"ความตาย... มักมาเยือนผู้ที่บังAอาจเงยหน้ามองนภากรโดยไม่เจียมตัวเสมอ"
น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ทว่าก้องกังวานดุจเสียงระฆังสำริดจากขุมนรกโลกันตร์ เมฆหมอกสีเลือดบนยอดเขาเทียนซานม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น พลังปราณกดดันระดับบรรพชนขั้นสมบูรณ์แบบแผ่ซ่านลงมาจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของเยี่ยเฟิงแตกละเอียดเป็นผุยผง ร่างของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ทะนงตนทรุดฮวบลงครึ่งเข่า กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่งราวกับหวาดกลัวต่อรัศมีอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด โลหิตสีแดงฉานไหลรินจากมุมปากของเยี่ยเฟิง ดวงตาสีดำสนิททอประกายดุดันดุจพญาอินทรีย์บาดเจ็บ ทว่ากระดูกสันหลังของเขากลับยังคงตั้งตรง ไม่ยอมก้มหัวให้แก่แรงกดดันอันไร้ที่สิ้นสุดนี้แม้แต่น้อย
"หึ... เป็นเพียงยอดฝีมือรุ่นเก่าที่ใช้ชีวิตอยู่จนเฒ่าชรา แต่กลับไร้ซึ่งวิถีกระบี่ที่แท้จริง เจ้าเอาอะไรมามั่นใจว่าข้า... จะต้องคุกเข่า?"
เยี่ยเฟิงเค้นเสียงหัวเราะเยาะหยันออกมา ทั่วร่างอาบย้อมไปด้วยกลอไอโลหิต เมล็ดพันธุ์แห่งความแค้นตระกูลที่ถูกเผาทำลายแผดเผาจิตวิญญาณจนหลอมรวมเข้ากับเคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะยานออกจากร่างราวกับมังกรคลั่งแหวกว่าย ทว่า... มันยังคงช้าเกินไป เคล็ดวิชา ‘หัตถ์สุริยันดับดารา’ ของผู้อาวุโสพรรคโลหิตสวรรค์พุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง ฝ่ามือมหึมาที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีชาดแผดเผาทุกสิ่งจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว มันมุ่งตรงมาหมายปลิดชีพจอมยุทธ์หนุ่มผู้ท้าทายลิขิตฟ้าในคราเดียว!
สายตาของเยี่ยเฟิงสะท้อนภาพเปลวเพลิงที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เขารู้ดีว่านี่คือขีดจำกัด... ร่างกายนี้บอบช้ำเกินกว่าจะต้านทานการโจมตีระดับนี้ได้ ทว่า ในแววตาของเขากลับไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเสียดาย... เสียดายที่ยังไม่ได้สะสางหนี้เลือด และเสียดายที่...
*วูบ—!*
ท่ามกลางห้วงเวลาที่ราวกับหยุดนิ่ง สายลมหนาวเหน็บสะท้านทรวงก็พัดผ่านเข้ามาในรัศมีสามจ้างอย่างฉับพลัน อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงนับร้อยองศาในพริบตา เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์นับล้านชิ้นก่อตัวขึ้นกลางอากาศราวกับปาฏิหาริย์
ร่างระหงในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์เหมันต์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเยี่ยเฟิงราวกับภูตผีหรือเซียนสาวผู้ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ เรือนผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามแรงลมปราณอันหนתาวเหน็บ นางคือมู่หานเยว่... นางพญาเซียนแห่งยอดเขาเหมันต์ผู้เยือกเย็นและสูงส่ง ไร้ซึ่งความรู้สึกทางโลกมาเนิ่นนาน
ทว่าในยามนี้... แววตาคู่คมกริบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์คู่นั้น กลับฉายแววสังหารที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในรอบร้อยปี
"บังอาจนัก..."
สุริยันตกลงสู่หุบเหว... น้ำเสียงหวานใสที่เคยเยือกเย็นเฉียบขาด บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยโทสะอันไร้ขอบเขต ปราณเหมันต์พันปีระเบิดออกจากร่างของมู่หานเยว่ในเสี้ยววินาที ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยพายุหิมะสีครามเข้ม รัศมีพลังระดับ ‘เซียนแท้จริง’ แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ กดทับจนเหล่าผู้อาวุโสพรรคโลหิตสวรรค์ถึงกับใบหน้าถอดสี กระบี่น้ำแข็งบริสุทธิ์ในมือของนางถูกชูขึ้นฟ้าอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับกักเก็บพลังทำลายล้างที่สามารถผ่าแยกปฐพีได้ทั้งแถบ!
*เปรี้ยง—!*
การปะทะกันระหว่าง ‘หัตถ์สุริยันดับดารา’ และ ‘กระบี่เหมันต์ผ่าสวรรค์’ สร้างแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหุบเขา คลื่นกระแทกรูปโดมสีขาวสลับแดงแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บดขยี้ภูเขาหินรอบด้านให้กลายเป็นผงธุลีในพริบตา เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของมู่หานเยว่ นางพญาเซียนผู้ไม่เคยแม้แต่จะขมวดคิ้วให้แก่ผู้ใด บัดนี้กลับยอมใช้พลังชีวิตและแก่นแท้แห่งเต๋าของตนเองเข้าต้านทานการโจมตีแทนเยี่ยเฟิงจนหมดสิ้น
"หานเยว่... เจ้า..." เยี่ยเฟิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บ นาง... ยอมเจ็บตัวเพื่อเขา ยอมเอาชื่อเสียงและวิถีเซียนนับพันปีเข้าแลกเพื่อปกป้องจอมยุทธ์ผู้ดื้อรั้นเช่นเขาเนี่ยนะ?
"หุบปากของเจ้าซะ เยี่ยเฟิง..." มู่หานเยว่หันกลับมามองเขาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาบัดนี้เจือไปด้วยหยาดน้ำตาบางเบา นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าสั่นสะท้านในหัวใจ "ชีวิตของเจ้า... เป็นของข้า ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์พรากมันไปทั้งนั้น แม้กระทั่งสวรรค์... ก็ไม่มีสิทธิ์!"
สิ้นเสียงอันทรงพลังนั้น มู่หานเยว่ก็สะบัดมือขวาออกไปอย่างดุดัน ปราณเหมันต์นับหมื่นสายพุ่งทะยานราวกับหอกน้ำแข็งนับล้านเล่ม กลืนกินร่างของผู้อาวุโสพรรคโลหิตสวรรค์หายลับไปในพายุหิมะ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนจะเงียบหายไปพร้อมกับความตายที่เข้ามาเยือน
ทว่า ความวุ่นวายยังไม่จบลงเพียงเท่านี้... เมื่อมู่หานเยว่หันกลับมาหมายจะประคองเยี่ยเฟิง ทันใดนั้นเอง พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า รอยแยกสีดำมืดสนิทขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นใจกลางหุบเขา กลิ่นอายโบราณที่ชั่วร้ายและเก่าแก่นับหมื่นปีพวยพุ่งขึ้นมาราวกับสัตว์ประหลาดตื่นจากจำศีล
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ดังสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาทของคนทั้งสอง
"ฮ่าๆๆๆ... มู่หานเยว่ ช่างน่าประทับใจเสียจริง นางพญาเซียนผู้สูงส่ง ยอมใช้แก่นแท้เหมันต์สวรรค์เพื่อปกป้องมดปลวกเช่นนี้ น่าเสียดาย... ที่วันนี้ จะไม่มีใครได้ออกไปจากที่นี่ทั้งเป็น!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้มาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี•ตอนที่ 17
ความโกรธของนางพญาเซียน
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!