"สวัสดีครับ... หมอวัฒน์... หมอไตร..."
เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทายพร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่มุมปาก ประโยคค้างคาจากความมืดเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหายจากโสตประสาท ไอความเย็นเยียบของป่าดิบชื้นยามวิกาลก็แทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำ นายแพทย์ศตวรรษขยับแว่นสายตา เลนส์ใสสะท้อนแสงไฟฉายวับวาบ เขายกมือขึ้นแตะกระเป๋าเสื้อกราวด์โดยอัตโนมัติ ที่นั่นมีชุดเครื่องมือชันสูตรขนาดพกพาและปืนพกสั้นที่เขาเพิ่งบรรจุนกระสุนเต็มอัตราศึก
ในฐานะแพทย์นิติเวช เขายึดมั่นเสมอว่าความตายทุกศพมีภาษาของมันเอง แต่วินาทีนี้ ภาษาที่เขากำลังเผชิญกลับไม่ใช่ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่เขาคุ้นเคย
"มึงมาช้ากว่าที่กูคำนวณไว้สามนาที, รังสิทธิ์" ไตรภพเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาราingกับอากาศธาตุ ดวงตาคมกริบใต้ร่มเงาหมวกเดินป่าจดจ้องไปยังเงาร่างที่ก้าวออกมาจากหลังม่านรากไทรยักษ์ แสงไฟฉายสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของชายวัยกลางคน รังสิทธิ์... อดีตศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากสถาบันการศึกษาเมื่อสามปีก่อน บัดนี้เขากลายสภาพเป็นมนุษย์กึ่งนักบวชไสยเวท กลื่นกลิ่นคาวเลือดจางๆ โชยมาเตะจมูกพร้อมกับสายลมวูบใหญ่
"วิทยาศาสตร์สอนให้คุณคำนวณทุกอย่างด้วยตัวเลข, หมอไตร แต่โชคชะตา... ไม่เคยเดินตามสูตรคณิตศาสตร์หรอกนะครับ" รังสิทธิ์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากราวกับกระดาษทรายถูกเสียดสี "เชิญครับ... สิ่งที่พวกคุณดั้นด้นตามหามาตลอดทาง กำลังรอให้ 'ผู้เชี่ยวชาญ' ทั้งสองท่านไปเปิดบันทึกหน้าสุดท้ายอยู่พอดี"
เบื้องหลังแผ่นหลังค่อมของรังสิทธิ์ คือปากถ้ำขนาดมหึมาที่กลืนกินแสงไฟฉายจนหมดสิ้น ลมหายใจของภูเขาพ่นไอเย็นยะเยือกออกมา พร้อมกับกลิ่นอะโรมาติกประหลาด—กลิ่นหอมหวานเอียนของกำยานผสมผสานกับกลิ่นเน่าสลายของอินทรียสารอย่างชัดเจน
หมอวัฒน์สูดหายใจลึกเพื่อเรียกสติ กลิ่นนี้กระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขา "กลิ่นนี้... ฟอร์มาลดีไฮด์ผสมกับซัลเฟอร์ไดออกไซด์? ไม่ใช่... นี่มันกลิ่นของการดองซากด้วยยางไม้โบราณ" เขาพึมพำกับตัวเองตามวิชาชีพ
"อย่าเอาความรู้จากห้องแล็บกลิ่นอับของคุณมาวัดสิ่งที่นี่เลย, หมอวัฒน์" ไตรภพเหลือบมองเพื่อนร่วมทางชั่วพริบตา แววตาสีเทาของหมอไตรเต็มไปด้วยความระแวดระวังขั้นสุด "ที่นี่ไม่ใช่ห้องชันสูตรที่มีแอร์เย็นฉ่ำ แต่นี่คือ 'ศาลาถอนวิญญาณ' ของจริง... ก้าวเข้าไปผิดก้าวเดียว วิญญาณของคุณอาจไม่ได้กลับออกมาพร้อมกับร่าง"
ทั้งสองก้าวล่วงลึกเข้าไปในความมืดโดยมีรังสิทธิ์เดินนำหน้า แสงไฟฉายกวาดผ่านผนังถ้ำขรุขระ สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาทำให้นายแพทย์ศตวรรษต้องชะงักกึก เท้าที่กำลังก้าวหยุดนิ่งโดยอัตโนมัติ ต่อให้เขาผ่านศพมาแล้วนับพันศพผ่านโต๊ะผ่าตัด แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจสะดุด
ผนังถ้ำด้านในถูกฉาบด้วยคราบสีดำคล้ำซึ่งเมื่อส่องใกล้ๆ มันคือคราบเลือดแห้งกรังนับทศวรรษ โครงกระดูกมนุษย์นับร้อยโครงถูกเรียงรายซ้อนทับกันอย่างเป็นระเบียบราวกับศิลปะร่วมสมัยที่บิดเบี้ยว กะโหลกศีรษะทุกหัวเจาะรูขนาดเท่าเหรียญบาทตรงรอยต่อกระดูกท้ายทอย—ลักษณะรอยเจาะที่บ่งบอกถึงการสกัดเอา 'สารคัดหลั่งจากต่อมใต้สมอง' ขณะที่เหย่ายังมีชีวิตอยู่
"พระเจ้าช่วย..." หมอวัฒน์พึมพำ มือที่ถือไฟฉายสั่นเทาเล็กน้อยในเสี้ยววินาที "นี่มัน... การกระทำของมนุษย์ที่มีความผิดปกติทางจิตขั้นรุนแรง (Psychopathy) พวกเขาถูกทรมานก่อนตายทั้งหมด รอยกระดูกแตกแบบนี้เกิดจากการใช้ของแข็งไม่มีคมกระแทกซ้ำๆ..."
