ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม•ตอนที่ 5

พิธีกรรมคืนเดือนมืด

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นสาบสางของโคลนตมและซากใบไม้เน่าเปื่อยในป่าดิบชื้น ยามค่ำคืนไม่ได้ให้ความรู้สึกโรแมนติกเหมือนในตำราพฤกษศาสตร์ มันคือกลิ่นอายของความตายที่ค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่วงจรออกซิเจนอย่างเงียบเชียบ นายแพทย์ศตวรรษ (หมอวัฒน์) ขยับแว่นสายตาภายใต้แสงสลัวจากไฟฉายแรงสูงในมือ ขาของเขาจมลงไปในดินเลนเกือบข้อเท้า เสียงหรีดหรี่เรไรและเสียงแมลงกลางคืนดังระงมราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยความดื้อรั้นของนายแพทย์หนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะ เขาแอบสะกดรอยตามไตรภพมาเกือบสองชั่วโมงเต็ม นับตั้งแต่ร่างสูงในชุดเสื้อคลุมสีเข้มนั้นหายลับไปจากระเบียงเรือนพักชั่วคราว การตัดสินใจก้าวเท้าเข้ามาในเขตป่าดิบทึบยามวิกาลเช่นนี้ ขัดแย้งกับหลักการแพทย์และสามัญสำนึกทางวิทยาศาสตร์ทุกประการ แต่วัฒน์ทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ "ความงมงาย" ครอบงำรูปคดีที่กำลังดำเนินไปอย่างมีเงื่อนงำ แสงไฟจากคบเพลิงวับๆ แวมๆ ส่องลอดพุ่มไม้หนาขึ้นเบื้องหน้า วัฒน์หยุดฝีเท้า ซ่อนตัวแนบชิดกับลำต้นของต้นตะเคียนใหญ่ ลมหายใจของเขาถูกผ่อนให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ สายตาคมกวาดมองผ่านความมืดไปยังลานโล่งเล็กๆ ใต้ร่มเงาของต้นไทรยักษ์อายุนับร้อยปี ที่นั่น... ไตรภพกำลังยืนอยู่กลางวงสญט (วงสายสิญจน์) ที่ถักทอด้วยเส้นด้ายสีดิบเก่าคร่ำคร่า รอบตัวปักธูปหอมดอกใหญ่ที่ไร้ควัน มีเพียงประกายไฟสีส้มวาบวับตามแรงลม ตรงหน้าของหมอไสยเวทหนุ่มคือร่างไร้สติของเหยื่อสาวในคดีฆาตกรรมที่ถูกนำมาวางไว้บนแคร่ไม้ไผ่ วัฒน์ยกกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงขึ้นส่องผ่านเลนส์ซูม นิ้วที่สวมถุงมือยางกระชับแน่น เขากำลังบันทึกหลักฐานการบุกรุกสถานที่เกิดเหตุและกระทำการอันเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย แต่แล้ว... ภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์กลับทำให้หัวใจของแพทย์นิติเวชกระตุกวูบ "คุณกำลังมองหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นไหนอยู่หรือครับ... หมอวัฒน์" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นที่ข้างใบหู ขนทั่วร่างของศตวรรษลุกชันขึ้นทันที ความตกใจแล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เขาหันขวับกลับไปหมายจะเผชิญหน้า แต่ปลายกระบอกมีดหมอโบราณเล่มยาวก็จ่ออยู่ที่ลำคอของเขาเสียแล้ว แววตาสีเทาของไตรภพสะท้อนแสงไฟสีส้มจากลานพิธีอย่างเยือกเย็น ไร้ซึ่งร่องรอยของการถูกจับได้ ไล่เลียงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ "คุณ..." วัฒน์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมสติไม่ให้สั่นไหว "คุณรู้ตัวอยู่แล้วสินะว่าผมตามมา" ไตรภพลดมีดลงช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งชัยชนะ มันคือรอยยิ้มของความเหนื่อยล้าและสมเพชในความดื้อรั้น "ป่านี้ไม่ได้ต้อนรับคนนอก และยิ่งไม่ต้อนรับคนที่ใช้สมองซีกซ้ายตัดสินทุกอย่างที่ตาเห็นหรอกนะครับ" ไตรภพพูดเสียงเรียบ ปรายตามองกล้องในมือของวัฒน์ "เก็บเครื่องมือของคุณเสีย แล้วใช้ 'ตาเปล่า' ดูให้เต็มตาว่า สิ่งที่คุณเรียกว่าความงมงาย