ความเย็นเยียบของโลหะหน้าจอคอมพิวเตอร์ดูราวกับจะแผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือดของนายแพทย์ศตวรรษ ในเสี้ยววินาทีที่เงาสะท้อนบนจอมอนิเตอร์ระ,
*ปัง!*
เสียงกระจกห้องชันสูตรด้านหลังแตกกระจายราวกับเสียงฟ้าผ่า เศษแก้วใสคมกริบนับร้อยชิ้นพุ่งแหวกอากาศเข้ามาในความมืดด้วยความเร็วสูงราวกับห่าฝน โชคยังดีที่สัญชาตญาณดิบของมนุษย์ทำงานเร็วกว่าความคิด ศตวรรษทรุดตัวลงหมอบต่ำตามสัญชาตญาณ แผ่นหลังของเขาแนบชิดติดกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ขณะที่วัตถุแปลกปลอมชิ้นหนึ่งพุ่งผ่านหัวไหล่เขาไปปักฝังลงบนผนังปูนด้านหลังด้วยแรงปะทะมหาศาล
มันไม่ใช่กระสุนปืน... แต่เป็นตะปูตอกโลงศพโบราณที่สนิมเขรอะ ห่อหุ้มด้วยเศษผ้าดิบเปื้อนคราบน้ำเหลือง และมีกลิ่นสาบสรางของซากศพโชยคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน
หัวใจของศตวรรษเต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงหอบหายใจของตนเองดังสะท้อนก้องในโสตประสาท เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเป็นแพทย์นิติเวชที่ยึดมั่นในหลักวิทยาศาสตร์มาตลอดชีวิตกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง เมื่อหลักฐานตรงหน้าไม่อาจอธิบายได้ด้วยกฎฟิสิกส์หรือชีววิทยาใดๆ บนโลกใบนี้
"อย่าขยับครับ... ถ้าไม่อยากให้กระดูกซี่โครงชิ้นถัดไปถูกตรึงติดไว้กับผนังเหมือนแมลงในตู้กระจก"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ตสีเข้มที่ก้าวผ่านกรอบประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี ไตรภพปรากฏตัวขึ้นในจังหวะวิกฤต มือขวาของเขาถือแผ่นยันต์สีเหลืองซีดที่เขียนด้วยหมึกสีชาดลายเส้นยุ่งเหยิง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้องด้วยความระแวกระวังขั้นสุด
ศตวรรษกัดฟันกรอด พยุงร่างตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยความทระนง แม้ใบหน้าจะซีดเผือดแต่แววตายังคงมีความดื้อรั้นเจืออยู่ไม่เสื่อมคลาย "คุณเข้ามาในห้องนิรภัยของสถาบันนิติเวชได้อย่างไร... แล้วไอ้สารเลวที่โทรเข้ามาเมื่อครู่มันคือใครกันแน่ หมอไตร?"
"ผมเข้ามาเพราะถ้าผมมาช้ากว่านี้อีกสามวินาที คุณคงกลายเป็นศพรายใหม่บนเตียงผ่าตัดของตัวเองไปแล้วครับ หมอวัฒน์" ไตรภพตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก สายตาของเขายังคงจดจ้องไปยังรอยแตกของกระจกหน้าต่าง "ส่วนคนที่โทรมาเมื่อครู่... เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ห่างไกลอย่างที่คุณคิด เขากำลังใช้ 'ตาพรากวิญญาณ' มองดูวาระสุดท้ายของคุณผ่านคลื่นพลังงานบางอย่างที่เรายังไม่เข้าใจต่างหาก"
ไตรภพไม่รอให้ศตวรรษได้ซักถามต่อ เขาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวแพทย์หนุ่ม พร้อมกับสะบัดแผ่นยันต์ในมือเข้าใส่หน้าอกของศตวรรษอย่างแม่นยำ
*พรึบ!*
เปลวไฟสีครามลุกโชนขึ้นจากแผ่นยันต์โบราณชั่วพริบตาก่อนจะมอดดับลงอย่างไร้ควัน หลงเหลือไว้เพียงไออุ่นจางๆ ที่แผ่ซ่านเข้าสู่แผ่นหลังของศตวรรษ ความรู้สึกกดทับอันหนักอึ้งที่บริเวณหน้าอกและต้นคอ ซึ่งเกาะกุมเขามาตั้งแต่ก้าวเข้ามาในศาลาถอนวิญญาณเมื่อหลายวันก่อน มลายหายไปจนสิ้นราวกับปาฏิหาริย์
