โลหิตสีดำสนิทหยดลงกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเป็นเสียงดัง *ฉ่า* ราวกับกรดเข้มข้นกำลังกัดกร่อนวิญญาณ ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วคูหาลับใต้ดิน ทว่าสิ่งที่หนาแน่นยิ่งกว่าความหนาวเหน็บคือกลิ่นอายความตายที่เกาะกุมร่างระหงของสตรีผู้เย่อหยิ่งที่สุดแห่งยอดเขาเหมันต์
"อย่าขยับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาดดังขึ้น พร้อมกับฝ่ามือสอบที่ทาบลงบนแผ่นหลังบอบบาง ภายใต้ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่บัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยคราบโลหิตสีนิล เยี่ยเฟิงขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตันtian (จุดตันเถียน) ของเขาหมุนวนบ้าคลั่งราวกับพายุหมุน เพื่อสูบเอาพิษโลหิตอสูรพันปีที่แทรกซึมอยู่ในชีพจรของมู่หานเยว่ออกมา
มู่หานเยว่กัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเจ็บปวดจากการถูกพิษร้ายกัดกินเส้นชีพจรเซียนนั้นรุนแรงเสียจนทำให้ร่างของนางพญาเซียนผู้สูงส่งต้องสั่นเทิ้ม แต่นางไม่แม้แต่จะเปล่งเสียงคร่ำครวญ ดวงตาคู่งามที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีมองสบตาชายหนุ่มผู้ทะนงตน แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเขา... บุรุษผู้ที่นางเคยมองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมฝืนลิขิตฟ้า แต่บัดนี้ หัวใจที่ปิดตายกลับถูกแผดเผาด้วยความอบอุ่นอันดุดันจากเขา
"เยี่ยเฟิง... พิษนี้สะท้อนมาจากค่ายกลโลหิตวิญญาณ... มันจะย้อนเข้าสู่ร่างเจ้า..." เสียงของนางแหบพร่าและขาดหุบ นางพยายามเบือนร่างหนีเพื่อไม่ให้เขาต้องรับเคราะห์แทน แต่มือแกร่งของเยี่ยเฟิงกลับกดไหล่นนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"หุบปากซะ มู่หานเยว่" เยี่ยเฟิงแค่นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่จ้องมองจุดชีพจรที่ดำคล้ำบริเวณหัวไหล่ของนาง "ข้าคือเยี่ยเฟิง ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าตาย? แม้แต่สวรรค์ยังไม่มีสิทธิ์เอาชีวิตเจ้าไป จนกว่าจะสะสางหนี้แค้นระหว่างเราเสร็จสิ้น!"
*ปัง!*
คลื่นพลังปราณสีครามเข้มระเบิดออกจากร่างของเยี่ยเฟิงจนศิลาโดยรอบแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากของชายหนุ่ม การโคจรพลังเพื่อขับพิษเซียนระดับสูงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มันคือการเอาชีวิตเข้าแลกโดยแท้ ทุกวินาทีที่ผ่านไป คมพิษสีดำเริ่มกัดกินปลายนิ้วของเยี่ยเฟิงจนผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยแม้แต่ครึ่งก้าว
มู่หานเยว่สัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นและพลังอันดุดันที่ไหลทะลักเข้ามาในร่าง นางรับรู้ได้ทันทีว่าเยี่ยเฟิงกำลังใช้ 'วิชากระบี่กลืนวิญญาณ' ซึ่งเป็นวิชาต้องห้ามในการถ่ายเทพิษเข้าสู่ร่างตนเอง
"เจ้าคนโง่..." หยาดน้ำตาใสไหลรินจากหางตาของนางพญาเซียน นางผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ผู้ใดมานับร้อยปี บัดนี้กลับยอมจำนนต่อความเด็ดเดี่ยวและหัวใจที่ดื้อรั้นของบุรุษเบื้องหน้า "ทำไม... ทำไมต้องเอาชีวิตเจ้ามาเสี่ยงเพื่อข้า?"
เยี่ยเฟิงชะงักไปชั่วขณะ เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากที่ซีดเซียว "เพราะข้าไม่อาจทนเห็นสตรีที่ข้า... ยอมรับในวิถีกระบี่ ต้องมาดับสูญต่อหน้าต่อตาโดยที่ข้ายังไม่ได้ประลองกับนางอย่างเต็มมือต่างหากเล่า"
แม้คำพูดจะยังคงความเย่อหยิ่ง ทว่าแววตาที่ทอดมองนางกลับอ่อนโยนล้ำลึกอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็น บรรยากาศภายในคูหาลับเงียบงันลง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนทั้งสองที่สะท้อนก้องท่ามกลางความหนาวเหน็บ
ทว่า ในวินาทีที่พิษร้ายเกือบทั้งหมดถูกดูดซับมายังฝ่ามือขวาของเยี่ยเฟิง จนร่างของมู่หานเยว่เริ่มมีสีหน้าดีขึ้น ลมปราณรอบกายของพวกเขากลับเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง เงาดำสายหนึ่งพุ่งแหวกมิติเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง ปลายกระบี่สีเลือดสะท้อนแสงจันทร์สลัว พุ่งตรงเข้าสู่จุดตายกลางหลังของเยี่ยเฟิงในยามที่เขากำลังไร้ซึ่งการป้องกัน!
"ระวัง!" มู่หานเยว่เบิกตากว้าง สัญชาตญาณแห่งเซียนกระตุ้นให้นางพลิกกายเข้ามารับคมกระบี่แทนอย่างไร้ความลังเล!
ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอกราบขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้มาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี•ตอนที่ 11
พิษร้ายในจันทร์เสี้ยว
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!