มันทำงานอย่างไรกับความจริงที่คุณปฏิเสธ" ยังไม่ทันที่วัฒน์จะเอ่ยปากโต้แย้ง ไตรภพก็หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับร่างไร้สติบนแคร่ไม้ไผ่ มือแกร่งหยิบขวดแก้วบรรจุของเหลวสีดำสนิทขึ้นมา พร้อมกับท่องคาถาภาษาโบราณที่ก้องกังวานทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่า น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่กดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก บรรยากาศรอบลานพิธีพลันเปลี่ยนไป อุณหติลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนเกิดไอสีขาวออกจากริมฝีปากของวัฒน์ ลมพายุหมุนขนาดเล็กก่อตัวขึ้นกลางวงสายสิญจน์อย่างไร้ที่มา ใบไม้แห้งปลิวว่อน เปลวไฟจากธูปหอมดับวูบลงพร้อมกันทุกดอก เหลือเพียงความมืดมิดที่ถูกครอบงำด้วยเงาสะท้อนประหลาด วัฒน์ยืนนิ่งค้าง สมองที่เคยประมวลผลด้วยหลักฟิสิกส์และเคมีหยุดชะงักลงชั่วขณะ เมื่อสิ่งที่เขาเห็นด้วยตาตนเองผ่านความมืดนั้น... คือเงาร่างสีดำมหึมานับสิบที่ค่อยๆ หลุดลอยออกมาจากร่างของเหยื่อสาวบนแคร่ พวกมันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน เป็นคลื่นความถี่ที่ไม่ได้เข้าทางหู แต่สั่นสะเทือนลึกถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ร่างของเหยื่อสาวกระตุกเกร็งขึ้นอย่างรุนแรง ดวงตาทلที่เคยปิดสนิทเบิกโพงขึ้นเป็นสีขาวโพลน ไตรภพพุ่งเข้าไปใช้มือข้างหนึ่งกดหน้าผากของเธอไว้ ปากก็ขยับท่องคาถาถอนอาคมรัวเร็ว เหงื่อกาฬไหลพรั่งพรูลงมาตามกรอบหน้าคมคาย หมอวัฒน์ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือที่ถือกล้องสั่นเทาจนแทบหลุดร่วง ความเชื่อมั่นตลอดชีวิตการเป็นแพทย์นิติเวชที่ยึดถือว่า 'ทุกศพมีความจริงทางวิทยาศาสตร์' กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ภาพตรงหน้าไม่ใช่จิตเภท ไม่ใช่การกระตุกของกล้ามเนื้อหลังตาย แต่มันคือการดึงยื้อดวงวิญญาณออกจากร่างเนื้ออย่างดิบเถื่อนและทรงพลัง และในวินาทีที่ไตรภพใช้มีดหมอแทงลงไปบนพื้นดินกลางวงสิญจน์เพื่อปิดผนึกพิธี เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องหลังพุ่มไม้ทึบห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร *'แปะ... แปะ... แปะ...'* เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับน้ำเสียงแหบพร่าอันคุ้นเคยที่เอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความหนาแน่นของไสยเวท "ยอดเยี่ยมมาก... หมอไตร ไม่เสียแรงที่ข้าเฝ้ารอคอยทายาทรุ่นสุดท้ายของตระกูลมานานนับปี" ไตรภพชะงักกึก ดวงตาสีเทาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เค้าลางความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าคม ขณะที่นายแพทย์ศตวรรษหันขวับไปมองตามต้นตอของเสียง และต้องพบกับบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... ผู้ที่ยืนพิงลำต้นไม้อยู่ตรงนั้นคือนายตำรวจมือปราบอาวุโสผู้คุมคดีนี้ตั้งแต่เริ่มต้น แต่รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเขายามนี้... กลับไม่ใช่รอยยิ้มของรักษาราชการผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แม้แต่น้อย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาดำมืดนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - เพชรตาเสือโบราณ -
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%