"คุณกำลังมองหาเหตุผลทางจิตวิทยาอีกแล้วนะ, หมอวัฒน์" รังสิทธิ์หยุดเดิน หันกลับมามองด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาของเขาเบิกกว้างผิดปกติ "พวกเขาก็แค่ 'เครื่องมือ' ที่ถูกคัดสรรมาเพื่อเปิดประตูบานนั้น... ประตูที่จะทำให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์"
รังสิทธิ์ผายมือไปยังใจกลางโถงถ้ำ เบื้องหน้าคือแท่นหินศิลาแลงขนาดใหญ่ บนนั้นมีร่างของใครบางคนถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรึงโบราณ ร่างนั้นสวมชุดกราวด์แพทย์เปื้อนเลือด และที่น่าตกใจที่สุดคือ ใบหน้าของร่างนั้น... คล้ายคลึงกับนายแพทย์ศตวรรษราวกับส่องกระจกเงา!
"นั่น... อะไรกัน?" หมอวัฒน์ก้าวพรวดเข้าไปข้างหน้า ลืมความกลัวทั้งหมดสิ้น
"อย่าเข้าไป!" ไตรภพคว้าต้นแขนของหมอวัฒน์ไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนเจ็บ "มีบางอย่างผิดปกติ... รังสิทธิ์ไม่ได้พาเรามาเพื่อเจรจา แต่มันตระเตรียม 'พิธีกรรม' ไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเหยียบเข้ามาในหุบเขานี้แล้ว"
หมอไตรสะบัดมือขวาชักมีดหมอโบราณออกจากฝัก อักขระคาถาบนใบมีดเรืองแสงสีชาดท่ามกลางความมืดมิด เขาท่องคาถาพุทธคมกำราบภูตผีอย่างรวดเร็ว เสียงสวดภาษาบาลีโบราณดังก้องกังวานไปทั่วถ้ำ สะท้อนกับผนังหินจนเกิดเสียงก้องประหลาด
แต่รังสิทธิ์กลับหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะแหลมสูงเสียдแท่นประสาท "สายไปแล้วครับ... หมอไตร อาคมของคุณมันใช้ได้ผลกับผีไร้ญาติ แต่ใช้ไม่ได้กับ 'เจ้าบ้าน' ที่หลับใหลอยู่ใต้แท่นศิลาแลงนี้หรอก"
ทันใดนั้น โครงกระดูกนับร้อยที่เรียงรายอยู่ตามผนังถ้ำก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงกระดูกกระทบกันดังกรอบแกรบราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสี กลิ่นคาวเลือดที่แห้งกรังไปแล้วกลับส่งกลิ่นสดๆ คลุ้งตลบอบอวลจนน่าคลื่นไส้ ร่างบนแท่นศิลาแลงเริ่มขยับปลายนิ้ว ดวงตาที่ควรจะปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาขาวโพลนไร้แววตา
ร่างนั้นอ้าปากกว้าง และส่งเสียงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ซ้อนทับกันหลายเสียง—เสียงของทั้งชายและหญิงที่ตายไปแล้วนับร้อยคน
"ยินดีต้อนรับ... กลับบ้าน... หมอวัฒน์..."
หมอวัฒน์ผถอยหลังก้นกระแทกพื้นดินชื้นแฉะ สมองส่วนเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พยายามประมวลผลสิ่งที่เห็น แต่มันพังทลายลงสิ้นเชิงเมื่อร่างบนแท่นศิลาลุกขึ้นยืนช้าๆ พร้อมกับเงาดำมหึมาที่แยกตัวออกจากร่างนั้น พุ่งตรงเข้ามาครอบงำตัวเขาในชั่วพริบตา
"หมอวัฒน์!" ไตรภพพุ่งเข้ามาเอาตัวเข้าขวาง พร้อมกับตวัดมีดหมอฟาดฟันเข้าใส่ความว่างเปล่า เกิดประกายไฟสว่างวาบราวกับสายฟ้าฟาดในถ้ำมืด
ทว่า... ที่ปลายมีดของหมอไตร กลับสัมผัสโดนบางอย่างที่ทำให้สีหน้าของหมอไตรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด—รอยยิ้มของรังสิทธิ์ที่ยืนมองดูเหตุการณ์อยู่มุมห้อง ค่อยๆ ฉีกกว้างขึ้นจนถึงใบหู ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่แขวนความตายของพวกเขาทั้งสองไว้บนเส้นด้าย
"คุณหมอไตร... ลืมดูไปแล้วสินะครับว่า... ใครคือคนสุดท้ายที่ก้าวเข้ามาในถ้ำนี้?"
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
*ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ — เพชรตาเสือโบราณ*
ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม•ตอนที่ 24
ถ้ำบูชายัญ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!