กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี•ตอนที่ 15

กระบี่ผสานใจ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
ปราณเหมันต์พันปีมิอาจแช่แข็งเพลิงโลกันตร์ที่กำลังลุกโชนอยู่ในร่างของคนทั้งสองได้ค่ะ "หากเจ้ายังลังเลแม้แต่น้อย ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์จะย้อนกลับมาแผดเผาชีพจรหัวใจของเจ้าจนแหลกสลาย" เสียงหวานดุจน้ำค้างแข็งของมู่หานเยว่เอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในถ้ำศิลาจารึกเซียน นางพญาแห่งยอดเขาเหมันต์ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเม็ดใส ผิวแก้วเนื้อนวลเนียนปรากฏไออุ่นสีแดงเรื่อราวกับดอกเหมันต์ยามต้องอัคคี แววตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับไหววับสะท้อนเงาร่างของบุรุษผู้ทะนงตนเบื้องหน้า เยี่ยเฟิงขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นนูน ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่ทอประกายดุดัน เขากำลังต้านทานกระแสพลังหยินหยางที่ปะทะกันอย่างบ้าคลั่งในจุดตันเถียน วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ที่เขาฝึกฝนมาตลอดชีวิต บัดนี้มิได้มีไว้เพื่อสังหารศัตรู หากแต่ต้องหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเคล็ดวิชา "เหมันต์บรรสานอัคคี" ของนางเซียนผู้นี้ นี่คือวิถีแห่งการบำเพ็ญคู่—การหลอมรวมจิตวิญญาณและลมปราณเพื่อทะลวงผ่านขอบเขตเซียนแท้จริงที่มนุษย์ปุถุชนมิอาจเอื้อมถึง "ข้าไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด... แม้กระทั่งลิขิตฟ้า" เยี่ยเฟิงแค่นเสียงลอดไรฟัน ความทะนงตนในวิถีกระบี่ทำให้เขายังคงฝืนโคจรวิถีปราณด้วยตนเอง แม้จะรู้ดีว่าหากผิดพลาดเพียงนิด ร่างกายจะแตกดับเป็นจุล "แต่กับเจ้า... มู่หานเยว่ ข้ามิอาจปล่อยให้เจ้าแบกรับภาระการล้างแค้นตระกูลเยี่ยไว้เพียงผู้เดียว" คำพูดนั้นทำให้หัวใจที่ปิดตายของมู่หานเยว่กระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายนาง ตลอดชีวิตนางอยู่เหนือผู้คน ดำรงอยู่ด้วยความโดดเดี่ยวและเย็นชาบนยอดเขาเหมันต์ ไร้ซึ่งความรัก ไร้ซึ่งความผูกพัน มีเพียงวิถีเซียนที่มุ่งมั่น แต่วันนี้... บุรุษผู้มีแผลเป็นแห่งความแค้นและดวงตาดุดันดุจพญาอินทรีผู้นี้ กลับกล้าเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อประสานวิถีกระบี่ร่วมกับนาง "ถ้าเช่นนั้น... ก็จงมอบจิตวิญญาณของเจ้าให้ข้า" มู่หานเยว่หลับตาลง แผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับแผ่นอกกว้างที่ร้อนระอุราดรดด้วยเพลิงโลกันตร์ ฝ่ามือเรียวยาวดุจหยกขาวประกบเข้ากับฝ่ามือหนาของเยี่ยเฟิง พลังปราณหยินบริสุทธิ์จากร่างนางพุ่งทะยานเข้าสู่จุดตันเถียนของเยี่ยเฟิงราวกับสายน้ำค้างกลางเหมันต์ที่ไหลหลากเข้าดับไฟป่า ในขณะเดียวกัน ปราณกระบี่อัคคีอันดุร้ายของเยี่ยเฟิงก็ทะลวงผ่านจุดชีพจรทั่วร่างของนาง ปลุกเร้าสัจธรรมแห่งฟ้าดินให้สั่นสะเทือน ตู้มมม! เสียงระเบิดของคลื่นพลังปราณดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งยอดเขาเหมันต์ หินผาศิลาโบราณสั่นสะเทือนรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนผนังถ้ำราวกับมิติถูกฉีกกระชาก