เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องรากับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง เม็ดฝนขนาดมหึมาโหมกระหน่ำลงมาจากท้องฟ้าสีเทาดำทึบราวกับมีใครคว่ำมหาสมุทรลงมาเบื้องล่าง ป่าดงดิบยามราตรีที่ถูกพายุซัดสาดกลายเป็นภาพลวงตาอันน่าสะพรึงกลัว กิ่งไม้หักโคั่นเสียงดังลั่นผสมปนเปไปกับเสียงคำรามของสายฟ้า
ในความมืดมิดและเปียกปอน นายแพทย์ศตวรรษกำลังวิ่งฝ่าดงหนามและรากไม้ใหญ่ด้วยลมหายใจหอบกระชั้น เสื้อกาวน์สีขาวที่เคยเนี้ยบ บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยโคลนตมและหยาดน้ำฝนจนแนบติดกับแผ่นหลัง กลิ่นอายของดินชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาแตะจมูก สัญชาตญาณดิบของมนุษย์บอกเขาว่า หากหยุดวิ่ง เขาจะกลายเป็นผู้ถูกล่าเสียเอง
เบื้องหน้าของเขาคือแสงไฟฉายวับๆ แวมๆ ที่สาดส่องตัดผ่านม่านฝน ไตรภพในชุดเสื้อกันฝนสีเข้มกำลังสาวเท้าก้าวย่างอย่างมั่นคงบนพื้นดินลื่นไถล มือขวาถือมีดหมอโบราณที่สะท้อนแสงวาบยามสายฟ้าแลบแปลบปลาบ หมอไตรหันกลับมามองแพทย์หนุ่มด้วยแววตาเรียบนิ่งแต่คมกริบ ราวกับกำลังประเมินว่ามนุษย์ผู้ยึดมั่นในวิทยาศาสตร์ผู้นี้จะทนทานต่อความโหดร้ายของไสยเวทสายดำได้สักกี่น้ำ
"ถ้าไม่อยากให้กระดูกสันหลังของคุณกลายเป็นรังของหนอนกระป่อน ก็ช่วยเร่งฝีเท้าขึ้นหน่อยครับ หมอวัฒน์" เสียงของไตรภพตะโกนแข่งกับเสียงพายุ น้ำเสียงราบเรียบไร้ความตื่นกลัว แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ศตวรรษต้องกัดฟันกรวด
ศตวรรษไม่ตอบ เขาใช้ความเงียบเป็นคำตอบในขณะที่หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่เป็นความคับแค้นใจที่หลักฐานทางนิติเวชอันเที่ยงตรงของเขา กำลังถูกความงมงายและอาคมไสยศาสตร์เข้าครอบงำในวินาทีเป็นตายเท่ากันนี้ ศพที่เขาชันสูตรเมื่อวาน ศพที่มีรูประหลาดบริเวณท้ายทอยและร่องรอยการกัดกินจากภายใน มันไม่ใช่โรคประหลาดตามธรรมชาติ แต่มันคือ "หนอนกระป่อน" สัตว์อัปมงคลที่ถูกเลี้ยงด้วยอาคมและเลือดเนื้อของคนตาย
"คุณกำลังพาเราเดินเข้าหาทางตัน หมอไตร!" ศตวรรษตะโกนสวนกลับเมื่อวิ่งตามมาทัน ไหล่ของเขากระแทกเข้ากับไหล่ของอีกฝ่ายท่ามกลางสายฝน "ตรงหน้าคือหน้าผาหินปูน ไม่มีทางไปต่อแล้ว! ถ้าเราถูกต้อนมาจนมุมแบบนี้ แผนของคุณคืออะไรกันแน่ จะสวดคาถาสั่งลาให้ผมฟังก่อนตายหรือไง!"
