"ถ้าคุณธันวาตอบไม่ตรงคำถามภายในสามวินาทีนี้ ฉันจะถือว่าโปรเจกต์ติวเตอร์ร่วมกันเป็นอันโมฆะค่ะ... อ้อ ไม่สิ ยกเลิก!"
เสียงเคาะปากกาไวท์บอร์ดดังก๊อกๆ เป็นจังหวะตามอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดของครูริน หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเบจที่ยืนกอดอกแน่นจนเนื้อผ้าแทบปริ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรง The Row จ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือสลับกับร่างสูงโปร่งของธันวาที่กำลังนั่งไขว่ห้างฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟาสีเทาตัวเก่งในห้องพักครู
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าสถิต แต่สำหรับธันวาแล้ว มันคือจังหวะซิทคอมชั้นดี
"โถ่ ครูครับ ใจเย็นๆ ก่อนสิครับคนสวย... เอ้ย ครูรินคนเก่ง" ธันวาแกล้งทำเป็นสะดุ้งตัวโยน ยกมือขึ้นยอมจำนนแบบลวกๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต้มอยู่บนมุมปากหยักลึก "สามวินาทีของครูนี่มันสั้นยิ่งกว่าครึ่งชีวิตของควอนตัมดอต (Quantum Dot) อีกนะครับ แบบนี้ผมเสียเปรียบแย่สิ"
"ไม่ต้องมาทำเป็นเล่นลิ้นเลยนะคะ! คุณดูนี่สิ..." ครูรินสะบัดหน้าจอแท็บเล็ตใส่หน้าเขาอย่างแรงจนเกือบชนปลายจมูกโด่งเป็นสัน "กราฟฟิสิกส์การเคลื่อนที่แนวตรงที่คุณเอาไปสอนเด็กห้องสามเมื่อวาน... ทำไมมันถึงกลายเป็นเรื่องการคำนวณวงโคจรของดาวเทียม GPS ไปได้ล่ะคะ? เด็กๆ งุนงงกันเป็นแถบจนครูประจำชั้นต้องโทรมาฟ้องฉันเนี่ย!"
ธันวาอมยิ้มบางๆ เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดคั้นแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนล้าของหญิงสาวตรงหน้า เขารู้ดีว่าช่วงนี้ครูรินแบกรับความกดดันเรื่องคะแนนสอบปลายภาคของโรงเรียนไว้มากแค่ไหน เธอเป็นคนสมบูรณ์แบบที่ยอมไม่ได้แม้แต่จุดด่างพร้อยเล็กๆ
ชายหนุ่มค่อยๆ ยืดตัวตรง วางแก้วกาแฟอุ่นๆ ลงบนโต๊ะ เสียงก้านนิ้วเคาะเบาๆ เรียกสมาธิ
"ครูรินครับ..." น้ำเสียงของธันวาเปลี่ยนจากทีเล่นทีจริงเป็นความนุ่มนวลจริงจังอย่างกะทันหัน จนคนฟังถึงกับชะงัก เผลอคลายอ้อมแขนที่กอดอกไว้ออกโดยไม่รู้ตัว "ที่ผมพาเด็กๆ ไปไกลถึง GPS ไม่ใช่เพราะผมอยากอวดภูมิหรอกนะครับ แต่ครูลองคิดดูสิครับว่า ถ้าเด็กจำแค่สูตร $s = vt$ ไปจนวันตายโดยไม่รู้เลยว่า ไอ้สมการบ้านี่มันพาเราขับรถกลับบ้านถูกทางตอนกลางคืนได้ยังไง... ฟิสิกส์มันก็เป็นแค่ตัวอักษรตายซากบนกระดานดำจริงไหมครับ?"