ท้องน้ายามราตรีเหนือยอดเขาถูกย้อมเป็นสีครามสลับแดงฉาน เมฆทัณฑ์สวรรค์หนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สายฟ้าคำรามกึกก้องดั่งเสียงคำรามของพญามังกรที่ตื่นจากการหลับใหล นี่คืออุปสรรคของการฝืนลิขิตฟ้า! การหลอมรวมวิชากระบี่ไร้ลักษณ์กับวิชาเหมันต์บรรสานอัคคี ทำให้กฎเกณฑ์ของสั่นสะเทือน ฟ้าดินไม่อาจยอมรับการกำเนิดขึ้นของพลังที่เหนือกว่ากฎเกณฑ์เดิม เยี่ยเฟิงกัดฟันกรอด เลือดสีแดงเข้มไหลรินจากมุมปากของเขา ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกแผดเผาด้วยไฟนรก แต่กระนั้น สายตาของเขากลับยังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของมู่หานเยว่ที่ไม่ห่าง เขารู้ดีว่าหากช่วงเวลานี้หลุดลอยไป ทั้งเขาและนางจะต้องดับสูญพร้อมกัน "หานเยว่... เชื่อใจข้า!" เยี่ยเฟิงคำรามลั่น ประสานนิ้วเข้ากับมู่หานเยว่แน่นยิ่งขึ้น ดึงเอาพลังจิตวิญญาณทั้งหมดหลอมรวมเป็นจุดศูนย์กลางเดียว พลังกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรัศมีเจิดจ้าทะลวงทะลุชั้นเมฆทัณฑ์สวรรค์ แสงกระบี่สีทองเจิดจ้าพุ่งเสียดฟ้าผ่ากลางกลีบเมฆสีดำทะมึน มู่หานเยว่ลืมตาขึ้น แววตาของนางมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวและลุ่มลึก นางพยักหน้ารับเบาๆ ร่างกายของทั้งสองลอยเคว้งขึ้นกลางอากาศภายในถ้ำ ล้อมรอบด้วยละอองปราณกระบี่ที่หมุนวนเป็นพายุหมุนเกลียวสีขาวและแดงเพลิง บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เสียงกัมปนาทของสายฟ้าฟาดลงมาที่ปากถ้ำศิลาอย่างบ้าคลั่ง แต่ภายในวงโคจรพลังของทั้งสองกลับสงบนิ่งราวกับห้วงมหาสมุทรลึกที่ซ่อนเร้นคลื่นยักษ์ พลังปราณในร่างของเยี่ยเฟิงทะยานผ่านขอบเขตขั้นที่เจ็ด ทะลวงสู่ขั้นที่แปด และพุ่งเข้าใกล้ขอบเขตเซียนแท้จริงอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่มู่หานเยว่เองก็รู้สึกได้ถึงพลังชีวิตและวิถีกระบี่ที่หลุดพ้นจากพันธนาการเดิม หัวใจของพวกเขาสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความรู้สึกนึกคิดและความทรงจำไหลเวียนเข้าหากันราวกับสายธารไร้ขอบเขต เยี่ยเฟิงสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวอันยาวนานของนางพญาเซียน ส่วนมู่หานเยว่ก็รับรู้ถึงความเจ็บปวดและการดิ้นรนของจอมยุทธ์ผู้ถูกหักหลัง ไม่มีถ้อยคำใดเอื้อnเอี่ยนอีกต่อไป มีเพียงลมหายใจที่สอดประสานและวิชากระบี่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง ทว่า ในวินาทีที่พลังปราณกำลังจะทะยานถึงจุดสูงสุดเพื่อก้าวข้ามขอบเขตครั้งประวัติศาสตร์ เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาราวกับไร้น้ำหนัก แต่กลับกดดันจนกระดูกทั่วร่างสั่นสะเทือน ก็ดังขึ้นที่หน้าปากถ้ำศิลา... เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากกระบี่โลหิต ก้าวเข้ามาท่ามกลางสายฟ้าที่กำลังฟาดกระหน่ำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "นึกไม่ถึงเลยว่า... ยอดเซียนน้ำแข็งแห่งเหมันต์และจอมยุทธ์กระบี่ไร้ลักษณ์ จะยอมสละพลังชีวิตทั้งหมดเพื่อการนี้... ช่างน่าประทับใจเสียจริง..." ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้มาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%