ศตวรรษยืนนิ่งงัน ความรู้สึกขัดแย้งตีรวนอยู่ในอก เขาเป็นแพทย์ผู้เชื่อมั่นในกล้องจุลทรรศน์และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ แต่ไออุ่นที่แผ่มาจากแผ่นยันต์ชิ้นนั้นกลับทำให้ลมหายใจของเขากลับมาเป็นปกติได้อย่างแท้จริง สายตาที่เขามองหมอไตรจึงเปลี่ยนไปจากเดิม มีทั้งความระแวง ความสงสัย และ... การยอมรับลึกๆ ที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด
"นั่นคืออะไร... ยาสมานแผลจิตวิทยา หรือคาถาสะกดจิตหมู่?" ศตวรรษเอ่ยถามเสียงแหบพร่า พยายามรักษามาดของแพทย์ผู้ใช้เหตุผลเอาไว้ แม้ว่าน้ำเสียงจะสั่นระริกเล็กน้อยก็ตาม
"เรียกว่า 'ยันต์คุ้มภัยมหากาฬ' ก็ได้ครับ" ไตรภพเหลือบมองแพทย์หนุ่มด้วยหางตา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะเยาะหยันแต่ก็แฝงความเอ็นดูระคนทึ่ง "มันคือภูมิปัญญาบรรพบุรุษที่คนหัวแข็งอย่างคุณมักจะเรียกว่า 'ความงมงาย' แต่น่าแปลกนะครับ... ในยามที่ความรู้อันกว้างขวางจากตำราแพทย์ตะวันตกช่วยชีวิตคุณไม่ได้ กลับเป็นกระดาษเก่าๆ แผ่นนี้ที่ดึงคุณกลับมาจากปากมรณะ"
ศตวรรษเม้มริมฝีปากแน่น เขาไม่ได้โต้เถียงกลับไปทันทีอย่างเคย นัยน์ตาคู่คมจ้องมองตะปูตอกโลงศพที่ปักคาอยู่บนผนังปูนอย่างใช้ความคิด สมองอันปราดเปรื่องของแพทย์นิติเวชกำลังประมวลผลเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่คันฉมวกโบราณ จนถึงเหตุการณ์ลอบทำร้ายในคืนนี้ มีรูปแบบบางอย่าง... มีโครงสร้างของความอาฆาตที่ถูกวางแผนไว้อย่างเป็นระบบราวกับฆาตกรต่อเนื่องมืออาชีพ เพียงแต่เครื่องมือที่ใช้ไม่ใช่มีดหรือปืน หากแต่เป็นศาสตร์มืดที่วิทยาศาสตร์ยังเอื้อมไม่ถึง
"มันไม่ใช่แค่เรื่องไสยศาสตร์เพ้อเจ้อ..." ศตวรรษพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาไตรภพตรงๆ "คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้... มันต้องการอะไรจากผมกันแน่ หมอไตร? ทำไมต้องเป็นผม?"
ไตรภพหุบยิ้ม สีหน้าของหมอไสยเวทหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาทันที เขายื่นมือไปดึงตะปูตอกโลงศพที่ฝังอยู่บนผนังออกมาอย่างง่ายดายราวกับดึงก้านดอกไม้อ่อนๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันฝังลึกลงไปในเนื้อปูนนับนิ้ว กลิ่นอายความตายพวยพุ่งขึ้นมาทันทีที่ปลายนิ้วของไตรภพสัมผัสโดนตัวตะปู
"เพราะคุณกำลังจะชันสูตร 'ความจริง' ที่พวกเขาพยายามฝังกลบเอาไว้เมื่อยี่สิบปีก่อนครับ หมอวัฒน์" ไตรภพกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แววตาสีเทาคู่ดึงดูดใจคู่นั้นฉายแววอันตราย "และศพปริศนาที่คุณผ่าตัดไปเมื่อเช้า... ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับสถาบันแห่งนี้ แต่มันคือ..."
*กริ๊ก!*
เสียงกลไกบางอย่างดังขึ้นจากตู้เก็บศพเย็นที่อยู่ลึกเข้าไปในสุดของห้องชันสูตร ขัดจังหวะคำพูดของไตรภพลงอย่างกะทันหัน ทั้งสองคนหันขวับไปมองต้นตอของเสียงพร้อมกัน
ท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล ประตูสเตนเลสของช่องเก็บศพหมายเลข 04 ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองทีละน้อยอย่างช้าๆ ไอความเย็นจัดสีขาวโพลนพวยพุ่งทะลักออกมาปกคลุมพื้นห้อง พร้อมกับร่างไร้วิญญาณของศพผู้ตายที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงผ่าตัด กลับค่อยๆ ขยับลุกขึ้นนั่งช้าๆ ท่ามกลางเสียงกระดูกลั่นกรอบราวกับเศษไม้หัก!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาดำมืดนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม•ตอนที่ 9
ยันต์คุ้มภัย
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!