กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของโคลนตมในห้องใต้ดินศาลาถอนวิญญาณคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ เสียงโซ่ตรวนกระทบกับพื้นปูนซีเมนต์ดัง *กริ๊ง... กริ๊ง...* เป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของชายร่างท้วมที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยอาคมขідขั่น
ร่างนั้นคือ "หนอนกระป่อน" หรือนายบุญชู สัปเหร่อเฒ่าผู้รับจ้างทำพิธีเดรัจฉานวิชา ดวงตาของมันเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด น้ำลายไหลย้อยเปรอะเปื้อนคาง ขณะที่รอยสักยันต์อักขระทั่วร่างกำลังเปล่งแสงเรืองรองสีแดงชาดและมอดดับลงทีละน้อยภายใต้การกดทับของอาคมสายพุทธาคมผสมไสยดำขั้นสูงที่หมอไตรเพิ่งร่ายปิดผนึกเสร็จสิ้น
นายแพทย์ศตวรรษยืนกอดอกอยู่มุมห้อง แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุสาดกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตาจ้องมองสภาพของบุญชูด้วยความรู้สึกซับซ้อน—ความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่เขายึดมั่นมาตลอดชีวิตถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงอีกครั้งในค่ำคืนนี้ รอยมีดกรีดลึกบนศพและการใช้กระดูกผีพราย ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันจับต้องได้จริง ผ่านคราบเลือดและรอยนิ้วมือบนตัวไอ้ฆาตกรสารเลวผู้นี้
"มึงสอบปากคำมันไปก็เท่านั้นแหละ... หมอ" เสียงแหบแห้งของบุญชูลอดไรฟันออกมา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนมุมปากที่แตกยับ "พวกมึงคิดว่าจับกูลูกปลาตัวกระจิริดนี่ได้ แล้วเกมมันจะจบสินะ หึ... โง่เง่าสิ้นดี"
หมอไตรภพไม่แสดงอาการโกรธเคือง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อคลุมสีเข้มก้าวเข้าไปใกล้เชลย ชายหนุ่มย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นปูนเบาๆ สองครั้ง เป็นจังหวะที่แฝงพลังกดดันทางจิตวิทยาอย่างแนบเนียน
"คนฉลาดเขาไม่เอาชีวิตตัวเองมาทิ้งไว้ในคุกใต้ดินเพื่อเป็นแพะให้ใครหรอกนะ บุญชู" หมอไตรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งในถ้ำลึก "ใครเป็นคนสั่งแก... หรือว่าไอ้คนที่มึงกราบไหว้บูชาอยู่ มันไม่ได้บอกแกหรอกหรือว่า สุดท้ายแล้ว มารอย่างแกก็มีไว้เพื่อถูกลอยแพ"
บุญชูสะดุ้งสุดตัว ดวงตาที่เคยดุดันฉายแววหวั่นไหวริมฝีปากสั่นระริกก่อนจะหัวเราะรơiร่าออกมาอย่างน่าสมเพช "ลอยแพเหรอ? ฮ่าๆๆ... กูมันก็แค่หมากตัวหนึ่ง แต่คนที่พวกมึงกำลังตามล่าต่างหาก คือปีศาจของจริง... และเป้าหมายที่แท้จริงของเขาน่ะ ไม่ใช่กู... ไม่ใช่ศาลาบ้าๆ นี่..."
นิ้วที่เปื้อนคราบเขม่าควันชี้ตรงไปยังร่างของนายแพทย์ศตวรรษที่ยืนนิ่งอยู่ห่างออกไป
"...แต่เป็นมัน! ไอ้หมอนิติเวชปากแข็งที่เที่ยวเอาศพคนตายมาชำแหละหาความจริงนั่นต่างหาก!"
หมอวัฒน์ขมวดคิ้วมุ่น ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวบุญชูทันที "แกหมายความว่ายังไง พูดให้มันชัดๆ!"
