กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี•ตอนที่ 2

รอยเท้าในหิมะขาว

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โลหิตสีชาดที่กระเซ็นต้องเกล็ดหิมะสีขาวโพลนราวกับดอกเหมันต์ที่เบ่งบานกลางฤดูวิปโยค กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับไอเย็นจัดจนลมหายใจกลายเป็นกลุ่มควันสีขาว "มู่หานเยว่! เจ้าคิดจะปกป้องทายาทสายเลือดกบฏสินะ เช่นนั้นวันนี้ ทั้งสำนักกระบี่เมฆาและเจ้า... ต้องดับสูญพร้อมกัน!" เสียงคำรามกึกก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวสะท้อนก้องหุบเขาหมื่นบุปผา แรงกดดันจากขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายออกไปจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ทว่าท่ามกลางพายุศาสตราและจิตสังหารที่แسดเผาฟ้าดิน ร่างระหงในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์กลับยืนหยัดอยู่อย่างสง่างาม นางไม่แม้แต่จะชายตากลับไปมองซากปรักหักพังเบื้องหลัง ดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ ทว่าแววตาคู่สวยที่ทอดมองมายังบุรุษเบื้องหน้ากลับลึกล้ำดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง เยี่ยเฟิงกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นนูน กระบี่ในมือสั่นระริก มิใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความเดือดดาลและทิฐิอันสูงส่งที่ถูกกดทับด้วยความอ่อนแอของตนเองในยามนี้ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการไล่ล่าข้ามภพภูมิ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตันTianปั่นป่วนราวกับคลั่งไคล้ แต่เขากลับปฏิเสธที่จะคุกเข่าลง ดวงตาคมกริบดั่งพญายมจ้องมองสตรีผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งดินแดนรกร้าง นางผู้ซึ่งเข้ามาขวางวิถีล้างแค้นของเขาอย่างไร้เหตุผล "ถอยไป" น้ำเสียงของเยี่ยเฟิงแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยความทะนงตนที่ไม่อาจยอมก้มหัวให้ผู้ใด "นี่คือความแค้นของตระกูลเยี่ย ข้าไม่ต้องให้ผู้ใดมาเวทนา" มู่หานเยว่ปรายตามองเยรี่ยเฟิงแวบหนึ่ง มุมปากเรียวบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็ง นางมิได้ตอบคำถามของเขา ทว่ากลับสะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง คลื่นกระบี่เยือกแข็งสายหนึ่งก็พวยพุ่งออกไปปะทะกับผู้ฝึกตนฝ่ายศัตรูที่กำลังพุ่งเข้ามา จนร่างเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในชั่วพริบตาและแตกสลายเป็นผุยผง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวผ่านซากปรักหักพัง "เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร... ถึงกล้าต่อรองกับข้า เยี่ยเฟิง" มู่หานเยว่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวนางลอยปะปนกับกลิ่นอายความตาย นางหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว นัยน์ตาคู่นั้นราวกับจะมองทะลุปรุโปร่งไปถึงจิตวิญญาณที่แตกสลายของเขา "สุนัขที่ไร้ซึ่งเขี้ยวเล็บอย่างเจ้า ต่อให้ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง ก็ทำได้เพียงตายอย่างอนาถบนกองหิมะนี้เท่านั้น" คำพูดบาดลึกดุจคมกระบี่ทำเอาเยี่ยเฟิงแทบกระอักโลหิตออกมาอีกครา ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นสู่ขมับ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือที่กำด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่อขาวซีด "ถ้าเช่นนั้น... เจ้าก็ลองลงมือสังหารข้าเสียสiสิ!" เยี่ยเฟิงก้าวประชิดตัวนางกลับ ดวงตาดุดั่งพยัฆค์จ้องลึกเข้าไปในดวงตานางอย่างไร้ความเกรงกลัว ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เย็นเฉียบ ทว่ามู่หานเยว่กลับไม่มีทีท่าหวาดหวั่น นางเพียงแต่ยื่นมือเรียวดั่งหยกขาวออกไป นิ้วเรียวแตะลงบนกึ่งกลางหน้าผากของเขาเบาๆ *เปรี๊ยะ!* กระแสพลังปราณเซียนสายหนึ่งทะลักเข้าสู่ร่างของเยี่ยเฟิงอย่างรุนแรง มันไม่ใช่การโจมตีเพื่อปลิดชีพ แต่เป็นการบังคับโคจรเส้นชีพจรที่กำลังแตกซ่านของเขาให้กลับเข้าสู่สภาวะสมดุลอย่างอุกอาจ ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการชำระล้างเส้นชีพจรทำเอาเยี่ยเฟิงต้องส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน หยาดเหงื่อและเลือดไหลรินปะปนกันจนน่าอนาถ แต่เขาก็ยังคงกัดฟันแน่น ไม่ยอมเปล่งเสียงร้องขอความเมตตาออกมาแม้แต่ครึ่งคำ "นี่คือบททดสอบแรก..." เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นดังขึ้นข้างใบหูของเขา ขณะที่ปลายนิ้วของนางยังคงกดนิ่งอยู่ที่หน้าผาก "หากเจ้าทนรับความเจ็บปวดนี้ไม่ได้ แม้แต่ก้าวเดียวออกจากหุบเขาแห่งนี้... เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์" เยี่ยเฟิงรู้สึกราวกับวิญญาณกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ พลังปราณแปลกปลอมกำลังแผดเผาแก่นแท้ของเขา ทว่าในความเจ็บปวดนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงรากฐานพลังที่ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นอย่างน่าประหลาด ความทะนงตนในวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นอีกครั้งจากก้น "ข้า... จะเหยียบย่ำพวกมันให้หมดสิ้น" เยี่ยเฟิงเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสะท้อนประกายเพลิงอัคคีจิตวิญญาณที่ไม่อาจดับมอด มู่หานเยว่ถอนมือกลับ ร่างของนางถอยหลังไปสามก้าว แววตาที่มองเขาในยามนี้มีความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างฉายผ่านรวดเร็วกว่าที่ใครจะทันสังเกตเห็น นางหันหลังให้เขาพลางเอ่ยเรียบๆ "เดินตามรอยเท้าของข้าบนผืนหิมะนี้ หากเจ้าก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว... เจ้าจะจมดิ่งสู่ขุมนรกน้ำแข็งที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด" สิ้นเสียงของนาง นางพญาเซียนก็ก้าวเดินนำไปเบื้องหน้า ทิ้งรอยเท้าไว้บนผืนหิมะขาวโพลนทีละก้าวอย่างงดงามและมั่นคง เยี่ยเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กวาดสายตามองรอยเท้านั้น ก่อนจะก้าวเท้าแรกตามนางไป โดยไม่รู้เลยว่า... เบื้องหลังม่านหิมะหนาทึบที่ทอดยาวออกไป กำลังมีเงาร่างอันน่าสะพรึงกลัวของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักมารโลหิต กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการจำศีลหมื่นปี และเป้าหมายแรกของมันก็คือการเด็ดหัวบุรุษที่เดินตามหลังนางพญาเซียนผู้นี้! *** ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันเหน็บหนาวนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนนารี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%