถาอาคม แต่มันคือพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่ถูกเข้ารหัสไว้ด้วยความกลัวและความอาฆาต"
บรรยากาศในห้องทำงานแพทย์นิติเวชเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ตัดกับเสียงลมหายใจของชายหนุ่มทั้งสอง ไตรภพดึงปากกาหมึกซึมราคาแพงออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ของศตวรรษอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะลากเส้นเชื่อมโยงจุดต่างๆ บนแผนที่กระดาษไขที่พวกเขาร่างขึ้นตลอดคืนที่ผ่านมา
การเคลื่อนไหวของไตรภพเด็ดเดี่ยวและแม่นยำ ราวกับพรานป่าผู้ชำนาญทางกำลังแกะรอยเสือสมิงในคืนเดือนมืด ศตวรรษยืนกอดอกมองการกระทำนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย—มีความเคลือบแคลงตามวิสัยของนักวิทยาศาสตร์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสัญชาตญาณของหมอไสยเวทผู้นี้เฉียบคมจนน่าขนลุก
"ภูเขาผีหลอก..." ศตวรรษพึมพำชื่อสถานที่ที่หลุดออกมาจากปากของไตรภพ หลังจากปลายปากกาหยุดนิ่งสนิทที่จุดตัดสุดท้ายบนแผนที่ "คุณแน่ใจแค่ไหน? ที่นั่นมันเขตป่าดิบชื้นรอยต่อชายแดน ไม่มีถนนตัดผ่าน ชาวบ้านแถบนั้นเล่าลือกันมาหลายชั่วอายุคนว่าใครหลงเข้าไปจะไม่เคยได้กลับออกมาอีก"
"ความกลัวของมนุษย์มักสร้างตำนานเพื่อปิดบังความจริงครับ หมอวัฒน์" ไตรภพเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาสีเทาคู่นั้นฉายแววเยียบเย็นและท้าทาย "แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่ในถ้ำลึกบนภูเขานั้น น่ากลัวยิ่งกว่าเรื่องผีสางที่ชาวบ้านเล่าลือเสียอีก... ที่นั่นคือ 'ศาลาถอนวิญญาณ' ของจริง จุดศูนย์กลางของการทำพิธีกรรมไสยเวทนอกรีตที่ใช้ชีวิตมนุษย์เป็นเครื่องสังเวยเพื่อแลกกับอำนาจและความเป็นอมตะ"
ศตวรรษขยับแว่นตาเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่น สมองอันปราดเปรื่องของแพทย์นิติเวชกำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมด คดีฆาตกรรมอำพรางนับสิบคดีที่เขาเคยผ่าพิสูจน์ รอยแผลประหลาดบนศพที่ไร้สาเหตุการตายที่แน่ชัด ชิ้นส่วนอวัยวะที่หายไปอย่างปริศนา—ทุกอย่างเริ่มต่อ
จิ๊กซอว์เข้าหากันอย่างน่ากลัว
"ถ้าเราไปที่นั่น..." ศตวรรษเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและจริงจังไม่แพ้กัน "มันไม่ใช่แค่การเดินทางไปพิสูจน์ความงมงาย แต่มันคือการเดินเข้าสู่หลุมศพที่พวกมันขุดรอไว้แล้ว"
"ถูกต้องครับ" ไตรภพยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย "แต่ถ้าเราไม่ไป... เบาะแสชิ้นสุดท้ายที่จะกระชากหน้ากากฆาตกรตัวจริงก็จะสูญหายไปในกองเพลิงแห่งความลับตลอดกาล"
เสียงเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยชั้นล่างดังขึ้นกะทันหัน! *ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!*
ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว หน้าจอมอนิเตอร์ที่เคยปรากฏภาพเงาอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่ กลับตัดภาพมืดสนิทไปในพริบตาเดียว ก่อนที่ไฟนีออนทั่วทั้งห้องทำงานจะกะพริบไหวแล้วดับลงเหลือเพียงความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มอมแดงที่สาดส่องเข้ามาจากทางเดินด้านนอก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นสามครั้ง ช้าๆ และหนักหน่วง ท่ามกลางความเงียบงัดและบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ศตวรรษเอื้อมมือไปหยิบมีดผ่าศพสแตนเลสสตีลเนื้อดีขึ้นมาถือไว้มั่นโดยสัญชาตญาณ ในขณะที่ไตรภพดึงแผ่นยันต์หนังเสือเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ พร้อมกับร่ายคาถาเบาๆ ลอดไรฟัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ลากยาวมาตามพื้นทางเดินด้านนอกกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ—หยุดลงตรงหน้าประตูกระจกบานนั้นพอดี
เงาร่างสูงโปร่งทาบทับลงบนกระจกฝ้า เงาร่างที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดจนศตวรรษต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
มือข้างหนึ่งยื่นออกไปผลักประตูกระจกห้องทำงานให้เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวของบุคคลที่พวกเขากำลังพูดถึง—บุคคลที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงผ่าศพชั้นล่างเมื่อสามวันก่อน!
"สวัสดีครับ... หมอวัฒน์... หมอไตร..." เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทายพร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่มุมปาก "ผมมารับ... พิกัดสุดท้าย... ของพวกคุณแล้วครับ"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและน่าค้นหานี้ด้วยกันเสมอมานะครับ
ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม•ตอนที่ 23
เบาะแสชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!