เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณครูสาวสายเนี้ยบ•ตอนที่ 5

ตรรกะพังๆ กับของกินอร่อย

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"หยุดมองหน้าผมแบบนั้นสักทีครับคุณครูริน ถ้ามองนานกว่านี้ ผมจะคิดว่าคุณแอบหลงเสน่ห์ติวเตอร์หน้ามึนคนนี้เข้าแล้วจริงๆ นะครับ" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในรถยนต์ รินสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบเบนสายตาออกไปมองทิวทัศน์ริมกระจกข้างทางทันที ใบหูเนียนขาวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ความจริงจังที่วาดไว้บนใบหน้าเมื่อครู่พังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเจอไม้นี้ของธันวา "ใครเขามองนายกัน! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยธันวา" รินโหลกเสียงใส่ แก้เก้อด้วยการกอดอกแน่น เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามฟอร์มครูระเบียบจัด "ฉันแค่สงสัยว่าสมองนายมันทำด้วยอะไร ถึงได้เปลี่ยนเรื่องคุยหน้าตาเฉย จากเรื่องเมื่อกี้... นายรู้อะไรมากันแน่ ถึงทำหน้าแบบนั้น?" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ รถกระบะคันเก่าแต่สะอาดสะอ้านชะลอความเร็วลง ก่อนจะเลี้ยวเข้าลานจอดรถหน้าร้านเบเกอรีชื่อดังประจำย่าน กลิ่นหอมกรุ่นของเนยและแป้งอบใหม่ๆ ลอยแตะจมูกทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก "เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะครับ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง... และสมองของฟิสิกส์เนี่ย จะทำงานได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อมีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเข้าไปประทับในกระแสเลือดนะครู" ธันวาลงจากรถ เดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งตุ๊กตาหน้ารถให้ด้วยความสุภาพแบบนัก紳士ที่มักจะมีมุมเจ้าเล่ห์ซ่อนอยู่เสมอ "เชิญครับ มาสเตอร์ริน วันนี้ผมจะพาไปไขปริศนาจักรวาล ผ่านโลกของ 'แป้งฟูๆ' ที่คุณชอบนักชอบหนา" รินกะพริบตาปริบๆ แม้จะหงุดหงิดที่ถูกตัดบท แต่ความหอมของขนมปังตรงหน้าก็ทำให้เธอปฏิเสธไม่ลง สุดท้ายเธอก็ยอมเดินตามหลังร่างสูงโปร่งเข้าไปในร้านที่ตกแต่งด้วยโทนสีอุ่น ภายในร้านคลาคล่ำไปด้วยผู้คน กลิ่นเนยสดผสมกับคาราเมลอบอวลชวนให้ท้องร้อง ทั้งคู่เลือกโต๊ะมุมสุดติดกระจกใสที่มองเห็นเตาอบด้านหลังทะลุปรโปร่ง ธันวาสั่งครัวซองต์เนยสดและขนมปังซาวโดว์อบใหม่ร้อนๆ มาสองที่ พร้อมกับกาแฟดำและช็อกโกแลตร้อน "มองหน้าผมแบบนี้อีกแล้ว..." ธันวาเท้าคางลงกับโต๊ะ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่รินซึ่งกำลังนั่งจ้องเขาเขม็ง "อยากรู้เรื่องเมื่อกี้ขนาดนั้นเลยเหรอครับ?" "ก็ใช่น่ะสี่! นายทิ้งระเบิดไว้แล้วทำเป็นเนียนเนี่ยนะ ธันวา เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ" รินโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงกระซิบของเธอดุดันแต่แฝงความอยากรู้อยากเห็นแบบสุดๆ "โอเคๆ ยอมแพ้สายตาพิฆาตของคุณก็ได้ครับ" ธันวายกมือยอมแพ้อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหยิบครัวซองต์ชิ้นโตขึ้นมาผ่าครึ่งด้วยมีดพลาสติกจนเกิดเสียงกรอบเบาๆ "แต่ก่อนจะฟังเรื่องเครียดๆ เรามาคุยเรื่องใกล้ตัวกันก่อนดีกว่า... คุณรินครับ รู้ไหมครับว่าทำไมเจ้าครัวซองต์ชิ้นนี้ ถึงได้พองฟูและมีชั้นเลเยอร์ข้างในสวยงามขนาดนี้?" รินชะงักไปนิด เธอเหลือบมองขนมปังในมือเขา ก่อนจะปรับโหมดกลับมาเป็นครูฟิสิกส์มาดนิ่งโดยอัตโนมัติ สมองที่คุ้นชินกับการอธิบายกลศาสตร์และอุณหพลศาสตร์เริ่มทำงาน "ก็... เพราะยีสต์ไม่ใช่เหรอ? หรือไม่ก็ผงฟูที่ใส่ลงไปในแป้ง ทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ดันให้แป้งมันพองตัวขึ้นมาไง" รินตอบด้วยความมั่นใจ พร้อมกับยักคิ้วท้าทายเล็กน้อย "แค่นี้เด็กม.