ห้องพักครูเงียบลงทันที มีเพียงเสียงแอร์ทำงานเบาๆ
ครูรินเม้มปากแน่น เธอกลืนก้อนสะอื้นในลำคอลงไป สายตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธค่อยๆ อ่อนแสงลง ความจริงที่ธันวาพูดมันแทงใจดำเธอยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เธอเองก็เบื่อหน่ายกับระบบการท่องจำเพื่อสอบมาตลอดชีวิตราชการครู แต่ความกลัวที่จะผิดพลาด ความหวาดระแวงต่อสายตาของผู้บริหาร ทำให้เธอต้องก้มหน้าก้มตาบังคับให้เด็กๆ ท่องจำสูตรเหมือนหุ่นยนต์มาโดยตลอด
มือเรียวบางที่ถือแท็บเล็ตสั่นน้อยๆ เธอเบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่าง หลบสายตาคมที่อ่านทะลุปรุโปร่งทุกความรู้สึกของเธอ
"คุณ... คุณก็พูดได้นี่คะ..." เสียงของเธอเบาลงจนแทบกระซิบ ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อย "คุณเป็นฟรีแลนซ์ เป็นเซียนฟิสิกส์อิสระ คุณจะทำอะไรก็ได้... แต่ฉัน... ถ้าเด็กสอบตก ฉันคือคนแรกที่โดนเฉ่งนะคะ คุณไม่เข้าใจความกดดันนี้หรอก"
ธันวาถอนหายใจยาว ความกวนประสาทหายวับไปกับตา เหลือเพียงสุภาพบุรุษหนุ่มที่เข้าใจโลกอย่างลึกซึ้ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปยืนใกล้โต๊ะทำงานของเธออย่างเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ ไม่ล่วงเกิน แต่มั่นคงพอที่จะเป็นที่พักพิงได้
"ผมเข้าใจสิครับ..." ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ละมุนละไมจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในอก "เพราะผมเข้าใจไงครับ ผมถึงยอมมานั่งปวดหัวกับคุณอยู่ตรงนี้ไง... ครูรินเก่งมากแล้วนะครับ รู้ตัวไหม"
คำชมเรียบง่ายแต่จริงใจ พุ่งตรงเข้ากระแทกหัวใจของครูรินอย่างจัง ดวงตากลมโตหันกลับมามองเขาโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะจนน่ากลัว เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้มขาวเนียน
*หมوนี่... บ้าที่สุด* เธอคิดในใจ พยายามดึงสติแล้วเชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความเขินอาย "ใครใช้ให้คุณมาชมฉันล่ะคะ! ทำงานต่อเลยนะ ห้ามอู้งานเด็ดขาด!"
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางเก๊กขรึมที่ไม่เนียนเอาเสียเลย เขายอมถอยหลังกลับไปนั่งที่เดิม ปล่อยให้บรรยากาศอึดอัดเมื่อครู่นี้ละลายหายไปกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟ
"โอเคครับ คุณครูคนเก่ง งั้นเรามาวางแผนสอนบทต่อไปกันดีกว่า..." ธันวาหยิบปากกาไวท์บอร์ดขึ้นมาหมุนเล่นในมือ สายตาพินิจพิเคราะห์แผนผังหลัก 40 บทเรียนที่แปะอยู่บนกระดาน "แผนที่สิบนี้... ผมว่าเราควรเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสนะ"
"แผนที่สิบ? เรื่องเทอร์โมไดนามิกส์ (Thermodynamics) กับเรื่องความร้อนน่ะเหรอคะ?" ครูรินขมวดคิ้ว ปรับโหมดกลับมาเป็นครูผู้เคร่งครัดอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดความใจสั่นเมื่อครู่ "บทนี้ยากและน่าเบื่อมาก เด็กๆ มักจะสับสนเรื่องเอนโทรปี (Entropy) ตลอด สภาพห้องเรียนคงไม่ต่างจากเตาอบมนุษย์แน่ๆ ถ้าเราสอนแบบบรรยาย"
"ใครบอกว่าจะให้บรรยายล่ะครับ" ธันวาฉีกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่ครูรินเริ่มเรียนรู้แล้วว่า "มันต้องมีเรื่องปวดหัวตามมาแน่ๆ"
"คุณจะทำอะไรอีกคะธันวา?" ครูรินเริ่มระแวง
"พรุ่งนี้... เราจะพานักเรียนไปทำไอศกรีมไนโตรเจนเหลวกลางสนามโรงเรียนครับ!" ธันวาประกาศกร้าว ดวงตาเป็นประกายวิบวับ "สอนเรื่องการถ่าย(โอน)ความร้อน การเปลี่ยนสถานะ และความยุ่งเหยิงของโมเลกุล ผ่านการกินของอร่อยๆ รับรองว่าเด็กตื่นตาตื่นใจแน่ และที่สำคัญ..."
ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ชำเลืองมองหญิงสาวที่อ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหยอดประโยคฆ่าเวลาด้วยรอยยิ้มละลายใจ
"...ผมเตรียมสูตรไอศกรีมรสชาติพิเศษไว้ให้คนตรวจแผนการสอนโดยเฉพาะด้วยนะครั... อ้อ เผื่อคุณครูจะหายเครียด"
ครูรินรู้สึกได้ว่าเลือดลมในกายสูบฉีดเร็วจิตปกติ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู เธอยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองโดยอัตโนมัติเพื่อระงับอาการเสียอาการ พยายามจะเอ่ยปากด่ากราดตามสไตล์แม่ทัพเหล็ก แต่ริมฝีปากกลับเม้มแน่นอย่างไร้คำพูด หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศด้วยการเต้นระรัวเป็นจังหวะกลองศึก
*ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจของเธอจริงๆ*
ครูรินสูดลมหายใจเข้าลึก ศาสตราจารย์สาวผู้เย่อหยิ่งพยายามรวบรวมเศษ 1 ส่วน 4 ของความน่าเกรงขามที่เหลืออยู่เพื่อจะเอ่ยปฏิเสธแผนการสุดพิสดารนี้ แต่ทว่า... ก่อนที่คำพูดปฏิเสธจะหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของโรงเรียนก็ดังสนั่นหวั่นไหว!
*กริ๊งงงงงงงงงง!*
ไฟสำรองสีแดงฉานกะพริบวับวาบไปทั่วตึกอำนวยการ เสียงประกาศตามสายของฝ่ายปกครองดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนฟังแทบไม่เป็นศัพท์:
*"ประกาศจากฝ่ายปกครอง! ขณะนี้เกิดเหตุกลุ่มควันปริศนาพวยพุ่งออกมาจากห้องปฏิบัติการเคมีชั้นสาม... ขอให้ครูและบุคลากรทุกท่านอพยพนักเรียนไปยังสนามฟุตบอลทันที ย้ำ! นี่ไม่ใช่การซ้อม!"*
ธันวาผุดลุกขึ้นจากโซฟาทันที รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แววตาเปลี่ยนเป็นความจริงจังเฉียบคมในเสี้ยววินาที
ครูรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอลุกขึ้นยืนตามเขาลืมตัว เผลอคว้าชายเสื้อสูทของธันวาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "คะ... ควันอะไรคะ? ห้องเคมีไม่มีคาบเรียนนี่นา หรือว่าสารเคมีทำปฏิกิริยากันเอง..."
ธันวาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สั่นรัวบนโต๊ะ ข้อความแจ้งเตือนจากกลุ่มแชทรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนเด้งขึ้นมา พร้อมกับภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ส่งตรงจากชั้นสาม
ภาพนั้นทำเอาธันวากัดฟันกรอด ร่างกายเกร็งเครียดขึ้นมาทันที เพราะกลุ่มควันสีเขียวประหลาดที่กำลังพวยพุ่งออกมาจากห้องแล็บ... มันไม่ใช่ปฏิกิริยาเคมีธรรมดา แต่มันคือผลงานจากการทดลองต้องห้ามที่เขาจำได้แม่นยำว่า... มีเด็กแสบคนหนึ่งแอบขโมย "สารตั้งต้น" ของเขาไปเมื่อวานนี้!
ธันวาหันขวับมามองหน้าครูรินที่กำลังตื่นตระหนก เขารวบข้อความในหัวอย่างรวดเร็ว แล้วตัดสินใจดึงมือบางที่กำเสื้อเขาไว้ออกมากุมไว้แน่น อบอุ่น และมั่นคง
"ครูรินฟังผมนะ..." ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ ทรงพลัง และจริงจังที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมาจากผู้ชายคนนี้ "อยู่ตรงนี้ ล็อคประตู อย่าเพิ่งออกไปไหนเด็ดขาด... เดี๋ยวผมจัดการเอง!"
พูดจบ ธันวาก็สะบัดตัววิ่งพุ่งออกไปจากห้องพักครู มุ่งตรงไปยังตึกวิทยาศาสตร์ทันที ทิ้งให้ครูรินยืนใจหายวาบอยู่เบื้องหลัง
ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังกว้างที่หายลับไปกับขอบประตู หัวใจของเธอแขวนอยู่บนเส้นด้าย ความกลัว ความเป็นห่วง และความรู้สึกบางอย่างที่เพิ่งก่อตัวขึ้นกำลังตีรันพันตูอยู่ในอกอย่างบ้าคลั่ง...
...และก่อนที่เธอจะทันคิดอะไรได้มากกว่านั้น หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแชต์ล่าสุดจากเบอร์แปลกปลอมที่ส่งตรงเข้ามาหาเธอเพียงข้อความเดียว—ข้อความที่ไม่มีใครคาดคิด และพลิกผันทุกอย่างให้ดิ่งลึกลงไปในอันตราย!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
*ขอบพระคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ!*
เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณครูสาวสายเนี้ยบ•ตอนที่ 10
แผนที่สิบคือจุดเปลี่ยน
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณครูสาวสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!