ไตรภพหยุดฝีเท้าลงฉับพลันบนชะง่อนผาหินที่เปียกลื่น เบื้องล่างคือเสียงน้ำป่าคำรามเชี่ยวกราก ไตรภพหันมามองศตวรรษ แววตาสีเทาภายใต้ฮู้ดกันฝนมีความซับซ้อนที่ยากจะอ่านออก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา
"วิทยาศาสตร์สอนให้คุณมองหาทางออกด้วยตรรกะและเหตุผล... แต่ลืมไปหรือเปล่าครับหมอ ว่าบางครั้งสิ่งที่เรากำลังไล่ล่า ไม่ได้ใช้กฎเกณฑ์ของโลกมนุษย์" ไตรภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่ชัดเจนท่ามกลางเสียงพายุ "หนอนกระป่อนตัวนั้นไม่ได้หนีมันกำลังล่อเรามาต่างหาก เจ้าของมันต้องการดึงเราลงไปในหลุมพราง เพื่อปิดปากพยานสองคนที่รู้มากเกินไป"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงหวีดร้องแหลมเล็กรากับเสียงเด็กทารกกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก็ดังแว่วมาจากพุ่มไม้ทึบเบื้องหลัง กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงพุ่งเข้าปะทะจมูกจนศตวรรษต้องเบ้หน้า มันคือกลิ่นของซากศพที่เน่าเปื่อยผสมกับกลิ่นคาวเลือดสดๆ
"ระวัง!" ไตรภพคำรามลั่น พร้อมกับพุ่งเข้าชาร์จร่างของศตวรรษให้ล้มกลิ้งไปกับพื้นดินเฉอะแฉะในเสี้ยววินาทีที่วัตถุสีดำขนาดเท่าฝ่ามือพุ่งแหวกอากาศผ่านหัวพวกเขาไปปักเข้ากับต้นไม้ใหญ่ด้านหลัง เสียงกระแทกดังสนั่นพร้อมกับเปลือกไม้ที่ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ศตวรรษเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อหันไปมองสิ่งที่เกือบจะปลิดชีพเขา มันคือตัวหนอนสีดำมหึมาที่มีหัวเป็นกะโหลกมนุษย์จิ๋ว ดวงตาสองข้างเปล่งแสงสีแดงฉาน และมีเขี้ยวแหลมคมยาวโผล่อออกมาจากลำปากที่กำลังอ้ากว้าง มันกำลังดิ้นรนพยายามดึงตัวเองออกจากลำไม้ พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท
นี่คือหนอนกระป่อน... อสุรกายแห่งไสยเวทที่เขาเคยเห็นแต่ในบันทึกโบราณ แต่มันกำลังยืนอยู่ตรงหน้า และมีชีวิตจริงๆ
"ลุกขึ้น! มันไม่ได้มาตัวเดียว" ไตรภพฉุดแขนของแพทย์หนุ่มให้ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว มือซ้ายของหมอไตรดึงด้ายสายสิญจน์อาคมสีแดงฉานออกจากย่าม พึมพำคาถาภาษาโบราณที่ศตวรรษฟังไม่เป็นศัพท์ แต่อากาศรอบตัวกลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบรากับอุณหภูมิลดลงวูบ
ศตวรรษหายใจหอบถี่ สติสัมปชัญญะของแพทย์หนุ่มถูกท้าทายจนถึงขีดสุด โลกแห่งเหตุผลและกล้องจุลทรรศน์พังทลายลงต่อหน้าต่อตา ทว่า ในความหวาดกลัวนั้น ความกระหายใคร่รู้ในฐานะนักวิทยาศาสตร์กลับลุกโชนขึ้นมาแทนที่ เขาจ้องมองอสุรกายตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่เรื่องงมงายอีกต่อไป แต่มันคือปรากฏการณ์อันตรายที่ต้องหาคำตอบและกำจัดมันด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
"ถ้ามันมีตัวตนจริง..." ศตวรรษพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดุดันที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "มันก็ต้องมีจุดอ่อนทางชีวภาพเหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไป!"
ไตรภพเหลือบมองนายแพทย์หนุ่มแวบหนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากดูคล้ายการยอมรับและความพึงพอใจ "ความคิดเข้าท่าดีครับหมอวัฒน์ งั้นเรามาพิสูจน์กันว่า วิทยาศาสตร์ของคุณกับอาคมของผม อย่างไหนจะส่งมันกลับนรกได้เร็วกว่ากัน"
สิ้นคำพูดของไตรภพ เงาดำนับสิบสายก็เคลื่อนไหวออกมาจากความมืดมิดของพุ่มไม้รอบด้าน ดวงตาสีแดงฉานนับคู่จับจ้องมาที่พวกเขาทั้งสองราวกับฝูงหมาป่าหิวกระหาย ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและเปิดโปงความจริงอันดำมืดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
แต่ทว่า ในจังหวะที่เงาดำตัวใหญ่ที่สุดกำลังพุ่งทะยานเข้าใส่พวกเขาจากมุมอับสายตา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาเหนือเสียงพายุ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่ส่องตรงมายังร่างของทั้งคู่
"หยุดอยู่ตรงนั้น! ห้ามขยับ!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจดังมาจากชายในชุดเครื่องแบบตำรวจป่าไม้ผู้หนึ่ง ทว่า สิ่งที่ทำให้ทั้งศตวรรษและไตรภพต้องหยุดชะงักและหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่รัฐ... แต่เป็นใบหน้าและรอยแผลเป็นอันคุ้นเคยที่พาดผ่านดวงตาข้างซ้ายของนายตำรวจผู้นั้น
มันคือใบหน้าของสารวัตรเดชา... นายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ถูกประกาศว่า "เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจมน้ำ" ไปเมื่อสามวันก่อนอย่างเป็นทางการ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะครับ
ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม•ตอนที่ 19
ไล่ล่ากลางสายฝน
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!