ปลายก็ตอบได้น่า ธันวา" ธันวาส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ผิดถนัดเลยครับคุณครูคนเก่ง สำหรับครัวซองต์เนยสดชิ้นนี้ ยีสต์ไม่ใช่พระเอกทั้งหมดหรอกนะ... จริงอยู่ที่ยีสต์หรือผงฟูทำหน้าที่สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือไอน้ำออกมาก่อนอบ แต่วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความฟูกรอบแบบมีเลเยอร์น่ะ มันคือ 'ฟิสิกส์ของความร้อนและสภาวะการเปลี่ยนสถานะของน้ำต่างหากล่ะครับ" รินขมวดคิ้วมุ่น "หมายความว่ายังไง? ไหนลองอธิบายให้มันเข้าใจง่ายๆ ซิ ถ้าอธิบายไม่เคลียร์ ฉันจะตัดคะแนนความน่าเชื่อถือของนายให้เหลือศูนย์เลยคอยดู" ธันวาหัวเราะชอบใจกับท่าทีเอาจริงเอาจังของหญิงสาว เขาหยิบชิ้นส่วนของครัวซองต์ขึ้นมาอธิบายประกอบท่าทางอย่างคล่องแคล่ว "ตั้งใจฟังดีๆ นะครับคุณครู... เวลาที่ช่างทำขนมเขาทำแป้งครัวซองต์ เขาไม่ได้แค่นวดแป้งแล้วจบ แต่เขาใช้เทคนิคที่เรียกว่า 'การรีดแป้งสลับชั้นเนย' หรือ Lamination สลับกันไปมานับสิบๆ ชั้น จนเกิดเป็นแผ่นแป้งบางๆ ประกบกับชั้นเนยแข็งๆ" ธันวาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินต้องเอนหลังหนີเล็กน้อยเพราะสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขา "พอนำเอาครัวซองต์เข้าเตาอบที่มีความร้อนสูง ความร้อนนั้นจะส่งผลให้ 'น้ำ' ที่อยู่ในชั้นเนย ระเหยกลายสภาพจากของเหลวกลายเป็น 'ไอ' อย่างรวดเร็วครับคุณริน" ธันวายื่นชิ้นขนมปังเข้าไปใกล้เธอยิ่งขึ้น เพื่อให้เห็นรอยโพรงอากาศด้านในชัดๆ "จำเรื่องการขยายตัวของก๊าซและกฎของชาร์ลส์ได้ไหมครับ? เมื่อไอน้ำร้อนขึ้น มันจะต้องการพื้นที่ในการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1,700 เท่า!" รินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สมองเริ่มประมวลผลตามคำอธิบายที่ไหลลื่นและเห็นภาพตามทันที "อ๋อ... พอน้ำกลายเป็นไอน้ำ มันก็เลยพยายามดันแผ่นแป้งที่ประกบอยู่ให้พองตัวขึ้น!" "ถูกต้องครับ!" ธันวาปรบมือเบาๆ ด้วยความชื่นชม "ไอน้ำพยายามดันให้แป้งแยกออกจากกัน กลายเป็นโพรงอากาศข้างใน ขณะเดียวกัน ชั้นแป้งที่มีกลูเตนเหนียวนุ่มก็กักเก็บก๊าซพวกนั้นเอาไว้ บวกกับไขมันในเนยที่ละลายแทรกซึมเข้าไปทอดตัวแป้งให้กรอบนอกนุ่มใน... นี่แหละครับคือฟิสิกส์ของการฟูที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องเคมีของยีสต์อย่างเดียว" รินพยักหน้ารับอย่างเผลอตัว เธอก้มมองชิ้นครัวซองต์ในจานด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป จากแค่ขนมอร่อยๆ กลายเป็นผลงานทางฟิสิกส์และอุณหพลศาสตร์ที่น่าทึ่งชิ้นหนึ่ง "ไม่นึกเลยนะว่า... เรื่องกินๆ แบบนี้ จะอธิบายด้วยฟิสิกส์ได้สนุกขนาดนี้" "โลกใบนี้เต็มไปด้วยฟิสิกส์ครับคุณริน" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง นัยน์ตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาว "เหมือนกับความรู้สึกบางอย่าง... ที่ต่อให้เราพยายามหา,กฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายมากแค่ไหน มันก็ไม่มีสมการไหนบอกได้เลยว่า ทำไมคนเราถึงใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ใครบางคน" บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงไปถนัดตา เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงในร้านราวกับถูกกลืนหายไป รินรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกะทันหัน ใบหน้าที่เคยเชิดมั่นกลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธออ้าปากจะเอ่ยปากดỗiเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง มือถือของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืนขึ้นมาหน้าจอแสดงผลสว่างวาบพร้อมข้อความแจ้งเตือนสายเข้า ธันวาเหลือบไปมองหน้าจอแวบหนึ่ง รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปจากใบหน้าทันที เหลือเพียงแววตาสงสัยที่ฉายประกายความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "ดูเหมือนว่า... เราจะคุยกันเพลินเกินไปหน่อยแล้วล่ะครับคุณริน" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองริน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าใจหาย "ปลายสายเมื่อครี้... คือคนที่ส่งเบาะแสเรื่องห้องทดลองลับในโรงเรียนของคุณมาหาผมเองครับ" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้รอบตัวสนุกๆ ในตอนนี้นะครับ --- *วิทยาศาสตร์รอบตัว*
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณครูสาวสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%