กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี•ตอนที่ 8

คัมภีร์ที่สาบสูญ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
หยดเลือดสีชาดหยดสุดท้ายร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินศิลาโบราณ ก่อเกิดเสียงก้องกังวานดุจเสียงระฆังแห่งความตายในหุบเหวไร้ก้น กลิ่นอายอัคคีจิตวิญญาณแห่งเซียนยังคงคุกกรุ่นอยู่ในอากาศ แผดเผาเศษซากคัมภีร์มารที่เพิ่งถูกคมกระบี่ไร้ลักษณ์เฉือนขาดเป็นสองท่อน "เจ้ายังดื้อรั้นเช่นเดิม... เยี่ยเฟิง" สุ้มเสียงเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ดังขึ้นทำลายความเงียบ มู่หานเยว่ก้าวเท้าผ่านม่านหมอกปราณที่ยังคงหมุนวน นางพญาเซียนแห่งยอดเขาเหมันต์อยู่ในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์เหมันต์ ทว่าบัดนี้กลับมีรอยเลือดเปื้อนบางเบาที่ชายเสื้อ สะท้อนความดุเดือดของการต่อสู้เมื่อครู่ ชายตามองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใดใต้หล้า เยี่ยเฟิงไม่หันกลับมามอง เขายังคงจดจ้องแผ่นศิลาโบราณตรงหน้า ปราณกระบี่ในร่างยังคงพลุ่งพล่านดุจคลั่งไคล้ ทะนงตนจนถึงขีดสุด นัยน์ตาคมกริบกวาดมองอักขระโบราณที่สลักลึกอยู่บนผนังถ้ำ ซึ่งบัดนี้กำลังเรืองแสงสีทองอร่ามตัดกับความมืดมิด "วิถีกระบี่ของข้า ไม่เคยต้องการความปรานีจากผู้ใด แม้แต่สวรรค์ก็ไม่มีสิทธิ์กำหนด ลมหายใจข้ามีไว้เพื่อทวงคืนหนี้โลหิตแห่งตระกูลเยี่ยเท่านั้น หานเยว่... เจ้าไม่ควรตามข้ามาเสี่ยงอันตรายในดินแดนผนึกมารนี้" เยี่ยเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง ความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของจอมยุทธ์ผู้ฝึกฝนวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ฉายชัดในทุกอณูขุมขน มู่หานเยว่แค่น 1 เสียงในลำคอ มุมปากงดงามหยาดเยิ้มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปกติมีไว้เพื่อเยือกเย็นใส่ศัตรู บัดนี้กลับมีความอ่อนโยนซ่อนเร้นอยู่ลึกซึ้ง นางก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง แต่นัยน์ตากลับทอประกายความห่วงใยที่ไม่อาจปิด "โง่เขลา... หากข้าไม่ตามมา เจ้าคงกลายเป็นวิญญาณไร้ญาติขาดมิตรเฝ้าถ้ำมารนี้ไปนานแล้ว" นางเอื้อมมือเรียวบางที่สั่นเทาน้อยๆ แตะลงบนลาดไหล่กว้างที่มีรอยแผลฉีกขาดจากกระบี่มาร ปราณเหมันต์บริสุทธิ์ถูกถ่ายเทเข้าไปเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บอย่างอ่อนโยน "ข้าไม่ได้มาเพื่อปกป้องเจ้าในฐานะสหาย... แต่เพราะชะตากรรมของข้า และวิถีกระบี่ของเจ้า ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันตั้งแต่คืนที่เราก้าวเข้าสู่เขตแดนนี้แล้ว" สัมผัสเย็นเยียบแต่แฝงด้วยความอบอุ่นจากนางเซียนผู้สูงศักดิ์ ทำให้หัวใจที่ด้านชาและกระด้างของเยี่ยเฟิงสั่นไหววูบหนึ่ง เขารู้ดีว่ามู่หานเยว่ยอมละทิ้งวิถีเซียนบริสุทธิ์ ยอมแปดเปื้อนกลิ่นอายโลหิตในยุทธภพเบื้องล่าง ก็เพื่อยืนหยัดเคียงข้างเขา ฝืนลิขิตฟ้าที่โหดร้ายไปด้วยกัน "เช่นนั้น... เรามาดูกันว่า สิ่งที่พวกมันปกปิดไว้ด้วยชีวิต จะคุ้มค่ากับการที่เราต้องเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์หรือไม่" เยี่ยเฟิงสะบัดมือขวา ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาด กระแทกเข้าใส่กลไกศิลาโบราณที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแผ่นศิลา เสียงกลไกเฟืองเหล็กบด เสียงครืนครางดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ผนังถ้ำศิลาโบราณค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นหีบห่อโลหะโบราณที่สลักลวดลายสัตว์อสูรบรรพกาล ปราณโบราณอันทรงพลังมหาศาลทะลักล้นออกมาจนมู่หานเยว่ต้องยกแขนเสื้อขึ้นปัดป้องแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวนี้ "นั่นมัน..." มู่หานเยว่เบิกตากว้างเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นทันที ปราณที่แผ่ออกมาจากหีบห่อนี้ไม่ใช่ปราณเซียน หรือปราณมารทั่วไป แต่มันคือ "คัมภีร์ที่สาบสูญ" ตำนานบทแรกแห่งการกำเนิดฟ้าดิน ที่สูญหายไปจากยุทธภพมากว่าหมื่นปี เยี่ยเฟิงก้าวเข้าไปใกล้ เอื้อมมือหนาออกไปหมายจะสัมผัสหีบโลหะโบราณนั้น ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส อักขระโบราณนับหมื่นตัวบนผนังรอบด้านก็พลันสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน ส่งเสียงคำรามกึกก้องดุจเสียงอสนีบาตฟาดลงกลางใจวิญญาณ ท้องฟ้าเหนือหุบเหวเหมันต์ที่เคยเงียบสงบ กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เมฆทัณฑ์สวรรค์ม้วนตัวทะมึนพร้อมสายฟ้าสีทองคำขาวที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มู่หานเยว่หน้าถอดสี รีบคว้าแขนเยี่ยเฟิงไว้แน่น "หยุดก่อน! พลังนี้... มันกำลังดึงดูดทัณฑ์สวรรค์ขั้นเก้าเก้า! หากเจ้าเปิดมันตอนนี้ เราจะต้องเผชิญหน้ากับสายฟ้าทำลายล้างที่แม้แต่เซียนแท้จริงยังต้องดับสูญ!" เยี่ยเฟิงหันกลับมาสบตากับนางพญาเซียน นัยน์ตาของเขามีประกายเพลิงอัคคีจิตวิญญาณลุกโชนอย่างไม่เกรงกลัวความตาย มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างท้าทาย ความทะนงตนแผ่ซ่านออกมาราวกับพญาอินทรีที่พร้อมโผบินเข้าหาพายุฝน "หานเยว่... สวรรค์ต้องการให้เราก้มหัวให้มันมาตลอดชีวิต ข้าจะใช้กระบี่ไร้ลักษณ์เล่มนี้ ผ่าฟ้าเบื้องบนให้ขาดเป็นสองท่อนเพื่อดูว่า ในหีบนี้มีความลับอันใดที่ทำให้พวกมันหวาดกลัวนัก!" สิ้นคำพูดของเยี่ยเฟิง เขาก็กระชากฝาหีบโลหะโบราณเปิดออกอย่างรุนแรง แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาพุ่งทะยานเสียดแทงทะลุเพดานถ้ำขึ้นสู่ท้องนภากว้าง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สายแรกที่ผ่าลงมาตรงหน้าพวกเขาพอดี! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้ไปพร้อมกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%