"มันต้องการตัวแก... หมอวัฒน์" บุญชูกลั้วหัวเราะด้วยความสะใจแม้เลือดจะซบมุมปาก "มันเฝ้ามองแกมาตั้งแต่คดีแรก มันรู้ทุกย่างก้าว ทุกการชันสูตร ทุกหลักฐานที่แกซ่อนไว้ในห้องแล็บ... ศพทุกศพที่ถูกส่งมาให้แก ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือ 'ของขวัญ' ที่มันจงใจส่งมาให้แกเปิดอ่านต่างหากล่ะ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานที่ดังติ๋งๆ สร้างบรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
หมอวัฒน์หันไปมองหน้าหมอไตรภพ ทว่าแววตาของหมอไตรในยามนี้ไม่มีความประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งงันและประกายความวิตกกังวลลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาสีเทาคู่นั้น
"แกรู้อยู่แล้วใช่ไหม... หมอไตร" เสียงของศตวรรษลดต่ำลง แฝงด้วยความไม่พอใจที่ถูกปกปิดข้อมูลสำคัญ "นายรู้มาตลอดว่าฉันคือเป้าหมายของมัน แต่ทำไมถึงไม่บอก?"
หมอไตรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นตามชายเสื้ออย่างใจเย็น สายตาคมกริบมองสบตากับนายแพทย์หนุ่มตรงๆ "ถ้าผมบอกคุณตั้งแต่แรก ด้วยความดื้อรั้นและอีโก้ระดับศาสตราจารย์ของคุณ คุณคงวิ่งเอาหัวพุ่งชนตอหม้อไปนานแล้ว หมอวัฒน์... การที่เราจะดึงเสือออกจากถ้ำ เราต้องยอมเอาเนื้อตัวเองล่อเป็นธรรมดา"
"นี่คุณเห็นชีวิตผมเป็นเครื่องมือในการทดลองงั้นรึ!" ศตวรรษก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายด้วยความโกรธเกรี้ยว ความอดกลั้นที่สะสมมานานระเบิดออก "คุณมันก็ไม่ต่างจากพวกเดรัจฉานวิชาพรรค์นั้นหรอก ใช้คนอื่นเป็นเหยื่อเพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง!"
หมอไตรไม่ขัดขืน ปล่อยให้ศตวรรษกำคอเสื้อไว้เช่นนั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มจางๆ ที่อ่านไม่ออก "ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ป่านนี้คุณคงกลายเป็นศพรายต่อไปที่นอนอยู่บนเตียงชันสูตรของตัวเองไปแล้ว... ตั้งสติหน่อย หมอ ดูรอบตัวเราให้ดีสิครับว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น"
คำพูดนั้นทำให้ศตวรรษชะงัก เขาคลายมือออกจากคอเสื้อของหมอไตร แล้วกวาดสายตามองไปรอบห้องใต้ดินอีกครั้ง
ความผิดปกติบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามา...
เปลวไฟจากตะเกียงเจ้าพายุเริ่มกะพริบไหวและเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมฟ้า กลิ่นอับชื้นของดินโคลนถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานฉุนกุนของดอกไม้ป่าที่เน่าเปื่อย—กลิ่นเดียวกับที่เขาเคยพบในศพของสารวัตรเดชา
และที่สำคัญที่สุด... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังเดินย่ำลงมาตามบันไดปูนศาลา เสียงนั้นเชื่องช้า ทว่าทรงพลัง ราวกับกองทัพที่ไร้วิญญาณกำลังมุ่งตรงมายังห้องใต้ดินแห่งนี้
บุญชูที่เคยหวาดกลัวเมื่อครู่ กลับส่งเสียงหัวเราะเยือกเย็นออกมาอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยแดงก่ำ
"มันมาแล้ว... เจ้าของศาลาตัวจริง..."
หมอไตรชักกริชโบราณออกจากฝักอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบจดจ้องไปยังประตูทางเข้าห้องใต้ดินที่มืดมิด มืออีกข้างคว้าข้อมือของศตวรรษให้ถอยร่นมาด้านหลังโดยสัญชาตญาณ แม้ทั้งสองจะมีความขัดแย้งทางอุดมการณ์ แต่วินาทีนี้พวกเขากลับกลายเป็นแนวร่วมเดียวกันในสนามรบแห่งความตาย
เงาร่างหนึ่งทอดยาวผ่านแสงไฟสลัวที่ปากบันได ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกบดบังด้วยความมืดมิด ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของหมอวัฒน์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือรอยแผลเป็นรูปกากบาทที่หลังมือขวาของบุคคลปริศนาผู้นั้น—รอยแผลที่เป็นเอกลักษณ์ของนายตำรวจมือปราบผู้ล่วงลับ... สารวัตรเดชาคนที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ในโลงศพใต้ดินลึกสามเมตรมาสามวันแล้ว!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอดนะครับ
ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม•ตอนที่ 20
ความจริงครึ่งทาง
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!