กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอับชื้นของโคลนตมในตรอกซอกซอยด้านหลังหอสุราหมื่นลี้ คละคลุ้งจนแทบสำลัก แต่สำหรับคนใน ‘ตลาดมืดพญายม’ แห่งเมืองหลวงมณฑลอุดรแล้ว กลิ่นเหล่านี้คือกลิ่นแห่งผลกำไรและลมหายใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
เงาร่างสองสายก้าวผ่านม่านค่ายกลลวงตาที่ซ้อนทับกันถึงเจ็ดชั้นอย่างแนบเนียน เยี่ยเฟิงสวมหมวกปีกกว้างคลุมใบหน้าครึ่งหนึ่ง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตanเถียน (จุดตันtian) ถูกเก็บกดไว้อย่างมิดชิดดุจห้วงสมุทรอันไร้คลื่น ทว่าความทะนงตนที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้างกลับคมกริบเสียจนผู้ฝึกตนระดับหลอมรวมจิตวิญญาณรอบกายต้องหลบสายตาหนีโดยอัตโนมัติ
เบื้องหลังเขาคือมู่หานเยว่ นางพญาเซียนแห่งยอดเขาเหมันต์ ในยามนี้ร่างระหงถูกห่อหุ่มด้วยผ้าคลุมสีเทาเข้มเพื่ออำพรางกลิ่นอายไอเย็นบริสุทธิ์ ทว่าดวงพักตร์ภายใต้หมวกคลุมยังคงงดงามเยือกเย็นราวกับประติมากรรมหยกสลัก นางกวาดสายตาเรียบนิ่งมองความโสมมเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบาผ่านการส่งกระแสจิต
"คนของสำนักกระบี่โลหิตกระจายตัวอยู่ทั่วทางเข้าทิศเหนือ... ดูเหมือนว่าข่าวเรื่องการตามล่ากุญแจศิลาโลหิตจะรั่วไหลเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้มากค่ะ"
เยี่ยเฟิงไม่หยุดฝีเท้า มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันขึ้นเล็กน้อย "ให้พวกมันตามหาไปเถอะ ยิ่งพวกมันดิ้นรนมากเท่าไหร่ เงื่อนงำที่สาวไปถึงตัวผู้อยู่เบื้องหลังก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น... จำไว้ มู่เอ๋อร์ คืนนี้เป้าหมายของเราไม่ใช่การฆ่าฟัน แต่คือการกระชากหน้ากากของ 'หอประมูลร้อยอสูร' ออกมาให้ได้"
ทั้งสองลัดเลาะผ่านแผงลอยมืดมนที่ซื้อขายทั้งยาสั่งกระดูกมนุษย์ ศิลาวิญญาณปนเปื้อน และคัมภีร์วิชาสายมารที่ถูกฉีกทิ้งครึ่งเล่ม บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความหวาดระแวง สายตานับร้อยคู่จ้องมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความโลภและระแวดระวัง ทว่าไม่มีใครกล้าหาญพอที่จะเข้ามาตอดเหยื่อรายนี้ เนื่องจากสัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องว่า สุภาพบุรุษชุดดำผู้นี้อาจเป็นยมบาลที่ถือเคียวเกี่ยววิญญาณมาเดินเล่น
ในที่สุด ทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าอาคารไม้เก่าแก่สามชั้นที่ซ่อนตัวอยู่หลังโรงฆ่าสัตว์ร้าง ป้ายไม้ผุๆ เขียนไว้ด้วยตัวอักษรสีชาดที่เริ่มลอกล่อนว่า *‘ศาลาบรรจบวิญญาณ’* แต่ทุกคนในตลาดมืดรู้ดีว่าที่นี่คือศูนย์กลางการข่าวและการประมูลลับที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนรกร้างแห่งนี้
"หยุดอยู่ตรงนั้น! หากไม่มีป้ายหยกอสูรโลหิต ห้ามผู้ใดก้าวย่างเข้าไปแม้แต่ครึ่งก้าว!"
ทหารยามร่างกำยำสองคน สวมเกราะหนังอสูรและถือหอกยาวเคลือบพิษก้าวออกมาขวางทาง แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยจิตสังหารระดับก่อตั้งรากฐานขั้นสมบูรณ์
เยี่ยเฟิงไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาเพียงแค่ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว—
*ตูม!*
คลื่นพลังปราณไร้ลักษณ์ระเบิดออกอย่างไร้สุ้มเสียง ทว่ารุนแรงราวกับภูเขาถล่มทับร่างของยามทั้งสอง ทรรศนียภาพรอบด้านพลพร่ามัว ทหารยามทั้งคู่ทรรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงกระดูกทั่วร่างส่งเสียงกรอบแกรบราวกับจะแตกละเอียด ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักว่าตนกำลังเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่อยู่เหนือจินตนาการ
"ข้ามาเพื่อซื้อข่าว ไม่ได้มาเพื่อฟังพวกสุนัขเห่า เปิดทาง" น้ำเสียงของเยี่ยเฟิงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจกดดันจนอากาศรอบตัวแข็งค้าง
มู่หานเยว่ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก ความเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มผู้นี้คือสิ่งที่ทำให้นางยอมละทิ้งกฏเหล็กแห่งสำนักเซียนเพื่อเดินเคียงข้างเขา วิถีกระบี่ของเยี่ยเฟิงเติบโตขึ้นทุกครั้งที่เขาเผชิญหน้ากับความตายและความอยุติธรรม มันไม่ใช่แค่กระบี่ฆ่าคน แต่เป็นกระบี่ที่ท้าทายแม้กระทั่งกฏเกณฑ์ของสวรรค์
ยามทั้งสองตัวสั่นเทา รีบผลักประตูไม้บานใหญ่เปิดออกด้วยความหวาดกลัว "เชิญ... เชิญผู้อาวุโสโปรดเมตตา!"
ภายในศาลาบรรจบวิญญาณอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมประหลาดของกำยานลวงจิต บนระเบียงชั้นสอง เต็มไปด้วยแขกผู้มีอิทธิพลสวมหน้ากากอนธการนั่งชมการประมูลที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องล่าง ทว่าเยี่ยเฟิงและมู่หานเยว่ไม่ได้สนใจการประมูลสมบัติภายนอก พวกเขาตรงไปยังห้องรับรองส่วนตัวชั้นสามตามคำแนะนำของเฒ่าชราผู้ดูแลที่รีบวิ่งหน้าตาตื่นออกมารับรอง
"ยินดีต้อนรับท่านยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่! ไม่ทราบว่าท่านต้องการซื้อข่าวกรองระดับใด หรือต้องการสิ่งใดเป็นพิเศษขอรับ?" เฒ่าชราผู้มีดวงตาเรียวรีดุจงูพิษโค้งคำนับจนตัวงอ แม้จะผ่านโลกมามาก แต่เขารู้สึกได้ว่าคนผู้นี้สามารถปลิดชีพเขาได้โดยที่เขายังไม่ทันได้กะพริบตา
เยี่ยเฟิงนั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างไม่เกรงใจ ดวงตาคมกริบมองทะลุผ่านม่านไข่มุกไปยังห้องรับรองฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีเงาร่างของสตรีในชุดผ้าแพรสีม่วงเข้มกำลังจิบค้างชาอยู่ นางผู้นั้นแผ่กลิ่นอายปราณน้ำแข็งผสมผสานกับอัคคีโลหิต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ ‘ตำหนักมารโลหิตสวรรค์’ ศัตรูคู่อาฆาตที่ทำลายตระกูลเยี่ยเมื่อสิบปีก่อน!
"ข้าต้องการรู้ว่า ใครเป็นคนสั่งการให้ขนย้ายศิลาวิญญาณมังกรฟ้าแปดร้อยก้อนไปยังหุบเขาสิ้นสูญเมื่อสามวันก่อน" เยี่ยเฟิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ทว่าแฝงจิตสังหารที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
เฒ่าชรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย "เรื่องนี้... ข่าวกรองระดับสูงเช่นนี้ มีราคาสูงลิ่ว..."
*แปะ!*
ถุงศิลาวิญญาณระดับสูงนับร้อยก้อนถูกโยนลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น แสงสีฟ้าครามส่องประกายระยิบระยับจนเฒ่าชราตาค้าง
"พอกไหม?" เยี่ยเฟิงถามเสียงเรียบ
"พอ... พอเหลือเกินขอรับ!" เฒ่าชราละล่ำละลักหยิบสมุดบันทึกหนังอ-สูรออกมา เปิดไปยังหน้าสุดท้ายด้วยมืออันสั่นเทา "ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการขนย้ายนั้นหาใช่ใครอื่น... แต่คือ 'ไป๋ฮวาเซียน' ผู้อาวุโสลำดับที่สามแห่งตำหนักมารโลหิตสวรรค์ และที่สำคัญนางกำลังจะมาปรากฏตัวที่งานประมูลปิดของที่นี่ในอีกหนึ่งเค่อข้างหน้า เพื่อแลกเปลี่ยน..."
ทว่า ยังไม่ทันที่เฒ่าชราจะเอ่ยจบประโยค—
*ฉึก!*
ลำแสงกระบี่สีเลือดสายหนึ่งพุ่งทะลุกำแพงไม้เข้ามาอย่างกะทันหัน เสียบทะลุหน้าอกของเฒ่าชราจนร่างไร้ลมหายใจล้มฟุบคาโต๊ะ เลือดสดๆ สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผนังห้อง!
"ระวัง!" มู่หานเยว่ตวัดนิ้วเรียกกระบี่น้ำแข็งคู่กายเข้าป้องกันในเสี้ยววินาที ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายปกป้องรอบกายทั้งสอง
เยี่ยเฟิงลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาดำมืดสนิทราวกับหลุมดำ พลังปราณไร้ลักษณ์ระเบิดออกอย่างไร้ความปรานีจนผนังห้องทั้งแถบพังทลายลงมา เผยให้เห็นร่างของสตรีในชุดผ้าแพรสีม่วงเข้มยืนถือกระบี่โลหิตอยู่บนระเบียงฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากของนาง
"ฮี่ๆๆ คิดว่าสุนัขรับจ้างขายข่าวพวกนี้จะเก็บความลับของตำหนักมารเราได้หรือ? เยี่ยเฟิง... เจ้าเด็กเหลือขอแห่งตระกูลเยี่ย ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวออกมาจากหลุมสุนัขเสียที วันนี้ศาลาบรรจบวิญญาณแห่งนี้ จะกลายเป็นสุสานฝังกระดูกของพวกเจ้า!"
เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดแก้วหูสะท้อนก้องไปทั่วตลาดมืด พร้อมกับค่ายกลสังหารหมื่นศพที่ถูกจุดชนวนขึ้นรอบด้าน แสงสีแดงฉานสาดส่องย้อมท้องยามวิกาลให้กลายเป็นสีโลหิต
เยี่ยเฟิงกระชับกระบี่ในมือแน่น ปราณไร้ลักษณ์แผดเผาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าตัดผ่านเมฆหมอก มู่หานเยว่ก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างชายหนุ่ม ชายผ้าคลุมปลิวไสวตามแรงลมปราณที่ปั่นป่วน สายตานางประสานกับเขาอย่างรู้ใจ—ศึกชี้ชะตาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้มาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี•ตอนที่ 14
ตลาดมืดแห่งยุทธภพ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!